สมัยนี้การถือ Tablet หรือถ่ายวอดีโอคงไม่ใช่เรื่องแปลกในสายตาคนอื่นแล้วครับ
เพราะแอพลิเคชั่นที่ช่วยในการจัดการภาพ แต่งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว
ก็กลายเป็นแอพมาตรฐานที่มากับ Tablet สมัยใหม่ เรามาปิดท้ายรีวิว Samsung Galaxy Note 10.1
กันด้วยเรื่องของ ภาพ และเสียงบน Samsung Galaxy Note 10.1 กันครับ
หลังจากที่จับเจ้า Samsung Galaxy Note 10.1 มาทดสอบอยู่ร่วมอาทิตย์
สิ่งที่ติดอยู่ในใจคือ นี่มันกสรร่วมร่างของ Samsung Galaxy Note ตัวแรกกับ Samsung Galaxy S3 ชัดๆ
คือจัดกันมาอย่างละนิดอย่างละหน่อย รีวิวนี้ผมขอให้ดูแบบรวใๆ และไปเร็วๆละกัน
หลังจากที่เปิดหน้าตาของกล้องนั้น
เมนูของกล้องหลังจากเปิดมา ถ้าดูเผินๆ มันคงจะไม่ค่อยเห็นความต่างกับ
Samsung Galaxy Tab 2 10.1 ไปเท่าไหร่
แต่จริงๆมันก็พอจะมีจุดต่างตรงตัวเลือกด้านในน่ะครับ
เรื่องของการยิงแฟลชนั้น ก็มีาตามปรกติ คือเปิด-ปิดเอง และออโต้แฟลช
![]()
เรื่องของ Shooting Mode นั้น ใน Samsung Galaxy Note10.1 ให้มาใกล้เคียงกับ
Samsung Galaxy S3 ที่เห็นชัดหน่อยก็ Smile Shot, Share Shot , และ Buddy Photo share
คือถ่ายเสร็จจะจับหน้าให้เสร็จ แล้วจะให้ TAG คนในรูปได้เลย
แต่ไม่มีการถ่ายรัวกระหน่ำ แล้วเลือกรูปที่ดีที่สุดให้แบบ Samsung Galaxy S3 นะครับ
ในเรื่องการปรับชดเชยแสง Samsung Galaxy Note10.1 ให้มาตามมาตรฐานคือ บวกลบ 2.0
ในส่วนของ White Balance นั้น Samsung Galaxy Note10.1
ให้มาแบบใช้งานทั่วไป คือมีแบบ Auto สันแดดจ้า วันฟ้าครึ้ม ถ่ายใต้แสงไฟ
เรื่องของการวัดแสงนั้น Samsung Galaxy Note10.1 ให้มาคล้ายๆกับแบบกล้องดิจิทัล ที่ค่อนข้างฉลาดหน่อยคือ
วัดเฉพาะจุด วัดแบบเฉลี่ย แล้วก็วัดจากกึ่งกลางของภาพ
ใน Samsung Galaxy Note10.1 ให้ตัว Grid ในการจัดวางองค์ประกอบภาพด้วย
แล้วที่เพิ่มมาอีกอย่างก็พวก Filter ด้วย แต่อันั้น เราไปใช้จากแอพข้างนอกน่าจะถนัดมือกว่า
จากการที่ทดลองใช้งาน Samsung Galaxy Note10.1 ในการถ่ายภาพจริงๆดู
มันยกถือสบายมือมาก เพราะมันเบา แต่ก็ต้องระวังการลื่นพอควรเพราะวัสดุฝาหลังมันนี่แหล่ะ
ความในการถ่าย ถือว่าทำได้ดีกว่า Samsung Galaxy Tab 2 ที่ถ่ายแต่ละครั้งหายใจทิ้งไป 3 วินาที
คือ Samsung Galaxy Note10.1 ถ่ายรูปได้ค่อนนข้างทันใจกว่านิดนึง
กล้องของ Samsung Galaxy Note10.1 ที่ให้มา 5 ล้านพิกเซลนั้น
คุณภาพของภาพแค่พอฝากผีฝากไข้ ไม่ได้แจ่มจะแด้มแจ่มว้าวอะไรนัก
คือพอๆกับ Samsung รุ่นหมื่นต้นอย่าง Samsung Galaxy S Advance
ก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อย ไหนๆ ก็ให้การปรับแต่งมาซะเยอะเลย แล้วยกถ่ายรูปสะดวกด้วย
และทีเสียดายกว่าคือในราคาเท่าๆกัน Tablet ยี่ห้ออื่นเขาให้กล้องที่ดีกว่านี้
ไม่นับเรื่องจอ ที่โอเค Samsung Galaxy Note10.1 มันก็สวยนะ ไม่ได้แย่
แต่มันคมบาดตับน้อยกว่าเจ้าอื่นในราคาไล่ๆกัน
ในส่วนเรื่องของการเล่นเพลงนั้น Samsung Galaxy Note10.1
ก็มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับ Samsung Galaxy S3
อย่าง Music Square ที่คอยจัดเพลงตามอารมณ์ที่เราเลือกก็มีมาให้
เรื่องการการส่งต่อเพลงก็คล้ายๆกัน คือ มีส่งไปยัง Device อื่น ผ่าน Butetooth / WiFi / DLNA
ด้วยความที่แอพของ Samsung ในการเล่นเพลงนั้น จะแสดงรายละเอียดเยอะมาก
ฉะนั้นอะไรที่ไม่อยากดู ก็เลือกที่จะซ่อนมันได้
ถ้าใครจำตอนที่ผมเขียนเรื่อง EQ ของ Samsung Galaxy S3 แล้วบอกว่า EQ
นั้นจัดเต็มมากคือให้ครบมาแทยจะทุกแนวเพลง
ตัว Samsung Galaxy Note10.1 ก็ให้มาแบบเดียวกัน
คือ Samsung Galaxy Note10.1 ให้มาชนิดที่ว่ามีการจำลอง 7.1 ด้วย
จากการที่ลอง ก็โอเค EQ เยอะดี แต่ก็ไม่ได้หมายความเสีงที่ได้จาก
Samsung Galaxy Note10.1 จะฟังแล้วซึ้งน้ำตาไหลขอแชร์นะคะ
คืออยู่ในเกณฑ์ทั่วไปไม่ได้เลิศ แต่ไม่แย่ซะมากกว่า
มาดูแอพตัดต่อบน Samsung Galaxy Note 10.1 บ้าง
ใครที่เคยใช้บน Samsung Galaxy Note ตัว 5 นิ้วมาก่อน
บอกเลยว่า ลักษณะการใช้งานบน Samsung Galaxy Note 10.1 ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่
![]()
ในส่วนของ Template สำหรัตัดต่อวิดีโอที่ให้มา Samsung Galaxy Note 10.1 นั้น
เป็นแบบใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำกับตัวที่อยู่บน Samsung Galaxy Note ตัวแรก
แต่โดยภาพรวมแล้ว จะเหมาะกับเอาไว้ทำวิดีโอดูเล่นกันซะมากกว่าเอาไปใช้งานจริง
มาดูหน้าตาแอพตัดต่อวิดีโอของ Samsung Galaxy Note 10.1 กันนิดนึง
ภาพรวมๆ ของหน้าจอการทำงานนั้น ถ้าใครเคยเล่นพวก iMovie มาก่อน
จะรู้สึกว่ามันใกล้เคียงกันมาก แทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย
ซึ่งหน้าจอจะแบ่งเป็นสามส่วนคือ
– Source ในส่วนของ Source ที่เลือกเอามาใส่นั้น จะมีหลักๆคือ วิดีอ ภาพถ่าย และไฟล์เสียง
– Video Preview จะเป็นส่วนที่ใช้แสดงชิ้นงาน
– Timeline เอาไว้เรียงลำดับ และตัดต่อจัวชิ้นงา
ในการสร้างชิ้นงานวิดีโอขึ้นมาซักชิ้น ต้องเริ่มจาการเลือก Source ก่อน
อย่างที่บอกไปในตอนแรก ถ้าเราจะสร้างวิดีโอบน Samsung Galaxy Note 10.1
เราก็ต้องคิดก่อนว่า จะเอาภาพนิ่ง หรือว่าภาพเคลื่อนไหว
เพราะยังไงมันจะไปดึงมาจาก Gallery หรือถ้าไม่มีแบบที่ถูกใจจริงๆ
ในส่วนของ Source เราสามารถเลือกถ่ายใหม่ได้เลยครับ แล้วมันจะลงไปที่ Timeline
ในกรณีที่เราเลือกเป็นไฟล์ Video ก็จะปรากฎเป็น Thumbnail ซึ่งจะมีเส้นสำหรับ Trim อยู่ข้างๆ
ในกรณีที่เราจับวางรูปภาพแบบช็อตต่อช็อต ตัวแอพจะใส่ Transition มาให้เราเองแบบอัตโนมัติ
ในส่วนเรื่องของเพลงประกอบ ในนี้ก็มีแถมมาให้นิดหน่อย ส่วนเรื่องของการเขียนบนคลิป ก็ยังทำได้เหมือนเดิม
ส่วนการชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว ก็สามารถ Export เป็นไฟล์ VDO
หรือว่าส่งต่อไปยัง Social Network ได้ทันที เช่น Youtube ครับ
ใน Android ว่ากันตรงๆ เลยว่าหาแอพตัดต่อ VDO ที่พอใใช้งานจริงยากมาก
ถึงในตัว OS จะแถมมาเองให้ในระยะหลังก็เถอะ
แต่ใช้จริงก็ทำได้เหมาะกับ Hard Cut แล้วโยนขึ้น Social Network ไป
แต่อย่างที่บอกครับ มันเป็นของแถม ฉะนั้นมันก็จะเอาทำวิดีโอเล่นๆ สนุกๆมากกว่า
เผื่อใครจะเอาไปทำวิดีโอเปิดหัวเล็กๆน้อยๆ หรือว่าทำดูกันเองในครอบครัวก็พอได้ครับ
สรุปในภาพรวม…ประสบการณ์ด้านภาพ และด้านด้านเสียงอยู่ในระดับกลางๆน่ะครับ
คือถ้าจะเอา Tablet สำหรับความบันเทิงในห้องนั่งเล่น Samsung Galaxy Note 10.1 ก็พอตอบสนองได้อยู่
แต่ถ้าความสามารถการถ่ายภาพ และวิดีโออย่างที่บอกล่ะครับ
คงต้องไปจัดเต็มมากกว่านี้สำหรับงานแบบมืออาชีพ ที่มีคู่แข่งในราคาไล่เลี่ยกัน
ขอบคุณ Samsung Thailand ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบครับ



