ด้วยภาพลักษณ์ของ Motorhead Phones นั้นจะถูกมองว่าเป็นหูสำหรับนักดนตรีมืออาชีพอย่างเดียว
แต่ Motorhead Phones ก็ยังมีรุ่นสำหรับผู้ใช้ทั่วไปที่เป็น InEar อย่าง Over Kill ครับ
วง Motorheads นั้นมีความเป็นมาร่วม 30 ปี บนขบวนวิถีแห่งดนตรีร็อคและเมททัล
ในกล่องก็เลยมีก็เลยมีมาบอกล่าวกันนิดนึงเกี่ยวกับประสบการณ์ที่คุณจะได้สัมผัสจากหูฟังรุ่น OverKill
ไม่ว่าจะเป็นความอึกทึก ความกระจ่าง ในแบบดนตรีร็อคแท้ๆ
อันเนื่องจากผลของการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าระหว่างทัวร์อย่างหนักหน่วงทั่วโลก จนได้ผลออกมาที่น่าพอใจ
อันนี้คือผมถอดควมอย่างสุภาพ เพราะในกล่องภาษาที่ใช้ขอบอกว่าร็อคมาก ฮ่าๆ
ก็ตาบการออกแบบของกล่องครับ ที่ทำมาเป็นกล่องกระดาศทรงกล่องเหล็กสำหรับวงอุปกรณ์ดนตรี
และปิดท้ายด้วยสโลแกนที่คุ่้นเคยของแบรนด์นี้ครับ “If it too loud ,you’re too old”
เรียกว้าน้าๆไปจะร็อคกันไปจนลมหายใจสุดท้ายเลยล่ะว่างั้น
มาดูที่ตัวหูฟังชัดๆนิดนึง
ผมอยากจะเรียกมันว่า Bullet Sound ซะจริง เพราะการออกแบบนั้นเป็นทรงลูกกระสุนปืนครับ
ด้วยความที่เป็นหูฟัง In Ears ก็เลยมี จุกยาง 3 อันแถมเพิ่มมาด้วยสำหรับทุกขนาดหู
จากการทดลองไปยืนฟังริมถนนพลุกพล่านก็เก็บเสียงได้ระดับนึงครับ
แต่ก็ไม่เหมาะสำหรับใส่เดินถนนเท่าไหร่
เพราะแทบจะไม่ได้ยินเสียงรถในความดังระดับปรกติเลย
แต่ถ้าใส่ตอนนั่งรถโดยสาร หรือวิ่งออกกำลังในสถานที่ปิดนั่นก็อีกเรื่อง
ตัวหูฟังจะมี 3 สี คือ ดำ เงิน แล้วทอง
ส่วนสเปคของ Motorhead Phones Overkill ตามนี้ครับ
Driver : ø9 mm
Sensitivity : 96 dB SPL (1mW) at 1KHz
Frequency Response : 20 – 20,000 Hz
Max. Input Power : 50 mW
Rated Impedance : 16 Ω 1KHz
Eartips : Large, Medium, Small
Cable : 1 meter(3.3 ft.)
Connector : 3.5mm gold plated stereo mini jack
Net Weight : 16 g (0.6 oz)
หูฟังของ Motorhead Phones รุ่นที่เป็น In Ear นั้น
จะมีสองแบบคือ Trigger กับ Over Kill
ซึ่งชื่อของทั้ง 2 รุ่นนั้นก็มาจากชื่ออัลบั้มของทางวง
แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ ในรุ่น Over Kill จะมีตัวควบคุม Volume เสียง
และมี Microphone สำหรับการเชื่อมต่อกับ Smartphone สำหรับการสนทนา
ถ้าดูดีๆ แม้แต่ตัวรูดปรับความกว้างของสายหูฟัง ก็ยังเป็นลูกกระสุนและมีสัญลักษณ์โพธ์ดำอยู่
ที่หลายหูฟังอาจจะดูแปลกตาไปสักหน่อย
คือจะเป็นการหักลงมาแบบแนวตั้งฉาก 90 องศา
แต่มันดีนะครับสำหรับการพกพาไปไหนในกระเป๋ากางเกงคือมันจะไม่เกะกะมาก
แต่เวลาที่ดึงหูออกมาจากเครื่องก็อย่างไปจับสายตรงขั้วต่อก็แล้วกันครับ
คือมันไม่ยืดหยุ่นเท่าไหร่ เพราะมันเป็นพลาสติคแข็ง
มาดูเรื่องของการฟังกันบ้าง โปรโมทว่าหุฟังของชาวร็อค ก็จัดร็อคไปก่อนสำหรับเพลงแรก
ของวงที่มีกับความขัดแย่้งทางดนตรีอย่างสิ้นเชิงในแบบ Kawaii Metal
อย่าง Baby Metal กับเพลง “Ijime,Dame,Zettai”
เปิดมาไม่ทันไรเบสกับกับกระเดื่องกอดคอเดินหน้าฆ่ามัน
โถมเข้ามาเป็นพายุกันตามคำโฆษณาล่ะครับทีนี้
แต่ถ้าคุณฟังแบบเดิมไม่ปรับ EQ อาจจะความละเอียดของแบบแยกชิ้นได้ไม่ไม่มากเท่าไหร่นัก
ก็อย่างที่สเปคมันบอกครับ คือเน้นเสียงแบบ Boom Boom Boom แต่เสียงแหลมก็ยังคงพุ่งอยู่
อย่างผมทดสอบบน iPhone5 ลองปรับ EQ มาเป็น Bass Reducer
ทีนี้เบสเริ่มบางลง เริ่มแยกชิ้นกันได้แล้ว
มาลองฟังเพลงทดสอบเพลงที่สอง “Dragular” ของน้าร๊อบบ้านผี Rob Zombie
เพลงนี้ออกมานานร่วม 10 กว่าปี แล้ว แต่ยังคงความมันแบบ Industrial Metal แบบสิบตีนผีดิบ
คราวนี้เหมือนเริ่มจับทางกันถูกแล้วครับ
เสียงกระทืบกระเดื่องกับริฟท์กีตาร์เลื่อยยนต์แตกระยับ สลับมากันลูก โอบล้อม 2 ข้าง
กับเสียงซินท์ได้ยินชัดขึ้น หลังจากปรับ EQ มาเป็น Bass Reducer
ซึ่งอันนี้แล้วแต่คนชอบนะครับ
ถ้าชอบแบบตู้มแบบกลางๆ ลองปรับเป็นโหมด Dance หรือถ้าจะเอาหนักก็ปรับไปที่ Rock ก็ได้ครับ
มาดูเพลงที่สามกันบ้างคราวนี้แดนซ์กันสนุกๆ
กับ Kyary Pamyu Pamyu กับ Single ใหม่ Ninjya Re Bang Bang
คือด้วยความที่หูฟังรุ่นนี้เน้นเพลงที่เบสชัดๆครับ มันไม่จำเป็นต้องร็อคจ๋าขนาดนั้นก็ได้
หู Motorhead Phones เพลงเต้นรำกับยังฟังสนุกได้อยู่
ถ้าปรับ EQ ไปที่ Dance เบสจะกลมพอดีๆ ไม่มามากแบบปรกติ
แต่กลางยังมี และติดแหลมอยู่นิดๆ
สรุป..ถ้าอยากได้ InEar ใส่สบาย เน้นเบบสมาเป็นลูกจัดๆ เยอะๆ ระดับนึง
ฟังเอามัน เอาสนุก มากกว่าเอาใส กรุ๊งกริ๊ง รุ่น Overkill ก็จัดได้ครับ
สนนราคา Motorhead Phones รุ่น OverKill อยู่ที่ 1,980 บาท
แต่ถ้าไม่ติดจะไปใช้กับโทรศัพท์ก็มีรุ่น Trigger ที่ตัดรีโมทกับไมค์ออกไป
สนนราคาอยู่ที่ 1,650 บาท ครับ
ขอบคุณ Motorhead Phones ที่เอื้อเฟื้อสินค้าในการทดสอบครับ



