Phone & Tablet

ข้อสงสัยเล็กๆต่อประเด็น อากง SMS จำคุก 20 ปี

and justice for all

เป็นดคีที่ถูกพูดถึงครึกโครมกันบนโลกอินเตอร์เน็ต
เรื่องของอากงวัย 61 ที่ถูกจับเพราะส่ง SMS ข้อความหมิ่นฯไปหาเลขอดีตนายกอภิสิทธิ์
เรื่องนี้มหากาพย์มากครับ..ค่อยๆไล่เลียงลำดับดูไปละกัน

และผมมีความเห็นเล็กๆเรื่องนี้ ในฐานะคนเสพข่าวคนนึง

ดูต้นเรื่องก่อน

3 สิงหาคม 2553 จำเลย วัย 61 ปี ถูกจับกุมในข้อหากระทำความผิดตามมาตรา 14 (2), (3) พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
และมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญา
และคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุข (คปค.)
ฉบับที่ 41 โดยข้อความดังกล่าวมีลักษณะหยาบคาย
เข้าข่ายจาบจ้วง ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ

จำเลยให้การปฏิเสธ ตั้งแต่ชั้นจับกุม โดยกล่าวว่าไม่รู้จักวิธีการส่ง SMS
และหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ส่งนั้นก็ไม่ใช่ของตน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่าผู้ส่งข้อความหักซิมการ์ดทิ้งไปแล้ว
จึงสืบเบาะแสจากหมายเลขประจำเครื่อง (IMEI)
จำเลยเคยประกอบ อาชีพขับรถส่งของ ปัจจุบันไม่ได้ประกอบอาชีพอะไรแล้ว
เนื่องจากอายุมากและพูดไม่ถนัดหลังการ ผ่าตัดมะเร็งใต้ลิ้นตั้งแต่ปี 2550
ทุกวันนี้อาศัยอยู่กับภรรยาในห้องเช่าราคาเดือนละ 1,200 บาท ย่านสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ
และอยู่ได้ด้วยเงินที่ได้รับจากลูกๆ อีกเล็กน้อย แต่ละวันมีหน้าที่ต้องเลี้ยงหลาน 3-4 คน
หลังถูกจับกุมเมื่อ วันที่ 3 ส.ค.53 เขาถูกคุมตัวในเรือนจำนวน 63 วัน
และได้ประกันตัวเมื่อวันที่ 4 ต.ค.53 หลังจากนั้น ในวันที่ 18 ม.ค. 54 อัยการมีคำสั่งฟ้องคดี
จำเลยจึงต้องถูกควบคุมตัวอีกครั้ง ซึ่งศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัวโดยให้เหตุผลว่า
ข้อเท็จจริงตามข้อหาการกระทำความผิดตามฟ้องกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนและ
ความมั่นคงของประเทศอย่างร้ายแรง คดีอยู่ในชั้นพิจารณา
หากผลการพิจารณาสืบพยานมีหลักฐานมั่นคงจำเลยอาจหลบหนี
ศาลไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว
อ่านสำนวนเต็มๆที่นี่กันก่อน
ตรงเนื้อหาช่วงกลางๆนะครับ  http://ilaw.or.th/node/1229 

 

 อากงถูกกลั่นแกล้งจากการส่ง SMS ปลอมหรือเปล่า

เป็นคำถามที่หลายคนตั้งข้อสงสัยขึ้นมาครับ ว่ากรณีนี้เกิดได้หรือไม่
ตอบแบบบ้านๆว่า..ทุกอย่างมันสามารถเช็คต้นตอได้ครับ
อย่างกรณีอี-เมลล์ปลอม เราสามารถตรวจสอบได้จาก Header ของอี-เมล์
กรณี SMS ก็คล้ายกัน ทางโอเปอเรเตอร์ จะต้องมี Log เก็บไว้
ว่ามีการส่ง SMS จากหมายเลขโทรศํพท์อะไร เครื่องโทรศํพท์ IMEI อะไร
(IMIEI หรืออีมี่คือหมายเลขประจำโทรศัพท์) และ Cell Site บริเวณไหน
ซึ่ง  Cell Site  สมัยนี้มันวางกันถี่ครับ คลาดเคลื่อนค่อนข้างยากอยู่

ขณะที่การส่ง SMS แบบ Fake นั้น ถ้าผ่านเว็บมันส่งผ่าน SMS Gateway
ใครที่สงสัยว่า อากงจะถูกลั่นแกล้งจาก โปรแกรมส่งSMS
แนะนำว่าไปศึกษาเรื่อง Fake SMS / Spoofing SMS ก่อนครับ
ให้เริ่มอ่านจากตรงนี้ SMS spoofing : http://en.wikipedia.org/wiki/SMS_spoofing

– ปริศนา 2 ซิม จากเครื่องอากง

จริงๆ เท่าที่อ่านจากสำนวนคดี
ที่ผ่านมา Log เบอร์หลักการติดต่อของอากงนั้น มีแค่การคุยกับลูกสาว
ซึ่งจริงๆ ก็เป็นธรรมดาของผู้ใหญ่ธรรมดาๆ
แต่มีการสลับซิมไปใช้ ใน Cell Site เดียวกันทั้งสองหมายเลข

ถ้าคิดแบบเลวๆนะครับ..Sim Card สำหรับ Basic Phone นั้น
เสียบสลับๆแป๊บๆ ก็เปิดเครื่องได้ พร้อมใช้งานได้แล้ว
แถมไม่มีอะไรมายืนยันตัวตนได้ว่า Sim Card เบอร์นี้ เจ้าของคือคนนี้ ในกรณีที่เป็นเบอร์เติมเงิน

ถ้าย้อนกลับไปตอนที่มีการใช้ Nokia 3310 เป็นเครื่องมือมือในการจุดระเบิดจากระยะไกล
ช่วงนั้นมีการขอความร่วมมือว่า ใครจะซื้อ Sim Card ให้ขอหลักฐาน ซึ่งก็แห่กันทำได้พักนึง

แต่ความเป็นจริงตอนนี้ คุณเดินเข้าร้านสะดวกซื้อจ่ายเงินไม่กี่สิบบาทได้เบอร์ใหม่
ที่ไม่มีใครรู้ว่าใครคือเจ้าของเบอร์
(เบอร์โทรเบอร์นึง กรณีหมดอายุจะเวียนนำมาใช้ใหม่ในเวลา 6 เดือน)

ถ้าในสำนวนมีการพูดถึงประเด็นนี้ ผมก็สงสัยว่ามีเกณฑ์อะไรมาชี้ชัดว่าอากงเป็นเจ้าของเบอร์นี้
มีหลักฐานว่าแกเดินไปซื้อ Sim เบอร์นี้จากร้านไหนหรือเปล่า..พอดีที่ส่งไปหาคุณเลขาเป็นเบอร์ ‘เติมเงิน’

– ประเด็นการแก้ต่างฝั่งทนายฝั่งอากง

เป็นประเด็นที่ผมอ่านแล้วขัดใจมาก ทำไมหรือครับ

ถ้าผมจะบอกว่า..ทนายที่แก้ต่างให้อากง แกรู้ไม่รู้จริง รู้ไม่ลึก
จะมีผลทางกฎหมายมั้ยครับนั่น แต่ผมมีแหตุผลของผมอยู่

จากย่อหน้านี้

นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญเบิกความว่า ในฐานะทนายความที่ทำคดีนี้ตนได้ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพยานหลักฐาน
ทางคอมพิวเตอร์เรื่องการส่งข้อความสั้น และได้ไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโทรคมนาคม
ทั้งที่เป็นนักวิชาการด้านโทรคมนาคมจากสถาบันเทคโนโลยี
และอาจารย์ที่เปิดร้านสอนวิชาซ่อมโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่มีพยานผู้เชี่ยวชาญคนใดมาเบิกความเป็นพยานโดยตรงในศาล

จากการศึกษาข้อมูล พูนสุขได้ทราบว่าหมายเลขอีมี่ประจำเครื่องโทรศัพท์นั้นสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้โดยง่าย
โดยมีอุปกรณ์ Flshbox มีโปรแกรมเฉพาะที่มีขายและมีสอนกันตามโรงเรียสอนซ่อมโทรศัพท์มือถือทั่วไป
สำหรับช่างที่มีความรู้ก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ในเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง
แต่ต้องแก้ไขให้สัมพันธ์กับหมายเลขที่มีอยู่จริงในระบบ
ถ้าหากมีหมายเลขเฉพาะเจาะจงที่ต้องการอยู่แล้วก็สามารถทำได้เลย

- เขาเรียก Flash Box ครับ ก็ตามความหมายคือทำหน้าที่ Flash Firmware
ส่วนใหญ่ใช้ใน Basic Phone รุ่นเก่าๆ
อีมี่แก้ไขได้ ปลดได้ แต่สมัยนี้ไม่มีใครทำกันแล้วครับ...เป็นความรู้ช่างรุ่นเก่า
ช่างไม่ได้ตอบอะไรผิด แต่เข้าใจว่าทนายไม่ได้ตามเรื่องนี้เท่าไหร่

"เมื่ออัยการถามต่อว่า ในทางปฏิบัติแล้ว จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหมายเลขอีมี่เพื่ออะไร
พูนสุขได้ให้การว่า เมื่อก่อนเวลานำเข้าโทรศัพท์มือถือจากต่างประเทศ
ซึ่งจะมีหมายเลขอีมี่จากต่างประเทศทำให้ใช้ในประเทศไทยไม่ได้
ทำให้เจ้าของโทรศัพท์มือถือต้องนำไปเปลี่ยนแปลงเลขอีมี่
ให้เป็นหมายเลขอีมี่กลางก่อน ซึ่งเป็นหมายเลขอีมี่ที่มีโทรศัพท์หลายเครื่องใช้ร่วมกัน
และกรณีที่ผู้มีเจตนาจะกระทำความผิดทางอาญาอาจปลอมแปลงหมายเลขอีมี่
เพื่อไม่ให้สืบรู้ถึงตัวผู้กระทำความผิดได้"

นี่ก็อีกอัน...ทำให้เห็นความรู้ไม่ลึกจริงอีกเรื่องของทนายอากง
นั่นเป็นข้อมูลเก่ามากแล้วครับ ทุกวันนี้อีมี่ใครอีมี่มัน ต้องตรงกับข้างกล่อง
เพราะนั่นหมายถึงฐานข้อมูลในเรื่องของการรับประกันตัวเครื่ออง
ทุกวันนี้โทรศัพท์เครื่องนอกก็หิ้วมาได้ โดยไม่ได้แก้ไขพวกอีมี่
ดูกันแต่เรื่องการรองรับเน็ทเวิร์คเสียมากกว่า...เรื่องอีมี่ต้องอ่านละเอียดๆในสำนวนครับ
รั่วกันเพียบ...ทุกฝ่าย

พูนสุขยัง อธิบายต่อถึงเว็บไซต์ numberingplan ที่ใช้ตรวจสอบหมายเลขอีมี่
ซึ่งพยานโจทก์ปากที่หก คือ พ.ต.อ. ศิริพงษ์ ติมุลา ได้เบิกความถึงและทดลองเปิดในห้องพิจารณาว่า
เว็บไซต์นี่เป็นฐานข้อมูลสามารถวิเคราะห์ได้ว่าหมายเลขอีมี่ที่ถูกต้องคืออะไร
แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าหมายเลขอีมี่แต่ละชุดมีจำนวนกี่เครื่อง
และถ้าหากหมายเลขหลักสุดท้ายผิดไปจากความจริงก็จะไม่ปรากฏรายละเอียดในฐาน ข้อมูลให้

- ประเด็นนี้ ผมปวดตับมาก...
motorola รุ่นเก่านั้นนำเข้ามาโดยบริษัทแม่ motorola เอง
ซึ่งช่วงระยะหลังได้มีการถอนตัวออกไป ทั้งศูนย์บริการและอื่นๆ
โดยเพิ่งมีการนำมาจำหน่ายแค่บางรุ่นผ่าน dealer
ถ้าจะเล่นประเด็นอีมี่จริง..เช็คที่สิงค์โปร์ซึ่งเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้น่าจะได้อยู่ 

อย่างไรก็ตาม เรื่องการแก้ไขเลขอีมี่นี้ ศาลไม่ได้ทำการบันทึก เนื่องจากเห็นว่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

นั่นล่ะครับ ... จุดที่พลาดของทนาย
ซึ่งผมไม่เข้าใจว่า ทำไมไม่พุ่งไปประเด็นการยืนยันตัวตนของเจ้าของซิมการ์ด
ถ้าคุณทนายพูนสุขอ่านเจอข้อความผม..ผมยินดีเป็นที่ปรึกษาให้ก็ได้เลยเอ้า
แต่อย่าใช้โอกาสอันน้อยนิดที่นั้นไปให้ถูกตีกลับมาเล้ย

– ปริศนา Motorola สีขาว

เป็นข้อสงสัยส่วนตัวครับ
คือในสำนวนคดีนี้บอกว่าอากงใช้โทรศํพท์ Motorola สีขาว ซึ่งซื้อมานานแล้ว
มีคนกระซิบบอกผมว่ารุ่นที่แกใช้เป็นรุ่น Rockr ซึ่งถ้าเป็นรุ่นนี้จริงก็น่าจะเป็นตัวนี้
motorola rockr e1

motorola rockr e1

ซึ่งส่วนตัวนั่งค้นเผื่อไปอีก อาจจะเป็น Motorola ROKR E2 / W200 / WX280 /SLVR L6
สิ่งที่พวกนี้เป็นเหมือนๆ กันหมดคือ โทรศัพท์แนว โทรเข้า-โทรออก และจอเล็ก
การพิมพ์ไทย ไม่ใช่ของง่ายสำหรับผู้สูงวัย
คือถ้ามีการเปิดเผยว่าเป็นรุนไหนมันจะขนมกรุบมาก

อากงมีการโต้แย้งว่า ตนไม่มีรุ้เรื่องว่า SMS มันส่งยังไง
จริงๆผมกนึกย้อนกลับไปว่า
ในกระบวนการพิจารณานั้น ได้มีการทดลองเครื่องในแง่การใช้งาน SMS หรือไม่
ก่อนที่การให้การข้อนี้จะตกไป..
เพราะส่วนตัวที่จับ Motorola มา มันส่ง SMS ไม่ง่ายดายนักสำหรับผู้สุงอายุ

นี่คือความเห็นของผมสั้นๆ
อากงส่งข้อความจริงมั้ยผมไม่รุู้ ก็เหมือนที่ศาลท่านสงสัยน่ะแหล่ะ
แต่ผมก็มีสิทธิ์สงสัยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเหมือนกันนะว่า

ท่านเองยังจำไม่ได้เลย ว่ารุ่นนี้มีแป้นไทยมั้ย
ท่านเองยังไม่รู้เกี่ยวกับอีมี่เท่าไหร่
แล้วท่านรู้อะไรมั่งเนี่ย..นอกจาก Cell Site ใกล้เคียงกันของสองเบอร์

เรื่องอื่นที่พอรู้ ก็เขียนไปละ
แต่แป้นไทยนี่ ถ้ารู้รุ่นเป๊ะๆผมว่าผมรู้คำตอบ..แต่ถึงรู้ไม่บอกท่านตำรวจนะ
เพราะมันเป็นตัวบอกว่าท่านทำงานละเอียดพอมั้ยกับคดีละเอียดอ่อนแบบนี้

ไว้ผมนึกประเด็นเพิ่มได้..จะมาอัพเดทอีกรอบ

ถ้าอยากอ่านเรื่องราวแบบ emotion หน่อย
ก็อ่านที่นี่ http://blogazine.in.th/blogs/groomgrim/post/3310

อ่อ..เรื่องนี้เป็นข่าวในต่างแดนแล้วนะครับ
http://www.bbc.co.uk/news/world-asia-15850068

-update-

– ในเว็บข่าวชั้นนำอย่าง blognone ก็มีการถกประเด็นนี้ทางเท็คนิคลงลึกไปอีกครับ ลองอ่านกันดู ที่นี่
– เนื่องจากผมรู้กฎหมายไม่เป๊ะมาก แล้วบังเอิญเจอมีคนส่ง
ที่คุณ @paiboona  ทวีตเล่าในแง่กฎหมายของคดีนี้อยู่สั้นๆแต่น่าสนใจมาก
ลองไล่ย้อนไปอ่านกันดูนะครับ จะได้ดูกันในอีกแง่มุม

อากง SMS คุก 20 ปี
ภาพจากhttp://blogazine.in.th

 

ทิ้งท้ายด้วยเพลง “คดีแดง” ของพี่เสือ ธนพล ก็แล้วกันครับ
ผมว่าเหมาะกับเรื่องนี้สุดแล้ว

ภาพหัวเรื่อง :
อัลบั้ม : ..And Justice For All
ศิลปิน : Metallica

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

11 Comments

  1. ชอบมากครับในประเด็นรายละเอียดของคดี
    ผมว่าฝ่ายโจทก์ทำสำนวนเก็บรายละเอียดไม่ดีเอามากๆ แต่ฟ้องชนะได้งัยก้อไม่รุ
    อีกทั้งศาลเองก้อไม่ได้มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านเทคนิคมากนัก แต่ด่วนสรุปตัดสินอีก หรือท่านเองคิดว่าท่านมองเห็นหลักฐานทางไอทีรอบด้านแล้วถึงตัดสิน?????
    ถ้ามองในเรื่องของมูลเหตุจูงใจ
    คนแก่อายุ 61 ปี ใช้เทคโนโลยีไม่ค่อยเป็น ตาฟ้าฟาง ตามสภาพคนแก่กว่าอายุจริง เคยร่วมขบวนทั้งเหลืองและแดง เคยไปลงนามถวายพระพรในหลวง เห็นข้อความที่เปนคดีแล้วน้ำตาไหลพราก (แกไม่ได้เป็นนักแสดงอาชีพนะครับ) แล้วอันไหนคือมูลเหตุจูงใจให้เค้าทำหรอ???
    ถึงแม้ประเด็นนี้จะไม่ใช่ประเด็นในการพิสูจน์ว่าลุงแกบริสุทธิ์ แต่ก้อไม่น่ามองข้ามลักษณะตัวตนของลุงแกว่าแกจะทำได้มั๊ย ไม่ควรมองข้ามประเด็นพวกนี้แล้วตัดสินว่า “ผิด” เลย

  2. แค่เพียงหลักฐานแวดล้อมบ่งชี้ นี่ เราสามารถชี้วัดให้เห็นเจตนาที่อยู่ภายใน เพื่อตัดสินเอาผิดคนได้แล้วจริงๆ หรือ ?
    ถามแบบนี้ จะโดนข้อหาหมิ่นศาล มั้ยนี่ตู

  3. จากข้อมูลเรื่อง imei ที่อ่านมานะครับ สงสัยในประเด็นหลักที่ 15 ที่เค้าเอาไว้เช็ค 14 หลักก่อน ผมลองคำนวนแล้ว เลขที่ต้องลงท้ายจริงๆคือเลน 4 นะครับ หรือมันไม่จำเป็นครับ

    หลักฐานในคดีนี้ในหลายส่วนก็มีเลข imei ไม่ตรงกัน ที่นึงบอกลงท้าย 0 ที่นึงบอกลงท้าย 6 ซึ่งมันไม่ใช่ทั้งคู่เลยอะ

  4. ประเด็นจริงๆ เรื่องเลข imei มันจะเป้นตัวยืนยันระดับรองๆลงมาน่ะฮะ
    เพราะในระบบหลังบ้านจะมี time stamp ที่อิงเรื่อง cell site
    เรื่องเลขท้าย มีรายละเอียดให้อ่านที่นี่ฮะ
    http://en.wikipedia.org/wiki/International_Mobile_Equipment_Identity

  5. ไม่เชื่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คนอายุขนาดนั้นตามวิสัย+อาชีพ แค่โทรออกยังยากเลย ปัญญาอ่อนสุดๆ ที่สำคัญ คดีเกียวกับโทรศัพททั่วไป ถ้าไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเจ้าของจริง แทบจะฟ้องไรไม่ได้เลย สังเกตจากธนาคารต้องถามนู่นนี่+บันทึกเสียงวุ่นวาย ยิ่ง SMS ไม่ต้องพูดถึง ไม่เข้าใจขนะคดีได้ไง

  6. 1.แล้วอากงแกเป็นคนเสื้อแดงหรือเปล่าล่ะ พฤติกรรมแวดล้อมพื้นเพนี่ก็สำคัญ บอกมูลเหตุว่าจำเลยมีแรงจูงใจหรือไม่
    2.เบอร์เติมเงินของใคร นี่เช็คได้นะครับ จากประวัติก่อนๆที่ไปโทรคุยกับคนอื่น
    3.จุดที่โทรศัพท์ออกก็สามารถเช็คได้อย่างคร่าวๆด้วยว่ามาจากแถวไหน
    4.ข้อแก้ตัวของอากงก็คือส่งไม่เป็น แต่อาจจะส่งเป็นหรือให้คนอื่นส่งให้ก็ได้นี่ เพราะอาชญากรมักจะเตรียมทางหนีทีไล่ไว้ก่อนแล้ว โดยเตรียมข้ออ้างไว้ล่วงหน้า เผื่อผิดพลาด
    5.อากงบอกไม่ได้ทำ มองอีกมุมหนึ่ง อาชญากรที่ไหนมันจะบอกว่าตัวเองทำผิด มันก็บอกไม่ได้ทำทั้งนั้นแหละคุณ
    6.เมื่อมีหลักฐานที่มัดตัวส่วนหนึ่งไปเกี่ยวข้องในคดี ก็ต้องหาหลักฐานมาหักล้างสิ หาไม่ได้ก็ต้องเชื่อไว้ก่อนว่าเป็นคนร้าย ถ้าใช้วิธีคิดแบบคุณนะ ในโลกนี้จับหมาที่ไหนเข้าคุกไม่ได้ทั้งนั้น เพราะสมมติมีคดีฆาตกรรม แล้วเกิดมีผมคนร้ายตกอยู่ เอาไปตรวจDNA แต่คนร้ายบอกไม่ได้ทำ ไม่ได้อยู่ แล้วแค่นี้จะให้พ้นผิดไป โดยต้องหาหลักฐานชัดเจนเป็นภาพถ่าย หรือต้องเห็นกับตามาเลย แล้วอย่างนี้จะหาได้ที่ไหน ตายฟรีดิทีนี้

    เพราะหลักการในสากลโลกก็คือเมื่อใดก็ตามที่มีข้าวของหรืออะไรก็แล้วแต่ไปพัวพันเป็นหลักฐานมัดคุณในคดีใดก็ตาม ถ้าคุณจะอ้างว่าไม่ได้ทำ คุณต้องหาหลักฐานมาหักล้างเท่านั้น เพราะหลักฐานมัดคุณมันมีแล้ว เป็นภาระคุณที่จะต้องหักล้างหลักฐานนั้น ซึ่งในกรณีนี้รู้สึกอากงแกจะหักล้างไม่ขึ้น

  7. อยู่ในสลัมโกโรโกโส แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้ทำ มองมุมหนึ่งก็คือจะอ้างว่าตัวเองโง่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

    แต่มองอีกมุมหนึ่งก็คือความอัตคัตทางเศรษฐกิจอาจจะทำให้อยากรวยลัด เลยริเป็นโจร อาจจะรับจ้างใครมาทำงานก็ได้ เหมือนพวกรับจ้างไปยิงคนนั่นแหละ

    สรุปก็คือมองมุมหนึ่งการแก้ตัวแบบนี้อาจจะช่วยให้หลุดคดีไป หรืออาจจะมัดให้ติดคุกแน่นยิ่งกว่าเดิมก็ได้

  8. ^
    ^
    ถึงคุณ A นะครับ

    เคยได้ยินไหมครับว่า ปล่อยคนผิด 100 คน ดีกว่าจับผู้บริสุทธ์ 1 คน

    แล้วเคยได้ยินอีกมั๊ยว่า จำเลยถือเป็นผู้บริสุทธ์ จนกว่าจะมีการตัดสินคดี

    ซึ่งการใช้หลักฐานแวดล้อมมามัดตัวจำเลยได้ ต้องยืนยันได้แน่นอนว่าเป็นจำเลย โดยไม่มีช่องโหว่ได้เลยว่าจะกลายเป็นคนอื่น

    ไม่ว่าจะเป็นการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือจากข้อมูลสารสนเทศใดๆก็แล้วแต่

  9. ปล่อยไปได้ไงก็หลักฐานมันชัดเจนขนาดนั้น เห็นยกเหตุผลว่ามันไม่ได้ทำมากี่ข้อ ก็ถูกตีตกไปทุกข้อ

    มันบอกมีคนปลอมโทรศัพท์มันขึ้นมา อ้าว แล้วโทรศัพท์ของมันหายไปไหนล่ะ ถ้าปลอมจริงมันก็ต้องมีของแท้ดิ เหมือนปลอมบัตรเครดิต อย่างน้อยมันก็ต้องมีบัตรเครดิตสองใบ ใบหนึ่งอยู่ที่เจ้าของที่แท้จริง อีกใบหนึ่งเป็นของที่ปลอมขึ้นมา ทะเบียนรถปลอมมันก็ต้องมีของจริงที่ติดอยู่กับตัวรถเจ้าของจริง อีกอันที่ติดอยู่กับรถคนอื่นเป็นของเลียนแบบขึ้นมา

    แล้วถ้ามีคนปลอมโทรศัพท์มันขึ้นมา แล้วโทรศัพท์จริงของมันไปไหนล่ะ แต่มันให้การกับตำรวจไปแล้วนะว่า โทรศัพท์มันไม่ได้ใช้มานานแล้ว!!!

  10. ตาแก่มันบอกเอาโทรศัพท์ไปซ่อม แต่จำที่ซ่อมไม่ได้ !!!

    ทานโทษนะคุณแก่ คุณเอาโทรศัพท์ไปซ่อมแบบต้องวางเครื่องค้างคืนทิ้งไว้ที่ร้านนี่ ถ้าจำไม่ได้ แล้วไปเอาเครื่องคืนยังไง แล้วถ้าซ่อมแล้วยังใช้การไม่ได้ จะเอาไปให้เขาแก้ไขใหม่ถูกร้านเหรอ เพราะพวกนี้ส่วนใหญ่เขามีรับประกันงานซ่อมภายในเท่านั้นเท่านี้วัน มากน้อยแล้วแต่ร้าน และอีกอย่างหนึ่งที่คุณแก่โง่แกคงยังไม่รู้ ร้านค้างคืนพวกนี้เวลาเอาของไปวางซ่อมเขาจะให้ใบนัดรับมาด้วย ไม่งั้นก็งงตายไม่รู้ของใครเป็นของใคร แล้วเวลารับของต้องเอาใบนัดรับไปให้เขา หรือแจ้งชื่อ แล้วเขาจะมีสมุดมาให้คุณเซ็นต์ว่าได้รับของกลับไปแล้ว ณ.วันที่เท่านี้ ไม่งั้นใครเกิดรับของไปแล้ว มาอีกวันหนึ่งเกิดหัวหมอว่ายังไม่ได้ของคืน ทางร้านเขาก็ตายดิ เพราะฉะนั้นเอกสารต้นขั้วทางร้านเขาน่ะมี เรื่องอย่างนี้ตำรวจเขาเช็คย้อนหลังได้ จะโกหกตอแหลอะไร กรุณาให้มันเนียนๆหน่อย

    แล้วอย่าลืมว่าคำแก้ตัวว่าเอาไปซ่อมแล้วจำไม่ได้นั้น มันอ้างภายหลังจากโดนตำรวจตระคุบตัวได้ ในกลางปี 53 นะครับ ไม่ใช่ตอนนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to top button