
ภาพลักษณ์ที่เราเคยชินกับ Sennheiser หูฟังสัญชาติเยอรมัน
ก็จะเป็นหูฟังสีดำๆหน้าตาเนิร์ดๆ คำว่าแฟชั่นคืออะไรฉันไม่รู้จัก
แต่่กับ MOMENTUM-on-ear
นี่คือการพลิกโฉมของหูฟัง Sennheiser เยื้องเท้าเข้าสู่ตลาดสินค้าแฟชั่นที่ดูดีมีภาพลักษณ์
แกะกล่องหูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear

มาดูสเปคของหูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear กันในเบื้องต้นก่อน
– Impedance 18 Ohm
– ตอบสนองย่านความถี่ 16 – 22000 Hz
– ระดับความดังของเสียง 110 dB
– น้ำหนัก 190 กรัม
– ค่าความผิดเพี้ยนของเสียง < 0.5%

ในกล่องที่เป็นปราการห่อหุ้มอย่างดีนั้น
มีสายหูฟังแบบที่เสียบกับโทรศัพทเพื่อใช้รีโมท และไมโครโฟนสำหรับสนทนา
และสายเคเบิ้ลแบบปรกติที่หัวเป็นแจ็ค TR 3.5 mm
อ่อ..มีตัวแปลงหัวเป็นแจ็ค RCA หรือแจ็คแคนนอนด้วย เผื่อไปเสียบกับเครื่องเสียงชุดใหญ่
ส่วนสายเคเบิ้ลยาวนั้น 1.4 เมตร ทั้งตัวสายที่มีรีโมท และสายตัวปรกตินะครับ

เรื่องการสวมใส่ของ Sennheiser MOMENTUM On-Ear นี่ผมให้คะแนนต่างกับนักวิจารณ์ฝรั่งเสียหน่อย
คือผมรู้สึกว่า มันค่อนข้างเบา และใส่ได้สบายกับศรีษะแบบคนไทยมาก
คือใส่แล้วรู้สึกว่ามันไม่บีบไม่ล้า ใส่ได้ค่อนข้างนานเลยทีเดียว
การปิดกั้นเสียงรอบข้างทำได้ค่อนข้างดี คือลองไปยืนข้างถนนนี่ ถ้าเสียงข้างๆ ไม่ดังจริงแทบจะไม่ได้ยินอะไรเลยเหมือนกัน

แนวคิดเรืองการออกแบบของหูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear
MOMENTUM คือการออกแบบหูฟังที่เหนือกาลเวลาของโลกแฟชั่น คือสำหรับคนที่กำหนดรูปแบบของตัวเอง
ซึ่งจะว่าไปเมื่อเทียบกับ หูฟังรุ่นอื่นๆในตระกูล HD
นี่ถ้าบอกว่าการออกแบบมาจากผู้ผลิตเจ้าเดียวกันผมคงถึงกับส่ายหัวด้วยความไม่เชื่อสายตา ส่วน
วัสดุที่ใช้ด้านบนของหูฟังเป็นหนังที่เป็นวัสดุคิดมาอย่างดี รอยเย็บตะเข็บสวยงาม
และมีป้ายชื่อรุ่นติดไว้สวยๆว่า Momentum

Momentum แปลแบบตรงๆคือแรงโน้มถ่วง ช่วงแถบเลื่อนของหูฟังที่โดยมากจะเป็นจุดซ่อนเร้น
กลับถูกเปิดเผยให้เห็นชัดๆ การใช้งานเพียงแค่รูดขึ้นลงก็จบไม่ได้มีตัวล็อคอะไรเป็นบั้งๆ
การเลื่อนลงมาแบบนี้ ดีต่อการใช้งาน คือไม่มีอะไรซับซ้อนดึงสะดวกดูสวยแบบเรียบๆนั่นคือสิ่งที่ผมชอบมาก
แต่ขนาดตัวแบบนี้ ถ้าจะพกไปไหนโดยสะดวก เมื่อเทียบกับหูฟังรุ่นอื่นที่สามารถพับหดตัวลงได้นี่ขอบอกว่าหมดสิทธิ์
ถ้าคุณคิดจะหาหูฟังพับได้ พกง่ายแบบพวกหู DJ นี่ รุ่นนี้ก็คงไม่ใช่โจทย์ในใจคุณแต่แรกอยู่แล้ว
เอามาเทียบกันคงไม่ยุติธรรมเท่าไหร่

รีโมทควบคุมที่ติดมากับสายหูฟังใช้ควบคุมการเล่น-หยุดเพลง และเร่งเสียงหรือว่าลดเสียง
แน่นอนว่าชื่อบอกมาแบบนี้ คือออกแบบมาเพื่อ iOS ส่วนโทรศัพท์หุ่นเขียวได้แต่มองตาปริบๆ

ด้านหลังเป็นไมโครโฟน ผมลองทดสอบใช้ในการคุย ปลายทางก็ได้ยินเสียงดังฟังชัดใช้ได้

สายแจ็ตสามารถถอดเสียบได้จากตัวหูฟัง จากทดสอบขนาดนี่เป็นหูทดสอบ
ยังเจอปัญหาอยู่บ้างเรื่องสัญญาณเสียงไม่ออกทั้งที่เสียบแน่น
แต่ลองขยับๆถอดเข้าถอดออกก็ใช้งานต่อได้ปรกติ

ตรงปลายหูฟังนี่เป็นสิ่งที่ผมชอบมาก นอกจากวัสดุดูดีแข็งแรงใช้ได้จริงแล้วกว่าหลายยี่ห้อในราคาไล่ๆกัน
ยังสามารถเลือกปรับระดับองศาได้ คือจะให้ตั้งตรง หรือเอียงเต็มที่ 45 องศาแล้วแต่ลักษณะการใช้
คือบางแบรนด์ตั้งตรง 90 องศา บางแบรนด์ก็ 45 องศา ซึ่งรุ่นนี้จะยืดหยุ่นกว่า
เท่าที่ผมลองปรับไปมาก็ถือว่าแข็งแรงดีพอไม่เลื่อนง่าย หรือว่าแแน่นจนเปลืองแรงนิ้วจนเกินไป
ทดลองฟังเพลงกับหูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear
หลังจากที่หูฟังตัวนี้อยู่กับผมมาร่วมสองสัปดาห์ และหาอ่านเสียงวิจารณ์ของนักเขียนฝรั่งดู
หลายสำนักเขาให้คะแนนระดับ Excellent ซึ่งนั่นก็อยู่ที่รสนิยมแต่ละคนนะครับ
แต่สำหรับผมแล้วจากที่ทดสอบเรื่องเสียง..บอกตรงๆว่าผมเห็นต่างกับนักวิจารณ์ฝรั่งอีกแล้ว
ผมไม่แน่ใจนักว่านักวิจารณ์ฝรั่งเอาอะไรเป็นตัวติดสินเรื่องเสียงเบส หรือว่าเสียงกลาง
แต่ผมจะแยกออกมาเป็นเพลงๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดก็แล้วกัน
Roiser – Luna Sea
เพลงนี้อายุอานามค่อนข้างจะนาน และและะมีความนัวในเรื่องของมิกซ์เพลงอยู่
เอาเป็นว่าทุกอย่างเสียงเครื่องดนตรีแทบจะวางกองตรงหน้าเลย เว้นแต่เสียงร้องที่ลอยทะลุออกมา
ซึ่งอันนี้ผมไม่แปลกใจมากนัก เพราะหูฟังรุ่นใหม่ส่วนใหญ่จะทำมาสำหรับเพลงที่บันทึกเสียงระบบดิจิทัลจัดๆ
อย่างน้อยก็พอรู้ได้ในระดับนึงแล้วว่า ถ้าเป็นเพลงอายุประมาณนี้ลงไปที่มีการมิกซ์แบบนี้
คงไม่ใช่เรื่องเหมาะกับหูฟังตัวนี้
Hail To The King – Avenged Sevenfold
พอเขยิบมาที่ร็อคที่อัดเสียงมาแน่นๆ คมๆ อย่างเพลงนี้หูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear
ถึงค่อยทำหน้าที่ของมันอย่างเห้นเด่นชัดหน่อย เสียงเคาะฉาบแหลมใสพุ่งทิ่มออกมาดีมาก
เสียงกีตาร์ที่เล่น Tapping ตอนท่อนอินโทรก่อนเข้า Riff Guitar แหลมคมออกมาเป็นเม็ดหน่อย
แต่เบสกับกระเดื่องที่ควรจะลอยพุ่ง…มันไม่ยอมมาเลยจริงๆ
ส่วนร้องนี่ลอยเด่นมาอยู่แล้วครับ อันนี้ไม่ต้องสืบ
Animetal USA – Makafushigi Adventure!
ความพยายามทดสอบเสียงเบสของผมยังไม่สิ้นสุด
ผมยังฝากความหวังในขอพรหลังจากเรียกเทพเจ้ามังกรผ่านลูกแก้วดราก้อนบอลทั้ง 7 ในเพลงนี้
เผื่อว่าเบสกับกลองจะเดินล่องออกมาบ้าง
สุดท้ายคำขอจากเทพเจ้ามังกรก็ดูจะเป็นจริง เบามากลองมาก็มาครับ
แต่เป็นกลองแบบ Drum Machine แป้กๆยุค Midi เรียกหา Sound Font
ส่วนเสียง Riff Guitar นี่สับกันออกมาเป็นละเอียดยิบเลย
คือเพลงของ Animetal USA เล่นกีตาร์สะอาดอยู่แล้วครับ
ถ้าหูฟังตัวไหนขับออกมาไม่ใสนี่พิจารณาแล้วนะครับ
เอาป็นว่า Sennheiser MOMENTUM On-Ear
มันฟังร็อคได้พอขำๆ ร้องพุ่งกีตาร์พุ่ง ถ้าเอาไปแกะร้อง แกักีตาร์นี่พอได้ แต่จะเอาร็อคโยกกันให้ลำไส้ได้บิดตัวคงไม่ใช่แน่ๆ
หน้าแก่ Doubletap feat. ทับทิม VRZO
วกกลับมาเพลงเต้นรำบ้าง เผื่อเบสจะออกมากจาก Sennheiser MOMENTUM On-Ear ซักที
แล้วเสียงที่มิกซ์แบบคมๆแบบดิจิทัลแบบยุค 2013
อย่างเพลงนี้ฟังเอาสนุกใช้ได้ เสียงคมกริบกริีงๆ เบสออกมาพอประมาณไม่ถึงกับพุ่งมาก
คือ มันเสียงกลมๆแบบกลองสังเคราะห์ ฟังเอาพอเต้นนี่เพลินใช้ได้
Around the World – Daft Punk
ไหนๆ เต้นกันแล้วก็ต่อกันให้ยับกับ Disco ที่เบสมาเป็นลูกอย่าง Daft Punk
เหมือนว่าคู่หูหมวกกันน็อคอวกาศอย่าง Daft Punk
จะทำให้หูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear
ยอมคายสิ่งที่ตัวเองทำได้ซักที มวลมหาเบสพุ่งแบบมีเนื้อมีหนังหน่อยกลมนวลดีมาก
เอาเป็นว่าผมเปิดเพลงนี้ฟังเป็นหลายสิบรอบติดกันก็ยังไม่รู้สึกว่ามันล้าหู
Still Got the blues – Gary Moore
กลับมาที่เพลง Ballad บ้าง
เสียงกรีดร้อง ผ่าน Gisbson Les Paul ในเพลง Still Got the blues ของ Gary Moore
หูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear มันควรจะกรีดเอาความเศร้าออกมาได้มากกว่านี้อีกนิด
คือมันไม่ฉ่ำ หรือว่าทิ้งตัวเท่าไหร่ แต่เอาความคมนี่ฝานออกมาเป็นเส้นของทุกการขยี้สายเลย
聞こえますか(ベ-トーベンウィルスより)/Kyoto Piano Ensemble
ไหนๆ Sennheiser MOMENTUM On-Ear จะเอาดีทางความคมของเสียงคมแล้ว
ผมก็ลองจัดเพลงที่เป็นบรรเลงเปียโนชัดๆใสๆ ใส่กันไปเลย
ดูเหมือนจะแนวที่ดีที่สุด เท่าที่ผมได้รับประสบการณ์จาก Sennheiser MOMENTUM On-Ear
คือผมสลับไปฟังเพลง รักเธอ-โต๋ ในเวอร์ชั่นเปียโน
หรือขยับไป Kenny G ก็ได้ความรู้สึกแบบเดียวกัน คือมันเกิดมาเพื่อเพลงแบบนี้ล่ะชัดๆ ใสๆ
สรุป .. กับหูฟัง Sennheiser MOMENTUM On-Ear
อย่างที่จั่วหัวไปแต่แรกน่ะครับ สิ่งที่ Sennheiser MOMENTUM วางจุดยืนไว้
คือเรื่องความปราณีต ความเรียบหรูดูดีทั้งการออกแบบ วัสดุ ดีไซน์ ใส่สบาย
พวกนี้ทุกอย่าง ถือว่าสมกับสิ่งที่เค้าพูดมา
เพราะในราคาเท่ากันหูฟังเจ้าอื่นนี่ก็ออกทะลุอวกาศกันไปซะหมด ไม่ก็ดู Vintage หรือดูแมนจัดๆ
แต่แนวเสียง Sennheiser MOMENTUM On-Ear ค่อนข้างจะออกแนวเฉพาะทางอยู่ซะหน่อย
คือหยิบมาสิบเพลงมันจะฟังเพราะจัดๆซะ 5 เพลงที่ดีแบบสุดติ่งทิ้งตัวลงนอน
ที่เหลือแค่พอฟังได้อย่างไม่คาดหวังอะไรมาก คือมันจะดีกับเพลงที่ดูผู้ดีหน่อยตามดีไซน์มันแหล่ะ
ถ้าชอบแหลมๆ คมๆ ร้องพุ่งๆก็มุ่งไป Sennheiser MOMENTUM On-Ear ตัวนี้เลย
ฉะเวลาที่จะไปลองก็ เอาเพลงที่คุณฟังไปด้วยบ่อยๆก็แล้วกันนะครับ
ค่าตัวของ Sennheiser MOMENTUM On-Ear ราคาอยู่ที่ 8,900 บาทครับ
ขอบคุณ @kafaak ที่เอามาให้ยืมลองครับ
– ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook Fanpage ด้วยการกด Like : Trendy2mobi Fanpage ครับ –



