
ถ้าพูดถึงโทรศัพท์ 2 ซิม คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นแท็บเล็ต 2 ซิมดูล่ะจะรู้สึกแปลกใจขึ้นมั้ย
Cherry Mobile Paladin Plus กับแท็บเล็ต 2 ซิมลงทำตลาดในไทยแล้วครับ
แกะกล่องลองเครื่อง Cherry Mobile Paladin Plus
จอภาพนี่มากับขนาดพิมพ์นิยมครับ ขนาดอยู่ที่ 7 นิ้ว หน้าจอแบบ TFT สัมผัสพร้อมกันได้ 5 จุด
ความละเอียดอยู่ในระดับพอรับได้ คือเห็น pixel ค่อนข้างชัดไปหน่อย
ส่วนกล้องหน้าความละเอียดอยู่ที่ 2 ล้านพิกเซล

เห็นขอบล่างหนาๆ แบบนี้ แต่การเรียกเมนูของเครื่องนั้นอยู่ที่ซอฟท์แวร์หมดนะครับ

คือด้วยความที่ว่า Cherry Mobile Paladin Plus เป็นแท็บเล็ตสำหรับผู้ใช้ระดับเริ่มต้น
ฉะนั้นวัสดุตรงตัวเครื่องก็ทำมาเพื่อสามารถขายได้ในราคาที่ไม่แพงนัก
ตัวเครื่องก็เลยเป็นพลาสติคทั้งหมดครับ คงต้องระวังอย่าให้หล่นแรงๆ เป็นใช้ได้
ที่ด้านหลังมี Texture พอกันลื่นได้ระดับนึง
กล้องหลังความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
ส่วนปุ่ม Volume + – อยู่ที่ด้านขวามือของเครื่องนะครับ
ส่วน USB Portด้านบนเป็น USB 2.0
สเปคเครื่อง Cherry Mobil

พอแงะฝาออกมาก็จะเห็นว่าซิมการ์ดที่ใส่นั้นจะต้องเป็นซิมการ์ดแบบใหญ่ขนาดมาตรฐาน
และตรงกลางสามารถใส่หน่วยความจำภายนอกแบบ micro SD Card ได้ 32 GB

ด้านล่างเป็นช่องลำโพงแบบ Stereo และแน่นอนว่าไม่สามารถแกะเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้นะครับ
สเปค Cherry Mobile Paladin Plus
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| ระบบปฎิบัติการ | Android 4.2 Jelly Bean |
| จอแสดงผล | ขนาด 7 นิ้ว WSVGA |
| แบตเตอรี่ | 2300 mAh |
| ซีพียู | 1.3 GHz Dual Core |
| หน่วยความจำภายใน | 4 GB Rom + 512 MB Ram |
| ความละเอียดกล้อง | กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล |
| เน็ตเวิร์ค | รองรับ 2 ซิม ความถี่ 850/2100 Mhz |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | 3G HSPDA Download 21 Mbps HSUPA Upload 5.76 Mbps , GPS |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | WiFi ,Bluetooth 4.0 |
| สี | ดำ / ขาว / เงิน |
Cherry Mobile Paladin Plus ภาคซอฟท์แวร์

Cherry Mobile Paladin Plus เป็นแอนดรอยด์ เวอร์ชั่น 4.2.2 Jelly Bean นะครับ
ส่วนพื้นที่เก็บข้อมูลมีในตัว 4GB เพิ่มได้ด้วย micro SD Card ที่ต้องซื้อเพิ่มใส่ต่างหาก

สิ่งที่เราแปลกใจนิดนึงคือ มีความสามารถด้าน Gesture Control
หรือการใช้คำสั่งลัดด้วยการปาดนิ้ว ลากนิ้ว อย่าง เช่น
- การปิดแอพลิเคชั่น
- การจับภาพหน้าจอ
- การควบคุมเพลง
- การควบคุมแสงด้านหลัง

อีกอย่างที่เราไม่คิดว่าจะเจอในแท็บเล็ตราคาระดับเริ่มต้นคือ Float Multitask Windows

โดยชุดคำสั่งลัดที่เรียกใช้งานได้นั้นก็เป็นคุณสมบัติหลักๆของเครื่องอย่าง Video ,Lock Screen สำหรับการล็อคหน้าจอ
,Read Mode สำหรับการปรับสภาพหน้าจอสำหรับการอ่าน

โดยหน้าตาของ Float Music ก็จะเป็นกล่องควบคุมแบบนี้นี่ล่ะครับ

หน้าจอของปุ่มโทรศัพท์ก็เป็นแบบปรกติของแอนดรอยด์ทั่วๆไปแต่ในหน้าของการเลือก Profile ในการใช้งานโทรศัพท์นั้น
มีตัว Audio Enhancement เพื่อระบบเสียงให้เหาะกับการใช้หูฟังเพื่อคุณภาพเสียงที่เหมาะสมมากขึ้น

ในเรื่องการปรับแต่งหน้าจอการใช้งาน มีเรื่องให้แปลกใจอีกแล้ว
คือปรกติการประบแต่งพวกฟอนท์ตัวอักษรหรือว่า Theme
ถ้ามันไปอยู่ในส่วนของการปรับแต่งโทรศัพท์ เราคงไม่ค่อยแปลกใจ
แต่นี่เป็นแท็บเล็ต แล้วปรับฟอนท์มี Theme สวยๆให้เลือกใช้แก้เบื่อ
ก็ถือว่าเป็นของแถมที่ไม่เลวนัก

ใครที่ใช้แท็บเล็ตเพื่อการจดข้อความสั้นๆในตัวเครื่องก็มีแอพจดโน้ตแบบใช้งานง่ายๆ
ปรับเปลี่ยนสีฉากหลัง และมีแจ้งเตือนตามวันเวลาที่ตั้งเอาไว้

มาดูเรื่องความสามารถด้านกล้องกันบ้าง
เมนูการควบคุมกล้องนั้นใกล้เคียงกับ Stock Rom ทั่วไป
คือมีการปรับเรื่องรูรับแสงมีการตั้งเวลาถ่ายตัวเอง มีการปรับรูรับแสง มีการปิดเสียงของชัตเตอร์
และสามารถสั่งให้จับภาพด้วยเสียงได้โดยพูดสั่งว่า ชีสหรือแคปเจอร์
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว บางทีการกดเอาด้วยนิ้วจะไวกว่า แม่นกว่านะครับ
เว้นแต่สำเนียงคุณจะเป๊ะเหมือนเจ้าของภาษาจริงๆ

ส่วนความละเอียดของกล้องนั้นสามารถตั้งแต่ได้ตั้งแต่ 5 ล้านพิกเซล 2ล้านพิกเซล
และ 1 ล้านพิกเซลไล่ลงมา ซึ่งวทั้งหมดนี้จะเป็นอัตราส่วนภาพแบบ 4:3

แต่ที่เรารู้สึกแปลกใจมากที่สุดคือลูกเล่นการถ่ายรูป ที่แทบจะยกมาจากโทรศัพท์แทบทั้งกระบิ
คืออาจจะมีแค่คนกลุ่มนึงที่ยกแท็บเล็ตถ่ายรูป อาจจะด้วยขนาดความถนัดก็แล้วแต่
ลองถ้าใส่มาให้ขนาดนี้ก็ลองเข้าไปพิจารณาดูสักหน่อย

แต่การปรับแต่งเมื่อเทียบกับแท็ตเล็ตสำหรับผู้เริ่มต้น นี่ถือว่าให้ลูกเล่นมาเยอะมากทั้งการตรวจจับใบหน้า
การถ่ายภาพแบบวิวิวทิวทัศน์อย่างการถ่ายแบบ Landscape
การถ่ายย้อนแสงการ จับภาพรอยยิ้มหรือว่า Smile Shot
รวมถึงรูปแบบการถ่ายแบบTemplate สำเร็จรูปที่ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อแอพเพิ่มนี่แถมมาให้เลยในตัว

รวมถึงเอฟเฟ็คในการแต่งรูปที่เรียกว่าโทรศัพท์รุ่นแพงกว่า
อาจจะหันมาเหลือบมองว่าจะให้มาอะไรกันมากมายขนาดนั้น

ระบบเสียงนี่ก็เกินกว่าที่คิดไว้นิดนึง มี EQ 5 ย่านความถี่รวมถึงการปรับเพิ่มเสียงแบบสามมิติ
และเพิ่มเสียงเบสเข้ามารวมถึง UI ที่ต่างไปจาก Music Player แบบดั้งเดิม

ในส่วนของการดาวน์โหลดแอพ ก็มี Cherry Mobile Fun Club
เป็นเว็บท่าสำหรับแนะนำแอพลิเคชั่นให้กับผู้ใช้ครับ

ซื้อดีมั้ย Cherry Mobile Paladin Plus แท็บเล็ต 2 ซิม
[box type=”success” ]โดยปรกติแล้วแท็บเล็ตราคาสำหรับผู้ใช้งานระดับเริ่มต้น จะไม่ค่อยมีอะไรให้เล่นมากนัก
คือ Android ดิบๆมาแบบไหนก็มีให้ใช้ไปแบบนั้น แต่ไม่ใช่กับเครื่องแท็บเล็ต 2 ซิมแบบรุ่นนี้ ถึงกล้องอาจจะให้มาความละเอียดธรรมดา
แตให้ของเล่นพอได้บันเทิง จะว่าไปแท็บเล็ต 2 ซิมนี่ไม่ใช่ของหาง่ายนะครับ
ถ้าเอามาใช้แทนโทรศัพท์จริงจัง นี่คงต้องเป้นตัวเลือกนึงที่มองไว้[/box]
[box type=”error” ]เรื่องของงานประกอบ เรารู้สึกว่ามันกรอบแกรบพอสมควร และจับแล้วดูลื่นมือเล็กน้อยอยู่เหมือนกันถึงจะพยายามมี Texture ก็เถอะ
กับอีกเรื่องนึงที่เราบอกให้เผื่อใจคือการสะท้อนแสงของหน้าจอ คือถ้าเอาไปใช้งานกลางแจ้งแสงสะท้อนจะแยงตามาก
แต่ถ้าใช้งานในร่มไม่ค่อยพบปัญหาอะไร ครั้งแรกเรานึกว่าสาเหตุนี้มาจากฟิล์มที่หน้าจอ แต่พอแกะออกแล้วก็พบว่ายังคงเจอแสสะท้อนในแบบเดิม
[/box]
ขอบคุณ : Cherry Mobile ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบครับ





