ยังคงกวาดผู้ใช้ในฟากเอเชียอย่างต่อเนื่องสำหรับแอพสนทนาอย่าง Line
และตัววเลขล่าสุดที่ Linme ทำได้ในอินเดีย
คือเพิ่มยอดจำนวนผู้ใช้รวม 10 ล้านคน โดยใช้ระยะเวลา 3 เดือน
กลุยุทธ์เพิ่มยอดผู้ใช้ Line ในอินเดีย 10 ล้านคน ภายใน 3 เดือน ทาง Line เค้าทำได้ยังไง
หลายคนคงรู้อยู่แล้วว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่งของโลก
นักพัฒนาแอพลิเคชั่นเก่งๆ ก็มาจากประเทศอินเดียจำนวนไม่น้อยเลย
แต่หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าอินเดียขึ้นแท่นประเทศ
ที่มีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นอันดับ 3 ของโลกไล่กวดญี่ปุ่นทันแล้ว

ฉะนั้นถ้าจะมีแอลพิเคชั่นซักรายพยายามเข้าเจาะตลาดคงไม่ใช่เรื่องแปลก
และหนึ่งในนั้นคือ Line จากญี่ปุ่น
คือทาง Line เองได้ไปเปิดตัวในอินเดียเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2013
แล้วจากวันที่เดปิดตัว จนถึงตอนนี้ ยอดผู้ใช้ก็พุ่งพรวดติดจรวดถึง 10 ล้านคน
แล้วพุ่งขึ้นมาขนาดนี้ได้ยังไง จะว่าไปทาง Lineก็มีพันธมิตรที่ดีครับ นั่นคือ Sony
คือโทรศัพท์มือถือของ Sony ที่จำหน่ายใน อินเดียวอย่าง Xperia Z1 และ Xperia C จะพ่วง Line ไปด้วย
Sony Music Entertainment ในอินเดีย ทำการ official accounts บน LINE
เพื่อเชื่อมต่อกันแฟนเพลง Bollywood, Indipop, Tamil, Telugu, Punjabi และ เพลงสากลทั่วไป
จะว่าไปกลยุทธ์นี้ในไทยก็ทำ ในเกาหลีก็ทำ ซึ่งก็ดูจะสำเร็จกับทุกที่เลยทีเดียว
ทำการตลาดร่วมกับภาพบนตร์ฟอร์มยักษ์ของ Bollywood อย่าง ‘Krrish 3’ และ ‘DHOOM:3′
เรื่องหลังนี่คุ้นๆมั้ยครับ DHOOM ภาคแรก นักร้องบ้านเราอย่าง ทาทา ยัง ก็เคยไปร้องเพลงประกอบอยู่
แต่ถือเป็นไม้เด็ดที่ CEO ของ Line อย่าง Akira Morikawa
กล่าวอย่างมั่นใจว่าจะพา Line ไต่ยอดผู้ใช้ทะลุ 20 ล้านคนในอินเดียวแน่ๆคือ
การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนดังอย่าง Katrina Kaif ดาราสาวคนดังฝั่ง Bollywood
โดยจะมีการเปิดตัวแคมเปญนี้ในวันที่ 11 ตุลาคม 2013 ในเทศกาล Diwali
และตามธรรมเนียมของการใช้คนดังมาเป็น Brand Ambassdor เธอก็จะปรากกฎตัวในรูปแบบสติ๊กเกอร์ของ Line ด้วย
มาดูเรื่องพฤติกรรมการใช้ Line ของผู้ใช้ในอินเดีย อันนี้เป็นตัวเลขที่น่าสนใจมาก
คนอินเดียใช้ Line กับ Voice Call มาเป็นอันดับหนึ่ง สติ๊กเกอร์เป็นอันดับสอง และพิมพ์ข้อความเป็นอันดับสาม
โดย Line ตั้งเป้าว่าจะขึ้นแท่นผู้ให้บริการแอพสื่อสารอันดับ 1 ในอินเดีย
หรือที่เราเชื่อว่าในแต่ละประเทศจะมีแอพลิเคชั่นสื่อสารเจ้าตลาดครองอยู่
อาจจต้องลองทบทวนกันดูใหม่แล้วล่ะมั้ง
ที่มา : http://en.lineblog.naver.jp



