หนึ่งในอุปกรณ์ที่หลายคนตั้งแต่รอตั้งแต่เปิดตัวที่เบอร์ลิน
สำหรับนาฬิกาอัจริยะอย่าง Samsung Galaxy Gear ตอนนี้ลัดฟ้ามาไทย
แล้วสิ่งนี้จะทำหน้าที่ได้ดีทั้งแง่เทคโนโลยี และนาฬิกาหรือไม่ไปพิสูจน์กันเบาๆครับ

ตอนที่ได้เครื่องมาครั้งแรกมาลองเล่นแบบพอข้ามวัน
อุต๊ะ…ผมอุทานในใจไปนิดนึงว่าดูทรง แล้วนึกถึง Casio ตระกูล Futurist นิดหน่อย
แต่เอาะเถอะนาฬิกาทรงล้ำโดยส่วนใหญ่การออกแบบมันไม่ได้หนีกันมาก
แต่ผมก็อยากเห็นอีกดีไซน์ ที่ไม่ได้ถูกนำมาใช้

การทำความรู้จักครั้งแรกระหว่าง Samsung Galaxy Note 3 กับ Samsung Galaxy Gear จะผ่าน NFC
แต่การเชื่อมต่อครั้งต่อๆไปจะเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth

คำถามแรกที่ผมเจอเกี่ยวกับภาษาไทย คือ Samsung Galaxy Gear รองรับภาษาไทยหรือไม่
ภาพนี้คงแทนคำตอบนะครับ ว่า Samsung Galaxy Gear รองรับภาษาไทยกันตั้งแต่เมนูของนาฬิกากันเลย

อันนี้ขอชม Samsung หน่อย คนออกแบบเมนูนี้คิดมาได้ยังไง นั่นคือเลือกข้างของแขนที่ใส่นาฬิกา
อย่างตัวผู้เขียนเป็นคนถนัดขวาที่ดันใส่นาฬิกาใส่มือขวา
การเข้าถึงการทำงานบางอย่างของนาฬิกา เค้าทำมาเพื่อคนใส่มือซ้ายมันเลยเป็นเรื่องที่ทุลักทุเล
ฉะนั้นคือมันแก้เรื่องกายภาพของคนใส่นาฬิกาได้แบบชงัดเลย

ไมโครโฟอยู่ตรงใต้ข้อมือที่ล็อคสายนาฬิกา มันก็สะดวกดีเวลายกขึ้นมาคุย
แต่ผมก็แนะนำว่า ถ้าคิดจะคบหา Samsung Galaxy Gear
ลองดูนาฬิกาเรือนประจำที่คุณใช้ก่อน ว่าตรงตำแหน่งนี้มันมีริ้วรอยมากแค่ไหน
ถ้าริ้วรอยหนักหนาเหมือนผ่านสมรภูมิฟัดกับสิ่งมีชีวิตสี่ขาหน้าขนมา
อาจจะต้องพิจารณากันนิดนึง

กล้องของ Galaxy Gear ตัวจริง ตัวใหญ่กว่าที่เราคิดไว้มาก
ขนาดดูถ่างตาถ่ายทอดสดจากเบอร์ลินนะนั่น
อาจจะดูแปลกไปนิด แต่ก็คิดว่าคถุุ้มกับคุณภาพของภาพที่ได้
อย่างน้อยก็ดีกว่าโทรศัพท์ยุคเพิ่งมีกล้อง คือตอนแรกคาดหวังไว้เท่านั้นจริงๆ
อ่อ..การถ่าย VDO ทำได้ที่ความละเอียด 720p เป็นคลิปสั้นๆ 10 วินาทีนะครับ

การถ่ายภาพนิ่ง ใช้การจิ้มหน้าปัทม์เอา
ส่วนเรื่องของเสียงในนาฬิกาปิดเสียงกล้องได้ เพราะตอนถ่ายจะเสียงดังมาก ซึ่งก็ดีในแง่ป้องกันการแอบถ่าย
แต่ตอนที่เราทดสอบ ลองปิดเสียงแล้ว มันก็ยังดังอยู่

การเลื่อนสายไม่มีอะไรยาก แค่ปลดล็อคตรงนี้แล้วค่อยๆขยับครับ
แต่มีบางคนที่บอกว่าที่ล็อคใส่แล้วเจ็บข้อมือ พอดีข้อมือผมเนื้อเยอะเลยไม่รู้สึก
อันนี้ต้องลองกันเองตามกายภาพ

ตัวล็อคแข็งแรงระดับนึง ปลดล็อคไม่ยาก แต่ส่วนตัวแล้วอยากให้แข็งแรงกว่านี้อีกหน่อย

สายนาฬิกายืดหยุ่นระดับนึงครับ ตอนแรกก็หวั่นใจว่ามันจะเข้ากับข้อมือมั้ย
พอคล้องปุ๊บล็อคปั๊บ โอเค..ประเด็นนี้ตกไป

ตัวภาพที่ถ่ายจาก Samsung Galaxy Gear จะถูกส่งไปลงไปยังเครื่องโทรศัพท์แบบอัตโนมัตินะครับ
ว่าแต่กรอบที่ดูเหมือนเกราะนี่คืออะไร สงสัยกันมั้ยครับ

เพราะนาฬิกา Samsung Galaxy Gear คุณสมบัติการใช้งานเยอะ ใช้ไฟในการเชื่อมต่อก็แยะ
ฉะนั้นต้องมีที่ชาร์จไฟครับ นั่นคือที่มาของเจ้าเกราะนี้แหล่ะ
ซึ่งในตัวเจ้าเกราะชาร์จไฟนี่มี NFC ในตัวสำหรับการเชื่อมต่อครั้งแรก
เพื่อเรียกการดาวน์โหลดแอพสำหรับการทำงานร่วมกันกับ Galaxy Gear บนโทรศัพท์

คือถ้าขาดสิ่งนี้ไป Samung Galaxy Gear ท่านมันจะกลายเป็นนาฬิป๊อกแป๊กที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
นั่นคือที่ชาร์จไฟ ซึ่งใช้สาย USB 2.0 มาเสียบเข้าไปตามปรกติ
แต่สายชาร์จที่ติดมากับ Samsung Galaxy Note 3 เป็น USB 3.0 นะครับ
ฉะนั้นจะเอาสายของ Samsung Galaxy Note 3 มาใช้ไม่ได้แน่ๆ
ทาง PM แจ้งมาว่า ถ้าชาร์จเต็มใช้งานทั่วไปก็อยู่ได้ประมาณหนึ่งวัน

ส่วนเรื่องของการสั่งงานผ่านโทรศัพท์ อาทิ S Voice ,บันทึกเสียง ,เรียกดูภาพ ,ควบคุมไฟล์มีเดีย,บันทึกการนับก้าว , โทรออกรับสาย
,อ่านการเชื่อมต่อปฎิทิน และถ้าต้องการเพิ่มแอพในตัว Samsung Galaxy Gear นั้น มันมีแอพพลิเคชั่นที่ติดตั้งเพิ่มได้ แต่ยังไม่เยอะ
คือเป็นแอพที่ทำมาเพื่อรุ่นนี้ เช่น AccuWeather
พอดูพยากรณ์อากาศแล้ว สิ่งที่ผมเกิดปิ๊งขึ้นมาคือการวิ่งถลา พาไปเดินใกล้ๆน้องพริตตี้ที่เดินถ่ายรูปตัวเองแถวนั้น
เฮ้ย! ไม่ใช่แล้ว เอาเครื่องไปออกแดดดูครับ
แล้วผมก็ค้นพบจุดอ่อนอย่างนึง..ที่ Samsung Galaxy Gear ควรนำไปปรับแก้ไขในรุ่นต่อไป
สำหรับการขายในประเทศที่ 365 วัน มีแต่ฤดูร้อน กับร้อนบรรลัยอย่างประเทศไทยนั่นคือ “แสงแดด”

ด้วยความที่ผู้เขียนใช้ชีวิตกลางแจ้งเยอะมาก เพราะถือคติอยู่ใต้ฟ้าอย่ากลัวแดด
นี่เลยเป็นสิ่งที่ผมคำนึงในการเลือกนาฬิกาหนึ่งเรือน คือต้องมองกลางแจ้ง ส่องกลางแดดแล้วทีเดียวจบรู้เรื่อง
แต่จอของ Samsung Galaxy Gear มันลักษณะเดียวกับเครื่องโทรศัพท์
เลยข้อด้อยติดตัวมาด้วยนั่นคือ .. “แพ้แดด”

ลืมบอกไปอย่างนึง…หน้าจอการแสดงผลของ Samsung Galaxy Gear สามารถเลือกรูปแบบได้เยอะอยู่
ซึ่งนาฬิกาทั่วไปมันทำไม่ได้มากเท่า รวมถึงเลือกการตั้งค่าการเชื่อมต่อด้วยว่า จะให้ดึงและแลกข้อมุลอะไรระหว่างกันบ้าง
อ่อ.. ระหว่าง Samsung Galaxy Note 3 กับ Samsung Galaxy Gear มีคุณสมับติในการตามหากันและกันด้วย
เป็นเสียงร้องดังน่าดูชม เดินก้มงมเงยยังไงก็ต้องหาเจอ
ใครที่เหมาะกับ Samsung Galaxy Gear..ผมตีออกมาเป็นรูปแบบชีวิตก็แล้วกันครับ
บ้านอยู่คอนโด หรือว่าประตูเปิดบ้านไม่ใช่ลากประตูอัลลอย อยู้ใกล้แพงรั้ว
เพราะมีโอกาสเกิดรอยขูดขีดกับนาฬิกาตัวนี้สูงมาก
ขับรถส่วนตัวไปไหนมาไหน ใช้ชีวิตอยู่บนตึก ตกค่ำมาเจอหน้าตาที่ร้านนั่งเก๋ๆสักแห่ง
คือคุณแทบจะไม่เจอแดดเลย
มือสองข้างของคุณไม่ได้นั่งวางแช่เคาะคอมทั้งวัน เพราะตัวไมค์รับเสียงจะเคาะขูดรูกโต๊ะโต๊ะเอาได้
มีพื้นที่ส่วนตัวพอ และไม่ใช่คนมีความลับอะไร เช่น แอบผูกปิ่นโตกับน้องหน้าใสที่ไหนไว้
เพราะเวลาเสียงสนทนาบน Samsung Galaxy Gear มันไม่เบาเลยนะครับ
ไม่ได้ชอบว่ายน้ำเป็นชีวิตจิตใจ เพราะกันน้ำแค่ละอองฝน กับน้ำล้างมือ
เท่าที่ผมนึกก็อยู่ประมาณนี้แหล่ะ
สิ่งที่ Samsung Galaxy Gear ยังคงต้องทำการบ้านต่อไปในฐานะของการเป็นนาฬิกา
– หลายคนได้ลองบอกว่าเป็นเสียงเดียวกันว่า สายนาฬิกาน่าจะเปลี่ยนได้
ตอนนี้ขาข้างนึงของ Samsung ไม่ใช่ Gadget แล้วนะครับแต่อยู่ที่แฟชั่นด้วย
ถ้าสามารถเปลี่ยนสายได้มันจะน่าสนใจมากขึ้น และดีกว่าการทำสารพัดสี
แต่นั่นก็หมายถึงว่า ต้องตัดคุณสมบัติกล้องไป ย้ายทำแหน่งไมค์ และทำราคาที่ถูกลง
เพราะก็มีคู่แข่งในตลาดที่ทำแต่ต่าง OS อย่าง Cookoo Watch ที่ทำคุณสมบัติได้น้อยกว่า
แต่เข้าใจความเป็นนาฬิกามากว่านิดๆ
– การแสดงผลกลางแจ้งต้องมองเห็นได้ และการหยิบนาฬิกาแบบส่องขึ้นมาแล้วต้องเห็นเวลาทันที
อันนี้เป็นคุณสมบัติที่นาฬิกาจำเป็นต้องมี ไม่ว่าจะ 199 บาท หรือฟาดไปที่เลข 7 หลัก
การแสงผลในที่แจ้งแดดส่อง ถ้าปรับความสว่างที่ระดับกลาง มองไม่ไหวเลยจริงๆ
แต่ถ้าปรับความสว่างระดับสุด ถึงมองเห็นขึ้นมาบ้าง
รวมถึงการเข้าดูหน้าจอเวลา มันแสดงผลอัตินโมัติจริง แต่ยังต้องไวกว่านี้
เพราะคนหยิบขึ้นมาดูเวลาคือในขณะอาจจะคล้ายคำขวัญท้ายรถเมล์ “กูก็รีบ”
– Wearable Computer ไม่ควรถูกปิดกั้นแค่ค่ายตัวเอง หรือทำมารองรับแค่เฉพาะรุ่นครับ
ถ้าเป็นระบบปิดแบบคู่แข่งนั่นก็อีกเรื่อง
เพราะ Samsung เลือกเดินในระบบที่เปิดกว้างแบบ Android
และมียี่ห้ออื่นที่พร้อมกันจะกระโจนสู้สู่สนามเดียวกัน
แต่เปิดกว้างและพร้อมสำหรับการทำงานร่้วมกับผลิตภัณฑ์ต่างยี่ห้อมากกว่า
ราคาของ Samsung Galay Gear สนนราคา 8,990 บาท มาขายทีเดียวครบ 6 สี
จะซื้อดีมั้ย..เอางี้ส่วนตัวผมมองว่า
โดยคุณสมบัติที่ให้มาในแง่เทคโนโลยีในเจ้าเลขาตัวจ้อย อย่าง Samsung Galaxy Gear ก็จัดว่าใช้ได้
แต่ต้องรอเวลาในการพัฒนาให้สมบูณ์แบบต่อไป
ทิศทางของ Wearable Computer กำลังตั้งไข่ สินค้าที่ออกมาตอนนี้ถือว่าอยู่ในกลุ่ม Boy Toy อย่างนึง
ถ้าไม่ได้ควักเงินผ่อน Samsung Galaxy Note 3 แบบ 0% สิบเดือน แล้วเงินในกระเป๋ายังเหลือ
ก็เผื่อใจไปทดลองดูก่อนว่าชอบมั้ย เพราะมันเกิดมาเป็นคู่ตุนาหงันกันจริงๆ
ขอบคุณ Samsung Thailand ที่เอื้อเฟื้อโอกาสในการทดสอบครับ



