
กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการดนตรีและวงการไอทีไปพร้อมๆกัน
เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Apple ควักเงินก้อนโตเข้าซื้อ Beat Audio
อะไรที่ทำให้ Apple ยินดีที่จะควักเงินก้อนโตขนาดนั้น
จำนวนเงินสามพันสองร้อยล้านเหรีญ ที่ Apple ควักให้กับ Beats Audio ให้กับ Dr. Dre และ Jimmy Iovine
ซึ่งเป็นนักแต่งเพลง โปรดิวเซอร์ และแร็ปเปอร์ กับแบรนด์ Beats Audio ที่วางตลาดเมื่อปี ค.ศ. 2009
มันต้องเหตุผลอะไรที่พอ Apple ถึงต้องเพื่อคว้า Beats Audio มาไว้ในมือ
ทาง Apple มี itunes ในฐานะความแข็งแกร่งในของช่องทางการจำหน่ายเพลง
ที่ทรงอิทธิพลต่วงการเพลงในยุคดิจิทัล ดาวน์โหลด
ทาง Apple มีฮาร์ดแวร์สำหรับฟังเพลงที่ล้มยักษ์อย่าง Sony Walkman ด้วย iPhod , iPhone
ที่ผ่านมา Apple มีการพยายามสร้างรากฐานทางดนตรีของตัวเอง
อย่างเช่น itunes festival แต่นั่นอาจจะยังไม่พอ
แต่ itunes เอง ก็มีคู่แข่งทางอ้อมที่กำลังสร้างพฤติกรรมใหม่ในการฟังเพลง
อย่างพวกบริการ Music Streaming เช่น Pandora หรือว่า Spotify
ซึ่งคู่แข่งเหล่านี้ทั้งในตลาดอเมริกา หรือว่าตลาดอื่นๆ ที่สามารถทำราคาได้ดีกว่าในฐานะของบริการเช่าฟังเพลง
ฉะนั้น Apple จึงต้องเร่งฝีเท้าในการก้าวขึ้นไปอีกทั้ง itunes radio
ที่จะหลายเป็นแหล่งชดเชยรายได้โดยการขายโฆษณา
ซึ่ง Beast Audio น่าจะเข้ามาเสริมทัพในด้านนี้
ซึ่งถ้าวัดกันตรงๆ ในบรรดาแบรนด์ของนักดนตรีที่ทำเรื่องหูฟัง
ยังไม่มีใครล้มบัลลังค์ของ Beats Audio ได้เลย
มองในแง่มุมฮาร์ดแวร์กันบ้าง
iPhone หรือ iPad เองก็ดี โดยตัวฮาร์ดแวร์นั้นเป็นที่ยอมรับของนักฟังเพลง
แต่กับตัวหูฟังของ Apple เองนักฟังที่พิถีพิถันในการฟัง
หูฟังของ iPod หรือว่า iPhone เหล่านั้นไม่เคยถูกหยิบออกมาใช้ นอกจากจะหยิบมาใช้เป็น Small Talk แก้ขัด
ซึ่งในฟากของ Android กลับทำตรงนี้ได้ดีกว่า และพยายามกลับมาเล่นตลาดนี้แบบจริงจัง
โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศแถบเอเชีย
ก่อนหน้าที่ Apple จะเข้าซื้อ Beats Audio ทาง HTC เคยถือหุ่้นใน Beats อยู่ที่ 51%
แต่ขายหุ้นออกไปจำนวน 25% เมื่อเดือนกันยายน ในปี 2012
ส่วน Universal Music ค่ายเพลงเมเจอร์ระดับโลกถือหุ้นอยู่ 14%
แล้ว HTC เองไปจับเรื่องระบบเสียงกับใคร
ทาง HTC เองพยายายามระดับตัวเอง ให้ขึ้นไปเป็นโทรศัพท์ที่มีระบบเสียงแบบพรีเมี่ยม
โดยไปจับกับ Harman Kardon บน HTC M8 ที่วางขายในบางประเทศ
ลักษณะเดียวกับตอนที่จับกับ Beats ครับ คือเป็นซอฟท์แวร์
ถ้าวัดด้วยชื่อชั้นแล้ว Beats Audio จะเข้าถึงผู้ใช้ทั่วไปมากกว่าในฐาน Consumer Product
ก็ต้องรอดูต่อไปครับว่า Apple กับ Beats Audio
จะมีอะไรออกมารเขย่าวงการเพลง และไอทีในระลอกต่อไปอย่างไร



