
ชื่อของ Wiko อาจจะไม่เป็นที่คุ้นเคยนัก แต่แบรนดนี้ก็หอบหิ้วกันข้ามฟ้ามาจากประเทศฝรั่งเศส
ซึงเขาครองยอดขายอยู่ในระดับ 2 ของฝรั่งเศส และ 1 ใน 3 ของทวีปยุโรปครับ
ทำความรู้จักกับ Wiko Mobile

ตามประสาผู้มใหม่ ยังงซะก็ต้องเรียกขานชื่อกันซะให้ถูก
Wiko อ่านว่า วี-โก ไม่ได้อ่านว่าวีโก้ ซึ่งนั่นคือรถกระบะ หรืออ่านว่าวาโก้ เพราะนั่นก็ชุดชั้นใน
แบรนด์นี้มาจากเมืองมาร์กเซย์ ประเทศฝรั่งเศสครับ
เสปค Wiko Mobile
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
| ระบบปฎิบัติการ | Android 4.4 KitKat |
| จอแสดงผล | ขนาด 5 นิ้ว TFT IPS ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล |
| แบตเตอรี่ | 2000 mAh |
| ซีพียู | Quad-core 1.3 GHz |
| หน่วยความจำภายใน | 8 GB Rom + 1 GB Ram ใส่หน่วยความจำเพิ่มได้ 32 GB |
| ความละเอียดกล้อง | กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล |
| เน็ตเวิร์ค | รองรับ 2 ซิม เป็น Mini sim รองรับความถี่ – GSM 850/900/1800 MHz – UMTS 850/2100 MHz – HSPA+ 21Mbps, HSUPA 5.76Mbps |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | 3G ,GPS, Wi-Fi ,Bluetooth |
| การเชื่อมต่ออื่นๆ | รองรับ USB OTG , USB 2.0 |
| สี | ขาว / ดำ / แดง / ชมพู / ม่วง / เขียว /เหลือง |
แกะกล่องลอง Wiko Rainbow ภาคฮาร์ดแวร์

ตอนที่เราจับ Wiko Rainbow ครั้งแรก
เรารู้สึกว่าเหมือนพี่แกกำลังสาดสีโดยมีแผงหน้าร้านเป็นผ้าใบ
คือคงมีไม่กี่แบรนด์ที่ละเลงสีลงมาได้ขนาด 7 สี มรณี 7 แสงขนาดนี้
วัสดุของตัวบอดี้ก็เป็นโพลีคาร์บอเนตครับ พื้นผิวออกด้านๆหน่อย
ส่วนปุ่มกดด้านหน้า ตอบสนองติดนิ้วดี ส่วนคุณภาพออยู่ในระดับพอใช้ครับมาตรฐาน TFT IPS
อุปกรณ์ที่ติดมากับเครื่องนั้นวัสดุให้มาเกรดข้อข้างดีเลยเมื่อเทียบกับราคา
ทั้งสาย USB ชุด Small Talk แต่ที่แถมมาไม่เหมือนรายอื่นเลยคือ ตัวแปลงซิมการ์ด
ทั้งตัวแปลง Nano Sim ตัวแปลง Micro Sim
จริงๆ เราจะซื้อแยกก็ได้ครับ เขามีขายพร้อมเข็มชุดนึงบ้านเราขายเกือบร้อย (ต้นทุนจริงๆมันถูกมาก)
แต่ Wiko เขาแถมมาให้เลยซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องดี
ตัวแปลงซิมการ์ดเขาแถมมาให้ทำไม คือหลายๆคนใช้โทรศัพทืที่เป็นซิมการ์ดใบเล็ก
ก็ต้องใช้ตัวแปลงเพื่อให้สามารถเสียบเข้ากับช่องซิมการ์ดมาตรฐานแบบนี้นั่นล่ะครับ
ส่วนที่ใส่ microSD นั้นอยู่ข้างๆกัน ในเพิ่มความจุได้ 32GB
แบตเตอรี่ให้มาขนาด 2000 mAh ถือว่าให้มาพอสมตัว
แต่แกะออกมาข้อข้างยากครับ ต้องหาอะไรปลายแหลมๆงัดขึ้นมาถึงจะแกะออกมาได้

การเชื่อต่อที่ด้านบนมีช่องเสียบหูฟังขนนาด 3.5 และช่อง micro USB
ซึงมีความสามรถในการรองรับ OTG
ในนะดับราคาเดียวกันก้ไม่เห้นว่าใครจะใส่ใจเรื่องตรงนี้เท่าไหร่ แต่ WiKo จัดการมาให้ครับ
นี่ล่ะครับที่เราพูดถึง OTG คือการรองรับการอ่านข้อมูลจาก USB ภายนอกโดยผ่านตัวแปลง
ซึ่งตัวแปลงแบบนี้หาซื้อได้ในราคาไม่กี่ร้อยบาทครับ
ก็เผื่อเอาไว้ในกรณีที่เราต้องการให้โทรศัพท์เข้าไปอ่านข้อมูลผ่าน Thumb Drive ครับ

ส่วนกล้องหลังความละเอียดอยู่ที่ 5 ล้านพิกเซล และ LED แฟลชดวงเล็กๆ

ส่วนลำโพงที่อยู่ด้านหลังเครืองนั้นคุณภาพเสียงอยู่ในระดับพอฟังเอาเพลินได้ครับ
แกะกล่องลอง Wiko Rainbow ภาคซอฟท์แวร์

ตัว Rom ของ Wiko นั้นแทบจะเคาะ Stock Rom มาเลยมีความเปลี่ยนแปลงน้อยมาก
คือ Googleให้อะไรมา ก็ติดมาแค่แบบนั้นจริงๆ

ในตัวเครื่องให้หน่วยความจำมา 8GB นะครับ
อันนี้เราลงแอพไปบางส่วนเลยเหลืออย่างเท่าที่เห็น
ซึ่งมันก็พอใช้ล่ะถ้าเอามาแค่โทรออก รับสาย เล่นเว็บ

การรองรับ 3G นั้นรองรับคลื่น 850/2100 MHz
ซึ่งสามารถใช้ได้ท้้ง Truemove H , DTAC , AIS
ส่วนการควบคุมซิมก็ไม่ได้มีอะไรแปลกประหลาดพิศดารก็เป็น android เดิมๆ

ในตัวเครื่องมีแอพตัวนึงที่แถมมา ซึ่งมีความน่าใช้อยู่อย่าง Notebook
คือเอาไว้จดบันทึกสั้นๆครับ ไม่ว่าจะเป็นบันทึกเรื่องงาน บันทึกส่วนตัว เรื่องครอบครัว หรือว่าการเรียน
ส่วนแป้นคียอร์ดที่ติดมากับเครื่องนั้นเป็น android เดิทๆ ครับ
แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ สิ่งที่เพิ่มไปจาก android ทั่วไปใช่ว่าจะไม่มี
นั่นคือ Smart Gesture หรือการสั่งงานโดยไม่สัมผัส

ชุดคำสั่งสำหรับสั่งงานโดยไม่สัมผัสนั้น
มีหัวข้อครอบคลุมกับการทำงานตั้งแต่ขั้นพืนฐานอย่าง การโทรออก รับสาย ถ่ายภาพ ปิดริงโทน ปลดล็อค
ซึ่งเราต้องกดเลือกเป็นอย่างๆไปนะครับ ว่าจะเลือกใช้คำสั่งอะไรบ้าง

ซึ่งกาใช้งานบางอย่างต้อองมีท่าทางประกอบการใช้งาน ในเครื่องของWiKo ก็มีภาพระกอบตั้งแต่พื้นฐาน

แต่ที่เราไม่คิดว่าจะต้องมี Gesture สำหรับการถ่ายภาพด้วย
ซึงเอาเข้าจริงๆ แล้วกดปุมชัตเตอร์ของกล้องเพื่อทำการบันทึกภาพเถอะครับ มันไวกว่ากันเยอะเลย
แกะกล่องลอง Wiko Rainbow เรื่องกล้อง

หน้าจอการใช้งานกล้องยังเป็น android แบบเดิมครับ

แต่พอเปิดเข้ามาก็พอจะมีฟังค์ชั่นให้ได้เล่นสนุกกันอยู่บ้าง
อย่างเรื่องการตรวจจับภาพใบหน้าของผู้ถูกถ่าย การถ่ายภาพแบบต่อเนื่อง
ส่วน ISO ของกล้องอยู่ที่ เริมต้นที่ 200 และอยู่ 1600

การถ่ายภาพแบบต่อเนื่องหรือ Burst Shot นี่ล่ะ ที่ไม่ค่อยเห็นในราคาเดียวกัน
คือซัดกันรัวๆเลยมีให้เลือกทั้ง 40 ช็อต และ 90 ช็อต
ก็เผื่อไว้สำหรับภาพเคลื่อนไหวเช่น การแข่งกีฬา ภาพคอนเสิร์ต ที่ไม่อยากพลาดเสี้ยววินาทีที่สำคัญครับ
ลองมาขุดความสามรถในารถ่ายวิดีโอดูบ้าง
เหมือน Wiko จะซุกความสามารถสองอัน ที่ไม่ได้บอกเราคือ
EIS หรือ Electronic Image Stabilization
ซึ่งแปลง่ายๆคือลดการสั่นไหวในการถ่ายวิดีโอนี่ล่ะครับ แต่เป็นการทำงานด้วยซอฟท์แวร์นะครับ

และ ZSD หรือ Zero Shutter Delay สำหรับถ่ายภาพแบบรัวๆช็อตต่อช็อต
ตัวอย่างภาพถ่ายของ Wiko Rainbow
ซื้อดีมั้ย Wiko Rainbow
เท่าที่เราสอบถามกับผู้บริหารของทาง Wiko ในไทย
ทางนั้นเขาตั้งเป้าเอาไว้ว่าผู้ใช้ที่เป็นกลุ่มที่มองหาโทรศัพท์ที่ไม่ได้หวือหวามาก
แต่มองในแง่ประสิทธิภาพกับราคาที่เหมาะสม ซึ่่งมีช่วงของราคาอยู่ที่ 2,900 -7,990 บาท
ส่วนเรื่องของบริการหลังการขาย ทางนั้นยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่า งานรับเครื่อซ่อม-รับคืนนั้น
ลูกค้าสามารรอรับเครื่องได้ทันที
[box type=”success” ]ในพิกัดราคาเดียวกันวัสดุตัวเครื่องนี่อยู่ระดับไม่ขี้เหร่
การมี Sim Card Adaptor คิดเผื่อสลับ 2 ซิมผู้ใช้สมัยใหม่เป็นสิ่งที่เราชอบ
อุปกรณ์ของแถมในกล่องดูดีกว่าที่ติด ความลื่นของการใช้งานอยู่ในระดับที่จัดว่าน่าประทับใจไว้ใจได้
รองรับ OTG ซึ่งราคานี้คนอื่นไม่ค่อยจัดมา
เพราะไม่ค่อยมีอะไรแปลกปลอม และเงื่อนไขการับประกันแบบใจป้ำ พังไม่ซ่อมมีแต่เปลี่ยนเครื่องใหม่ตามเงื่อนไข[/box]
[box type=”error” ]การอัพเดทซอฟท์แวร์ภายภาคหน้ายังไม่มีคำตอบแบบชัดๆ
ถ้าตัดเรื่องสีเจ็บๆดีไซน์ถือว่าจืดมากเมื่อเทียบกับคู่แข่ง กล้องอยู่ในระดับพอกล้อมแกล้ม
ในระดับราคาเดียวกันมีรุ่นที่กล้องดีกว่า อย่าคาดหวังกับถ่ายภาพในที่แสงน้อย
[/box]
ขอบคุณ : Wiko Thailand ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบครับ








