Review

รีวิว Samsung Galaxy S4 เรือธงผู้นำความเรียบง่ายกลับสู่ข้างกายผู้ใช้

samsung-galaxy-s4IMG_9587

ถึง Samsung Galaxy S4 จะไม่ได้มี Story บอกเล่าเรื่องราวมากมายแบบ S3
เพราะ Samsung พยายามจะกลับสู่ความเรียบง่าย
แต่เชื่อเถอะว่านีืคือเรือธงในจักรวาลของ Samsung ที่จะเปิดเผยทิศทางต่อจากนี้ไป
ว่า Samsung คิดอะไรที่ต่างไปจากเดิม

มาดูเรื่องขุมพลังกันก่อน ถึงในโฆษณาจะไม่บอกเท่าไหร่
แต่ก็ควรจะรู้ไว้บ้าง
CPU ของ Samsung Galaxy S4 นั้น
จะเป็น Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 1.6GHz Quad + 1.2GHz Quad
แต่ของ CPU ของ Samsung Galaxy S4 นั้น จะเป็น 1.4 GHz

samsung-galaxy-s4IMG_9589

หน่วยความจำภายในที่ติดเครื่องมานั้น มีมาให้ 16 GB
ถ้าอยากใส่กันให้สาแก่ใจกว่านั้น ให้หันไปหา microSD ขนาด 64 GB ครับ
กล้องหลังความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล

samsung-galaxy-s4IMG_9590

ที่ผ่านตอนเปิด

– Android 4.2

มาดูเรื่องของการรองรับเครือข่ายใน Samsung Galaxy S4 นิดนึง

– EDGE / GRPS (850 / 900 / 1800 / 1900MHz
– HSPA+ (850 / 900 / 1900 / 2100MHz
– Wi-Fi: 802.11a/b/g/n/ac HT80
– Wi-Fi Direct
– Bluetooth 4.0
– มี NFC
– DLNA, MHL 2.0

เรื่องการรองรับเครือข่าย 3G อันนี้ไม่มีปัญหา
ในวันที่ประเทศนี้ประกาศเรื่อง 3G ที่ความถี่ 2100 Mhz อย่างเป็นทางการ
รวมถึงการที่บางค่ายนำ 2100 Mhz ไปทดลองให้บริการ LTE
คือ Samsung Galaxy S4 รุ่นที่ขายในไทยไม่รองรับ LTE ครับ

แต่เดี๋ยว.. Samsung Galaxy S4 ก็รองรับ HSDPA+ ใช้ 3G ที่ 2100 Mhz ได้ความเร็วสูงสุด 21 Mbps
ซึ่งจะว่าไปมันก็เร็วพอสำหรับการใช้งานจริง กับชีวิตทั่วไป

samsung-galaxy-s4IMG_9591

การรองรับ WiFi ใน Samusng Galaxy S4 นั้นมาแบบจัดหนักตามยุค
เพราะรองรับมาตรฐาน Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac HT80
ขณะที่ Samusng Galaxy S4 802.11 a/b/g/n 2.4GHz/5GHz เท่านั้น

samsung-galaxy-s4IMG_9592

ถ้าดูจากสเปคตัวเซนเซอร์ที่ติดมากับ  Samsung Galaxy S4 นั้น มีให้มาเยอะทีเดียว
เซ็นเซอร์ความเร่ง, เซ็นเซอร์แม่เหล็กภูมิศาสตร์บารอมิเตอร์, เซ็นเซอร์ตรวจวัดระยะ
, เซ็นเซอร์ตรวจจับท่าทาง, เซ็นเซอร์อุณหภูมิและความชื้น
จะว่าไปแล้ว Smart Phone หลายตัวก็มี แต่อาจจะไม่ถูกนำมาใช้อย่างที่ควรจะเป็น
ซึ่งใน Samsung Galaxy S4 นั้นถูกนำมาใช้แอพ S Health ครับ

samsung-galaxy-s4IMG_9593

แบตเตอรี่ที่ติดมากับ Samsung Galaxy S4 นั่นอยู่ที่  2600 mAh
ขณะที่ Samsung Galaxy S3  ติดเครื่องมาอยู่ที่ 2100 mAh

samsung-galaxy-s4IMG_9594

ฝาหลังยังคงเป็น Polycabonet ถ้าของเดิมจะเป็นเส้นริ้วๆ
ครั้งนี้ฝาหลังก็จะเปลี่ยนเป็นเส้นที่เป็นกราฟฟิคมากกว่าเดิมนิดนึง

กล้องหลังเขยิบขึ้นมาตามมาตรฐานรุ่นเรือธงของปีนี้ครับ 13 ล้านพิกเซล
ส่วนวัสดุยังคงเป็น Polycarbonate เหมือนเดิม
ก็เพราะเน้นความความยืดหยุ่น เช่น บิดฝาหลังได้ระดับนึง
อ่อ.. Samsung Galaxy S4 ยังคงออกแบบให้ถอดฝาหลังได้นะครับ
บอกกันไว้ เผื่อใครอยากได้โทรศัพท์ที่ซื้อใช้กันไปยาวๆ

 

samsung-galaxy-s4IMG_9595

วัสดุฝาหลังแบบนี้ มีเรื่องความร้อนมั้ยตอบแบบตามตรงว่า “มี”
วันที่ทดสอบหนนึงผมหยิบออกไปนอกบ้านชาร์จเต็ม
ก็็ลืมไปว่าฝาปิดเคสตัวนั้น ไม่ได้ทำให้จอปิดจอดับ
ก็ขับรถเลยไปครึ่งชั่วโมง แล้วหยิบใส่ซองหนังแล้วโยนเข้ากระเป๋ากางเกง
มีพลังงานบางอย่าง ที่แถวบ้านเรียกว่าความร้อน
มันวิ่งผ่านซองหนังมาถึงส่วนบอบบางที่ซ่อนเร้นเป็นที่เรียบร้อย

ความร้องที่มันอั๊งอังอัง…ส่วนบอบบางตรงจุดซ่อนเร้นนั้น
นึกได้ว่าได้สูญพันธ์ก่อนวันวิวาห์ซะแล้ว

จริงๆ Smart Phone ที่ฝาหลังไม่หนีกันมาก
ก็มีคุณสมบัติในการนำพาความร้อนแบบนี้ทั้งนั้นล่ะครับ
แค่เล่าเป็นอุทาหรณ์สอนใจท่านชายไว้นิด – -“

samsung-galaxy-s4IMG_9597

หน้าจอ 5 นิ้วจะเหลือไว้..เหลือไว้ เหลือไว้ทำไม
ใช้ให้เป็นประโยชน์กับ Multi Window ครับ

พอได้เคร่องกลับมาอยู่ในมืออีกรอบ…ซึ่งเป็นช่วงสั้นถึงสั้นมาก
จึงได้รีบบึ่งไปที่ Samsung Shop ใกล้บ้าน เพื่อขอทำการเปรียบเทียบ Samsung Galaxy S3
เพราะมั่นใจมากกว่า ต้องมีคนคิดเปรียบเทียบกับเครื่องในมือแน่ๆ ว่าแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน
ซึ่งต้องขอบคุณ Samsung Shop ที่ Fashion Island นะครับ
ที่อำนวยความสะดวกในให้ยืมเครื่องมาวางเทียบ

 

samsung-galaxy-s4IMG_9806

ลองเทียบมิติดูแบบหน้าตรงกันบ้าง
หน้าจอจะยาวลงมาอีกนิด แล้วถ้าใครมี Samsung Galaxy S3 อยู่ในมือ
ลองเดินเอาเครื่องไปเดินเทียบกับ Samsung Galaxy S4 ดูได้
จะพบว่าหน้าจอทั้ง 2 รุ่น มันต่างแบบดูด้วยตาออก

มาดูเรื่องความละเอียดของหน้าจอกันบ้าง อันนี้เป็นสิ่งที่มองด้วยตาก็พอจะรู้ว่ามันต่าง
คือ Samsung Galaxy S4 ความละเอียดอยู่ที่ 1920 x 1080 Full HD Super AMOLED
แต่ Samsung Galaxy S3 ความละเอียดอยู่ที่ 720 x 1280 HD sAMOLED

Samsung Galaxy S4 ตัวจริงจะไม่ได้มีฝาปิดมาแบบนี้ะครับ
พอดีตัวทดสอบที่ได้มานั้นจะเป็น Case ที่มีฝาปิดในตัวโดยติดมากับฝาหลัง

 

 

samsung-galaxy-s4IMG_9808

ลองมองด้านข้างกันนิดนึง
การดีไซน์ขอบข้าง จะไม่เน้นความโค้งที่เป้นเส้นนำสายตาแบบเดิมมากเท่าไหร่
จะออกแนวทื่อตรงๆ การออกแวววัสดุด้านข้างแลดูคล้ายโลหะ แต่ไม่ใช่โลหะนะครับ
Samsung Galaxy S3 ความหนาอยู่ที่ 8.6 มิลลิเมตร และ Samsung Galaxy S3 ความหนาอยู่ที่ 7.9 มิลลิเมตร

samsung-galaxy-s4IMG_9810

ลองดูเรื่องตำแหน่งของกล้องบ้าง
ตำแหน่งการวางกล้องก็จะอยุ่บบเดิม แต่ขนาดของกล้องใหญ่ขึ้น และย้ายตำแหน่งของไฟแฟลชลงมาด้านล้าง
และลำโพงถูกย้ายตำแหน่งลงไป

 

 

samsung-galaxy-s4IMG_9815

ตำแหน่งของปุ่มด้านล่างระหว่าง Samsung Galaxy S3 กับ Samsung Galaxy S4 ไม่หนีกันเท่าไหร่

samsung-galaxy-s4IMG_9817

มาดูเรื่องกล้องหน้ากันนิดนึง
ความละเอียดของกล้องด้านหน้าใน Samsung Galaxy S4 อยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล
ความละเอียดของกล้องด้านหน้าใน Samsung Galaxy S4 อยู่ที่ 1.9 ล้านพิกเซล

อ่านเรื่องสเปคกันไปคร่าวๆ คราวนี้มาดูเรื่องของ UI ที่ติดมากันใน Samsung Galaxy S4 นิดนึง

Screenshot_2013-04-28-22-38-22 Screenshot_2013-04-28-22-31-43 Screenshot_2013-04-28-22-31-34

ถ้าเราปาดหน้าจอเพื่อปลดล็อค
เราก็จะเห็นอนิเมชั่นเกราะเพชรเจ็ดสีมณีเจ็ดแสงวิ่งเข้าหน้าจอไปเลยในทันที
หมายถึงด้านล่างนะครับ..ไม่มีแล้วเสียงน้ำส้มต๋อมๆ
แต่ถ้าเราปาดด้านบน ป๊าบเข้าให้..มันมี Widget มันมี Widget ซ่อนไว้ครับ

แล้วที่เขียนไว้วว่า Life Companion ซึงแปลได้ว่า “คู่ชีวิต”
หรือจะแปลให้ไทยจ๋ากว่านี้ก็ไม่มีใครว่าอะไรล่ะมั้ง  เพราะถ้าอยากเปลี่ยนข้อความนเองมันก็ทำได้
เผื่อใครมีความเชื่อโชคลาง สีถูกโฉลก เพราะสมัยนี้ขนาดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ
ยังตีเป็นเลขมงคลได้ จัดไปครับกับตัองอย่างนี้! .. อายุ วรรณโน สุขัง พลัง

samsung-galaxy-s4photo

อีกไม่นานคงมีใครเขียน Galaxy เครื่องนี้ ใช้แล้วรวยประมาณนั้น
ว่าแต่มันเปลี่ยนยังไงดู VDO ตัวนี้นะครับ

มาดูเรื่อง Software และลูกเล่นกันต่อ
ถ้าใครจำคำพูดที่ผมพูดถึงตอนรีวิว Samsung Galaxy S3 ได้
ก็ยังอยากย้ำแบบเดิมคือ Samsung Galaxy S4
ถ้าตระกูล Galaxy Note เค้ามีพูดในการขายว่า “คิดอะไร ทำได้เลย”
คือตระกูล Galaxy Phone ผมอยากจะยืนยันคำเดิม “Samsung คิดอะไร ใส่ลงมาหมด”

คือ Samsung  Galaxy S4 เป็นโทรศัพท์ที่อัดเทคโนโลยีแทบทุกอย่างที่ Samsung  คิดได้ใส่ลงมาหมด
ซึ่งมันเป็นทั้งข้อดี และเหนื่อยพอกันสำหรับการเรียนรู้ “ทั้งหมด”
มันเหมือนเอาหินก้อนมากองรวมแล้วปาใส่หัว คือมันต้องมีโดนซักก้อนล่ะว้า

เพราะโดนหินปาหัวไปหลายก้อน..เลยเขียนช้ากว่าทุกคราวแหล่ะ

มาลองดู Software ที่แถมมากับ Samsung Galaxy S4 ก่อน
จรงๆ ก็ไม่ได้มีเยอะนะครับ แต่จะออกไปทางลึกซะมากกว่า

Screenshot_2013-04-28-22-55-30Screenshot_2013-04-28-22-55-44Screenshot_2013-04-28-22-55-48

สิ่งที่ผมเขียนถึง คือสิ่งที่ผมชอบ และได้ใช้ประโยชนฺ์จริงๆ
จากก้อนหินหลายก้อนที่ได้หยิบจับมาลองปาด้วยความเอื้อเฟื้อของทีมงาน
แต่ประโยชน์ของผมกับของท่านมันอาจจะคนละมุมนะครับ ที่เหลือต้องไปลองเอง

เรื่องแรกคือการแปลภาษา  อันนี้ทีมงานภูมิใจนำเสนอผมมาก

ซึ่งก็ไม่ค่อยน่าแปลกใจ เพราะสิ่งที่ Samsung พยายามสร้างให้จุดแข็งของตัวเองคือ
การก้าวข้ามเพื่อเปลี่ยนตัวเองจากแบรนด์เอเชีย ให้เป็นแบรนด์ระดับโลกซึ่งด็ดูจะสำเร็จซะด้วย
และการเข้าไปสู่ในตลาดโลกนั่น การเข้าไปอยู่เป็นส่วนนึงของการสื่อสารระหว่างกัน
ของคนต่างซีกโลกจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

สิ่งที่ Samsung จะบอกคือ เรามีวุ้นแปลภาษาซ่อนอยู่ใน Samsung Galaxy S4
ตัวอย่างเช่น ใน Chat On! ก็มีคุณสมบัติการแปล
ซึ่งสามารถตั้งแปลได้ทันที โดยเลือก Translate ทั่งฝั่งเรา และฝั่งคู่สนทนานะครับ
แต่บอกก่อนว่ายังไม่มีภาษาไทย ต้องมีความแข็งแรงทางภาษาประมาณนึงไปพลางๆ

Screenshot_2013-04-29-09-10-04

แต่ก็นั่นล่ะหลายครั้ง Chat On! ที่พยายามจะแปลให้เราตลอด
ในเวลาพิมพ์ไทย ถ้าเราไม่ปิดคุณสมบัติในการแปล
มันก็จะเด้งมาลอยๆว่าไม่สามารถแปลได้ แต่ก็ยังพิมพ์ไทยโต้ตอบได้ปรกตินะครับ

มาดูในเรื่องถัดมา ในSamsubng Galaxy S4 มีแอพเล็กๆตัวนึงที่ผมชอบมาก
แต่แทบไม่เคยถูกหยิบมาพูดถึงเลยนั่นคือ S Translator

Screenshot_2013-04-28-22-58-19Screenshot_2013-04-28-23-00-27

แอพลิเคชั่น S Translator ทำให้  Samsung Galaxy S4 กลายเป็นล่ามแบบพกพกแบบใช้ได้จริง
การทำงานมันไม่มีอะไรซับซ้อน คือเวลาคนเราพูดสนทนากัน
มันต้องประกอบกันด้วยคู่สนทนา หน้าจอก็เลยแบ่งกันบนล่าง
แล้วใช้ช่องการการสื่อสารที่ง่ายสุดคือ “การพูด”  และ “การพิมพ์ “
เพื่อป้อนข้อมูลลงแอพ…แต่ข้อต้องระวังอย่างเดียวคือ “สำเนียง”

ทำเป็นเล่นไป…ผมเคยไป Trip เกาหลีที่ Samsung เจอน้องร่วมทริป
พยายามสื่อสารกับคนเกาหลีที่ไม่พูดอังกฤษอยู่เป็นสิบนาที
จนในที่สุดผมต้องใช้แอพจำพวกนี้ช่วยสื่อสารถึงตกลงซื้อขายได้

อันถัดมาก็ชอบมากพอกันคือ Optical Reader แนวคิดก็คล้ายกันคือแปลภาษานี่แหล่ะครับ
เท่าที่ผมเจอมาปีนี้ Android ของคุณจะกลายเป็นวุ้นแปลภาษากันย่อมๆ แล้วนะครับ
เพราะนี่ก็เป็นอีกค่ายที่มีแอพแนวนี้ คือใช้กล้องส่องแล้วแปลภาษา

Screenshot_2013-04-25-12-11-12Screenshot_2013-04-28-23-01-33

คือก่อนใช้งานนอกบ้าน หรือจะบินไปประเทศไหน
กรุณาดาวน์โหลดพจนานุกรมภาษานั้นๆ ก่อนนะครับ
ขนาดไม่ใหญ่เกิน WiFi แต่ก็ไม่เล็กขนาดจะโหลดเพื่อผลาญ 3G นอกบ้าน
วิธีการใช้ไม่มีอะไรยาก แค่เอากล้องส่องแล้วโฟกัสให้ดีๆ คำแปลก็โผล่ม่ด้านล่างแล้ว สั่งให้อ่านออกเสียงได้
หรือแชร์เผื่อถามเพื่อนผ่าน Social Network ก็แล้วแต่
ของพวกน่าของคู่ชีวิตคนบินไปต่างประเทศ คนที่ต้องเจอชาวต่างประเทศแล้วไม่ถนัดภาษาอย่างมาก

อันถัดมาที่ผมชอบมากคือ Air Gesture ..
คือส่วนตัวผมมองแบบนี้ว่าอนาคตอันไม่ไกลมาก
มนุษย์จะใช้การสั่งงานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า “ทั้งหมด” ด้วยการสั่งงานแบบอื่นนอกจากการพิมพ์
เช่น การเคลื่อนที่ของอวัยวะ การเปล่งเสียง  การมอง การแนบ

ซึ่ง Samsung เองก็พยายามทำแบบนี้มาตั้งแต่ Samsung Galaxy S3
อาทิ
ประเภทที่มี SMS มา จากนั้นยกหูแล้วโทรออก..ซึ่งอันนี้เวิร์ค
ประเภทที่ใช้สายตาจับหน้าจอ เพื่อควบคุมการทำงาน….ซึ่งอันนี้มีทั้งเวิร์ค และมีทั้งวืด

Air Gesture นี่ก็เหมือนกัน  คือ Samsung บอกเล่ากับเราว่า
ฝรั่งที่เค้าคิดคือ ประเทศเค้าบางทีกินกาแฟ กินขนมแล้วมือเลอะ
ครั้นจะเอามือมาหน้าจอก็จะยัง ก็เลยคิดว่าทำไมไม่ใช้วิธีโบกมือเล่า

ในวันที่ผมทดลองจริงครั้งแรกเลย..ผมแทบจะโบกมันตกโต๊ะเพราะปาดเท่าไหร่ไหร่ก็ไม่ไป
คาดว่าเพราะเค้กอุดตันในสมอง
ตอนลองเค้าให้เอามือหยิบเค้กแล้วลอง
จนทีมงานต้องมาสะกิดว่า ต้องปาดด้านบนทีมีตัวรับสัญญาณค่ะ –_-“

แล้วก็ผมก็ลองใหม่ใช้สันมือปาดป้าบ…เออ มันติดเว้ยเฮ้ย
รักจะใช้ Samsung ต้องถนัดใช้สันมือนะครับ
เพราะ Samsung ก็ใช้การจับหน้าจอด้วยสันมือในหลายรุ่น ฮ่า

คือถ้าฝรั่งต้นคิดเค้าอาจจะนึกอะไรแบบนี้ในร้านกาแฟ
แต่ผมคนไทยอ่ะนะก็เลยไปนั่งนึกในร้านลาบ
ว่าผมควจะใช้ท่าไหนในการปาดแล้วมันไม่ตกโต๊ะแน่ๆ
ในที่สุดผมก็ค้นพบความจริงที่อยู่ หลังกระติ๊บข้าวเหนียวเคี้ยวคอหมูย่างหยับๆ

ถ้าจะใช้ Air Gesture ให้คว่ำมือลง แล้วปาดคลุมตัวเครื่องตั้งแต่หัวเครื่องเลยครับ
มันสัมผัสติดแน่นอน…ลองดูวิดีโดการสาธิตที่ถ่ายจากประสบการณ์จริงในร้านลาบได้
ก็คุณกินข้าวเหนียว กินส้มตำ ไก่ย่าง คุณใช้สองมือมั้ยล่ะ
นั่นล่ะ Samsung Galaxy S4 เหมาะกับชีวิตคนไทยมาก

ปรกติไม่ค่อยพูดถึงแป้นพิมพ์บน Android แค่บน Samsung Galaxy S4
งวดนี้ขอพูดถึงนิดนึง เพราะมันแลดูเป็นสิ่งที่ถูกลืมมากเวลาเรารีวิว

Screenshot_2013-04-28-23-47-27

ดูในหน้าของ setting ก่อน จะมีระบบเดาศัพท์
มีระบบการพิมพ์ต่อเนื่องด้วยการปาดลาก มีระบบเขียนด้วยลายลือ
อ่านไม่ผิดหรอกครับ ลายมือจริงๆ

Screenshot_2013-04-28-23-45-41Screenshot_2013-04-28-23-45-54

ตัวอย่างอย่างระบบเดาศัพท์ อันนี้ก็ตามมาตรฐานทั่วไป
มาดูเรื่องการเขียนแบบลายมือดีกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าอยากจะป้อนด้วยลายมือไทย
ให้ไปใช้ Samsung Galaxy Note 8 นะครับ

Screenshot_2013-04-28-23-47-41Screenshot_2013-04-28-23-47-48

แต่ที่น่าสนใจขึ้นมานิดคือ Comtinuous Input
เป็นลักษณะของการปาดลากตัวอักษร และที่น่าสนใจคือ
ระบบเดาศัพท์ในภาษาไทยสามารถทำงานตอบสนองได้ค่อนข้างดี

Screenshot_2013-04-28-23-47-55Screenshot_2013-04-28-23-48-19

 

มาดูเรื่องของกล้องกันบ้าง เพราะใน Samsung Galaxy S4 ชูเรื่องนี้เป็นจุดเด่นสุดๆ
ปีที่แล้วผมติไปเยอะเหมือนกันว่ากล้อง Samsung Galaxy S3 มันจะฉลาด
ต่อเมื่อใช้การปรับแต่งเอาเองแบบ Manualซึ่งถ้าปรับเป็นคุณจะรักมันมาก
แต่กับ Auto Mode  ว่ากันตรงๆ คือคู่แข่งทำมาฉลาดกว่า

ผมอาจจะโชคดีนิดหน่อยที่ได้ Samsung Galaxy S4 เครื่องที่ FW ดีกว่าตัวทดสอบที่จับครั้งแรก
ถ่ายโคตรมันเว้ยเฮ้ย..นี่คือสิ่งที่ผมแอบอุทานเบาๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าตัวทดสอบที่น็อคคามือ

แต่โทษที Samsung Galaxy S4 พี่ท่านเล่นจัด Scence Mode มาแบบจะเยอะไปไหนครับ
คือผมมี Samsung Galaxy Camera อยู่ในมือ โหมดสำเร็จรูปยังมีไม่เท่านี้เลย

Screenshot_2013-04-28-23-13-38 Screenshot_2013-04-28-23-12-47

เรื่องของ UI นี่ถ้าใครเคยมี Samsung Galaxy Camera ผ่านมือมา
แทบจะไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย เพราะมันเคาะแบบเดียวกันเป๊ะซึ่งดีสำหรับมือใหม่

Screenshot_2013-04-28-23-13-00Screenshot_2013-04-28-23-13-03Screenshot_2013-04-28-23-13-34Screenshot_2013-04-28-23-13-17

ส่วน Scence Mode อันที่ดูแล้วเพิ่มเข้ามา คือ
– Animated Photo ซึ่งเป็นการทำภาพเคลื่อนไหว พูดง่ายๆคือทำ GIF Animation ดีๆ นี่เองล่ะ
– Sound & Shot คือการ ถ่ายภาพนิ่งแล้วมีเสียงใส่เข้าไปในฉากหลัง 9 วินาที
ว่าแต่…ทำไมต้อง 9 วินาที  คือทีมงานเขาเล่าว่ามีการวิจัยว่าความสนใจมันมีอยู่เท่านั้น
– Drama Shot คำว่าดรามา ไม่ได้ภาพถ่ายตบตีที่ท้ายทอยของคนคอยเชียร์คนตีกันที่รอบนอก
แต่มันคือ การจับภาพเคลื่อนไห เอามาเรียงร้อยต่อกันเหมืนอที่เราเคยเห็นเทคนิคการกรีดการ์ตูนบนกระดาษ

เนื่อจากผมเป็นตัวแบบในการ Drama Shot ซะเอง
คำแนะนำในการถ่าย Drama Shot มีสั้นๆครับ

20130407_153039
1. ช่วยห่างจากตัวแบบพอประมาณ  เพราะระบบมันต้องการการกะระยะ
คือถ้าระยะมันไม่พอ ระบบจะแจ้งเตือนตอนที่คุณถ่าย

20130407_144204

2. การจับความความเร็วในการเคลื่อนไหวตอนที่ถ่าย Drama Shot ทำได้ “ประมาณนึง”
จังหวะกระโดด จังหวะการเดิน แบบนี้พอได้ครับ แต่ก็ต้องทำการทดลองหลายๆรอบจนกว่าจะจับจังหวะได้
ไม่งั้นอาจจะตัวขาดแบบนี้ได้

3. ถ้าคุณหุ่นแบบผม ตัวมันจะกลมมากเวลาถ่าย T_T

มาดูกันที่ Sound & Shot กันต่อ ตอนแรกผมก็นึกอยู่
เออ..คนเรามันจะอยากได้เหรอ
แต่พอลองเอง..มันก็สนุกดีถ้าคุณมองคุณสมบัตินี้ในแง่ของการทำ Greeting Card ง่ายๆ
เพราะเป็นการทำงานแบบการบันทึกภาพนิ่ง พร้อมเสียงที่บันทึกในตัว 9 วินาที

แต่ต้องบอกข้อควรรู้ก่อนคือ เมื่อมันดูได้บน Samsung Galaxy S4 อย่างเดียว
คือถ้าคุณเอาภาพไปเปิดที่เครื่องอื่นก็จะได้เป็น GIF ธรรมดา ลองดูจากด VDO ด้านล่างนี้ครับ

ถ้าถามว่า Sound & Shot หรือ Animated Photo
ที่ถ่ายออกมาเสร็จแล้วนั้น เราจะรู้ได้ยังไงว่ารูปไหนเป็นรูปไหน ดูตรงนี้ครับ

Screenshot_2013-04-29-07-18-39

เห็นตรงมุมซ้ายล่างของรูปมั้ยครับ
อันที่เป็นเครื่องหมาย Play ก็จะเป็น Animated Photo
อันที่เป็นเครื่องหมายตัวโน้ต ก็จะเป็น Sound and Shot

 

เรื่อวของ Dual Cameraไม่มีอะไรยาก จับภาพได้หน้าหลังพร้อมกัน
ผมเลยนึกไม่ออกว่าคสวรจะเขียนถึงทำไม
ขออภัยที่พูดตรง
คำแนะนำส่วนตัวผมนะ ถ้าชีวิตมันยากนัก ไปหากล้อง Compact ที่ตั้งถ่ายแล้วควบคุมได้ผ่านแอพ
ซึ่งหลายแบรนด์ก็มี รวมถึงของ Samsung เองก็มีกับเค้าด้วย
ไว้จังหวะมีจะหยิบมารีวิวต่อไป

แต่ที่คิดว่าคนคงอยากได้จริงๆคือ ถ่ายวิดีโอพร้อมกันหน้าหลังครับ
เพราะเวลาเราถ่ายงาน บางทีมันมีจังหวะ ที่เราก็อยากให้หน้าคนถ่ายมันไปปรากฎอยู่ในนั้นด้วย

ความคิดนี้ผมนึกได้ตอนที่เอา Samsung Galaxy S4 ไปทดสอบถ่ายวิดีโอในที่แสงน้อย
แบบที่รุ่นเรือธงหลายตัวนั้นนำมาเป็นจุดขาย ก็ลองดูได่จาก VDO ด้านล่างนะครับ
แต่ไม่แนะนำให้ไปทำเองกันเท่าไหร่นะครับ เนื่องด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย

 

ถ้าใครสนใจจะดูตัวอย่างภาพนิ่งจากกล้องของ Samsung Galaxy S4  คลิ๊ก ที่นี่ ครับ

เราดูระบบการควบคุมแบบไม่ต้องใช้มือกันไปแล้ว
คราวนี้มาดูการควบคุมด้วยเสียงกันบ้างอย่าง “S Voice”
คือคนที่ใช้ Smart Phone ตอนที่ขับรถ
ถ้าคุณมีคนข้างๆ คอยกดโน่นนี่นั่นโดยไม่ต้องหันมามองจอ ก็ถือว่าดีไป
แต่ถ้าขับรถไปไหนคนเดียวไกลๆคนเดียว
การเหลือบไปมองจอโทรศัพท์บ่อยๆ คงไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยนัก
การสั่งงานด้วยเสียงจะเป็นเทคโนโลยี ที่จะช่วยตรงนี้ได้

แต่ในความเป็นจริง ทีมงานพัฒนามีเรื่องที่ยังต้องพัฒนากันต่อครับ
ทั้งในเรื่องสำเนียงของเราเอง หรือว่าการเรียนรู้สำเนียงของเครื่อง ซึ่งมันไม่ง่ายเลยจริงๆ
ที่ติดมาในเครื่องตอนนี้ผมเรียกว่ามันคือก้าวแรก  ลองดูในวิดีโอนี้ดีกว่าครับ

 

มาถึงแอพตัวสุดท้าย ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุด
ที่ติดมากับ Samsung Galaxy S4 ในวันที่ขายตอนนี้นั่นคือ S Health

ทำไมผมถึงบอกว่ามันน่าสนใจ
คือเกิดมาเป็นคนอย่าสาละวนแต่การกดหน้าจอครับ โลกยังมีอะไรให้คุณทำอีกเยอะ
ถ้าติดโทรศัพท์นักก็หิ้วมันออกไปออกกำลังชมโลกด้วยกันเลยซะสิ

แล้วอีกอย่างนึง SmartPhone รุ่นเรือธงทั้งหลาย
ต่างมีเซนเซอร์ติดมามากมายแต่ไหนแต่ไหร
แต่ไม่ค่อยมีคนใช้ประโยชน์จากมันจริงๆ

คือ S Health คือเครื่องมือในการคำนวณ
ทั้งปริมาณในการออกกำลังกาย และการควบคุมอาหาร
ว่าในแต่ละวัน ร่างกายของคุณใส่เข้าไปเท่าไหร่ และเผาผลาญออกไปเท่าไหร่ในแต่ละกิจกรรม
เลยให้ดูภาพรวมดีกว่า เพราะการตั้งค่าครั้งแรกค่อนข้างจะยิบย่อยมาก

Screenshot_2013-04-28-22-56-00

ภาพรวมๆในหน้าจอแรกคือ จะบอกว่ามีการนับก้าวในแต่ละวัน
ว่าเราเดินไปเท่าไหร่ และใช้พลังงานไปกี่แคลอรี่ รวมถึงการรับประทานอาหารในแต่ละมื้อ
อันหลังเราต้องหมั่นบันทึกนิดนึง  ซึ่งนั่นหมายถึงว่าคุณต้องตั้งใจจริงกับโผรแกรมมที่วางไว้แล้ว

 

Screenshot_2013-04-29-08-34-33Screenshot_2013-04-29-08-35-05

นอกจากการเดิน การตั้งค่าเรื่องของอาหารแล้ว
กิจกรรมการออกกำลังที่นับระยะทางนั่นคือปัจจัยนึงทีจะทำให้สุขภาพของคุณดีขึ้นได้
การออกแบบของ S Health ก็เลยแบ่งตามประเภทกิจกรรมการออกกำลังกาย

Screenshot_2013-04-29-08-35-52Screenshot_2013-04-29-08-36-00

เริ่มกันตั้งการออกกีฬาเบาๆอย่างแอโรบิค แบทบินตัน จนไปถึงวิดพื้น ปีนเขา วิ่ง สเก็ตอินไลน์ สเก็ตน้ำแข็ง
แต่แอบเสียใจนิดนึงที่ไม่มีพายเรือ คือใน Endomondo มันมีนะครับ

Screenshot_2013-04-29-08-36-08Screenshot_2013-04-29-08-36-18

ในเมื่อคนเราออกกำลังกาย มันต้องการการกำหนดเป้าหมาย และการติดตามผล
ซึ่งใน S Health ก็มีการส่วนในวางแผน และจดบันทึก ที่ค่อนข้าวงละเอียดอยู่พอสมควร

Screenshot_2013-04-29-08-34-31 Screenshot_2013-04-28-22-56-25

คือถ้าเป็นแค่แอพออกกำลังกาย ผมคงไม่คิดว่ามันน่าสนใจอะไรขนาดนี้หรอก
แต่จากที่มีโอหาสนั่งคยกับทีมงาน Samsung  ในไทยก็ทำให้ทราบได้ว่า
โอกาสที่จะได้เห็นอุปกรณืเสริมที่ใช้ร่วมกับ S Health นั้นน่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะมาขายในประเทศไทย
เพราะตลาดขอิง Gadget สำหรับสุชภาพที่เป็นพวกตัวจับวัดแบบติดตัวผู้ใช้
ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับ Smart Phone นั้นมีตลาดรองรับอยู่กลุ่มนึงแน่ๆ
ซึ่งต้องรอดูต่อไปครับ ว่ามีการนำเข้ามาจริงๆ ราคาจะอยู่ที่เท่าไหร่
และจะได้รับการตอยรับจากกลุ่มเป้าหมายมากน้อยแค่ไหน

Screenshot_2013-04-29-08-35-37Screenshot_2013-04-29-08-38-12

มาดูตัวอย่างของ S Health แบบคร่าวๆ กัน

 

ตอนแรกว่าจะเขียนถึง S Health เป็นรายการสุดท้าย แต่แถมให้อีกอันก็แล้วกัน
ตอนนี้หลายบ้านอาจจจะไม่ค่อยได้ใช้รีโมททีวีเท่าไหร่แต่รู้ไว้ก็ไม่เสียหายครับ
ว่า Samsung Galaxy S4เค้าแถมแอพลิเคชั่นสำหรับเชื่อมต่อกับโทรทัศน์มาให้ด้วย
แอพที่ว่านั่นคือ “Watch On” แอพเขามีแถมมาเราก็เอาทดลองครับ

Screenshot_2013-04-28-22-43-07Screenshot_2013-04-28-22-43-19

สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกคือ “เปิดโทรทัศน์” ครับ
ก็ลองไม่เปิดดูสิครับ มันจะมีคำขึ้นเตือนด้านขวาขึ้นมานี่แหล่ะ
คือหน้าที่ของแอพคือทำการเชื่อมต่อ Galaxy S4 ของเรา ฉะนั้นจึงต้องมห้ทำความรู้จักกันก่อน
ถ้ารอบแรกไม่ติดต้อง รอ 10 วินาทีครับ

Screenshot_2013-04-28-22-43-36Screenshot_2013-04-28-22-43-57

หน้าที่หลักๆ พอเชื่อมต่อโทรทัศน์ของเราได้ ก็ไม่มีอะไรมาก มันคือ Remote ทั่วๆไปนี่แหล่ะ
ก็ใช้ Galaxy S4 เปลี่ยนช่องได้ เปิดปิดได้ เร่งหรี่ระดับเสียงได้ พอดูด้านล่างใกล้ๆ
อ้าว…มิน่าทำไมคุ้นๆ ผู้พัฒนาคือ Peel  ที่ทำแอพลิเคชั่น Universal Remote
ที่เป็นแอพคู่บุญของ Galaxy Note นี่แหล่ะครับ

แต่เดี๋ยว…ผมจะเปลืองพื้นที่ในการแนะนำแอพนี้ทำไม
คือจะบอกว่า ถ้าคุณตามข่าวของ Samsung คุณอาจจะเคยผ่านตามาว่า
ค่ายนี้กำลังจะมีสินค้าใหมjคือ Android Box  ที่เชื่อมต่อกับโทรทัศน์ และเป็น Media Server ภายในบ้าน
แล้วคุณคิดว่าจะใช้อะไรควบกล่องที่ว่านี่ล่ะ ถ้าไม่ใช่โทรศัพท์
พอจะเริ่มเห็นภาพจิ๊กซอว์แล้วใช่มั้ยครับ

ถ้าจะถามว่าจะซื้อดีมั้ย Samsung Galaxy S4
ตอบนี้ว่า..ถ้าคุณมองหาความ ว้าวววววว ขอโทษที..รุ่นนี้ไม่มีให้
เพราะเค้าไม่ได้เจตนาให้เป็นแบบนั้น ภาพรวมๆคือโทรศัพทื์ที่หยิบใช้ได้ทุกวัน ในเกือบทุกเรื่อง
อย่าว่าแต่แบรนด์นี้เลย เทรนด์นับจากนี้มันไม้ได้ชี้วัดกันที่ความว้าวแล้วครับ
แต่วัดกันที่ “ความเป็นมนุษย์สังคม” “ECO System”และ “การเติมเต็มพื่นที่ในห้องนั่งเล่นบ้านคุณ”

ถ้าคุณถือ Samsung Galaxy S3 อยู่ อันนี้น่าคิดหนักหน่อย
เพราะคุณสมบัติบางอย่างอาจจะถูกถ่ายเทลงมาใน FW ถัดไป

อันนี้ให้ถามใจว่าสิ่งที่ได้มาใหม คุณใช้คุ้มมั้ย ถามกระเป๋าเงินตัวเองหรือคนคุมกระเป๋าเงินว่าอนุมัติมั้ย

ถ้าคุณถือ Samsung Galaxy S2 นี่ก็มากันไกลจนเรียกว่าสุดทางรักแล้ว
ถ้ายังรัก Samsung ต่อ ยังอยากมี android คู่ใจก็จัดไปเถอะ

ถ้าบ้านคุณใช้เครื่องใช้ไฟฟ้ายุคใหม่ในห้องนั่นเล่น / ห้องนอน
คุณมีแววที่ถูกโน้มน้าวเข้าอารยธรรมของแบรนด์นี้เอาง่ายๆ
แบบที่เขียนไว้ข้างต้นนี่แหล่ะ เพราะเขาตั้งใจขาย Eco System
และจะสนุกน้อยลงไปมากหากเพื่อนไม่ใช้เหมือนคุณ เช่น Group Play หรือว่า Sound and Shot

ส่วนเรื่องที่คิดได้แล้วใส่มาสารพัด
อันนี้ผมนั่งคุยกับเพื่อน Blogger หลายคนก็มีความเห็นตรงกันว่า
ไหนๆจะพยายามหวนกลับคืนสู่สามัญแล้ว

บางที Samsung ควรจะกลั่นกรองเพิ่มอีกนิด
คือบางอย่างถ้าคนไม่ได้ใช้ ไม่ต้องใส่มาให้หนักเครื่องก็ได้
แล้วที่น่าจะได้ใช้ ก็ไม่ได้อยู่ใน Key Message ที่ควรจะสื่อสารทางการตลาดเอาซะเลย

สนนราคาขายของ Samsung Galaxy S4 อยู่ที่ 21,900 บาท
ก็ถือว่าสุดเพดานราคาของ Smart Phone ในตระกูล Android ที่ขายกันทั่วไป
ถึงไม่ว้าวแต่ไม่ได้หมายความว่ามันแย่ เพราะ Hardware ขนาดนี้ใช้ไปได้สบายๆ เกือบ 2 ปี
ที่เหลืออยู่ที่คุณลองแล้วครับ ว่าชอบหรือไม่

photo

ขอบคุณ Samsung ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อเครื่อง และจัดทริปพิเศษจริงๆการทดสอบครับ ยิ้ม

 

 

Review Overview

Material
Design
Feature
Hardware

User Rating: Be the first one !

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to top button