
ทีมงาน Plantronics พาเราบินลัดฟ้าเพื่อไปร่วมงานเปิดตัวหูฟังบลูทูธ 2 รุ่นล่าสุด
Voyager 5200 และ Backbeat GO 3 โดยงานจัดที่ Red Dot Museum ประเทศสิงคโปร์ครับ
ตอนที่เราเดินเข้างานเราก็สังเกตุการทำสื่อสารการตลาดตรงป้ายโฆษณาอยู่
คือแบรนด์จะไม่ได้พูดโฆษณาโต้งๆว่าของเขาดีอะไรมากมาย
แต่บอกว่ามันเอาไปใช้อะไรได้ ตอบสนองรูปแบบชีวิตอย่างไร โดยทุกชิ้นงานลงจะท้ายด้วยคำว่า “WARE”
เช่น Experience Ware , Focus Ware ,Feel The Beat เป็นต้น

Plantronics เริ่มเข้าสู่ในธุรกิจนี้ตั้งแต่ปี 1961 สำหรับตลาดองค์กร
ในปี 1969 เป็นครั้งแรกในโลกที่มนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ แบรนด์นี้ก็ทำหูฟังของนักบินด้วย

ระหว่างที่รองานเปิดตัวเราก็ไปสะดุดที่บูทนี้เข้าให้ คือเป็นหูฟังของนักบินครับ
อันนี้ไม่ได้พูดถึงในงานเปิดตัวนะครับ เอามาตั้งแสดงไว้เฉยๆ

ถึงจะตั้งแสดงไว้เฉยๆก็เถอะ ก็ยังมีจุดถ่ายรูปกับชุดนักบินจำลอง และมีการให้ทดลองใส่ด้วย
เราจับนายแบบจาก pdamobiz มาลองใส่หูฟังดูซักหน่อย
แรกสัมผัส Plantronics Voyager 5200
มาดูพระเอกที่คนแห่แหนนถ่ายรูปกันเยอะแยะบ้างกับ
สำหรับตระกูล Voyaher นี้เริ่มผลิตกันมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2011
จุดเด่นขอรุ่นนี้คือ ไมค์ 4 ตัว กับ Wind Smart layer อีก 6 ชั้น
อันนี้คิอเทคโนโลยีในการตัดเสียงรบกวน
ส่วนเคสใส่ที่เห็นในภาพนั้น นอกจากการป้องกันตัวหูฟังแล้ว
ยังสามารถตั้งเป็นแท่นชาร์จเข้าชุดได้ แต่สองส่วนนี้เขาขายแยกกันนะครับ
ความเห็นของเราคือควรซื้อให้ครบเข้าชุดเถอะ เพราะมันเกิดมาคู่กันจริงๆ
อย่างที่บอกไปเมื่อครู่จุดเด่นของรุ่นนี้คือ การที่ตัดลม ตัดเสียงรบกวนได้ด้วยเทคโนโลยี Wind Smart
ตอนที่เขาสาธิตให้เราดูคือทดสอบโดยมีกราฟแสดง EQ ที่ด้านหลังเพื่อให้เห็นย่านความถี่ชัดๆว่า
มีตรงย่านความถี่รบกวนตัวที่ไหนที่ถูกตัดออกไป แล้วย่านความถี่ไหนที่เกี่ยวข้องกับเสียงสนทนาก็ให้เก็บเอาไว้
ก็ประจักษ์กับสายตาผู้ร่วมงานกันไปไม่ต้องกลับไปมโนเอาเอง
ในแง่การทำงานนั้นปุ่มควบคุมการทำงานจัดว่าใช้ง่ายทีเดียว คือ 1 ปุ่มเดียวสามารถควบคุมได้ครอบคลุม
- Easy Access : multi fuction Button
1. Idle Mode : Smartphone VoiceEngine
2. Call Mode : Mute - รองรับการใช้งานด้วยคำสั่งเสียงทั้ง Siri , Google Voice และ Cortana ด้วย
ราคาหูฟังอย่างเดียวอยู่ที่ 4,590บาท ราคาชาร์จเคสอยู่ที 1,590 บาท

Voyager 5200 Spectification |
|
| Bluetooth | Version 4.1 |
| Color | Black |
| Charging | USB Cable |
| Multipoint Technology | Yes |
| Noice cancellation Technology | 4 mic cancelling DSP / 6-Layer Wind Smart |
| Voice Alert | English / Mandarin / Cantonese / Japanese / Korean |
| Audio Streaming | A2DP |
| Talk / Standby Time | 7 Hour / 9 Days Standby |
| Weight | 20 G |
| Special Feature | P2i / NFC / Smart sensor / PBAP / Voice Command |
| Price | Voyeger 5200 4,590 THB / Charge Case 1,590 THB |
แรกสัมผัส Plantronics Backbeat Go3
พระเอกตัวถัดมาคือตัวนี้หูฟังบลูทูธแบบสเตอริโอ สำหรับชีวิตคนเมือง ออกแบบที่ Santa Cruz ในอเมริกา
เห็นที่ถุงผ้านั่นมั้ยครับ ดูดีๆคือนั่นไม่ได้เป็นช่องเอาหูลอดออกมาเหมือนพวกกระเป๋าเป้นะครับ
แต่เป็นปุ่มควบคุมหู และบอกระดับไฟคงเหลือของหูฟังครับ
พูดถึงตัวหูฟังก่อนรุ่นนี้ทางแบรนด์บอกว่าทำมาเพื่อเสพย์ศิลป์ในเพลงโดยเฉพาะ
มี Driver ขนาด 6 มิลลิเมตรซึ่งจัดว่า Diaphram ใหญ่ที่สุดเมื่อเที่ยวกับสินค้าประเภทเดียวกันในตลาด
ขนาดใหญ่ขึ้น ก็ทำให้สามารถถ่ายทอดรายละเอียดของเสียงเพลงได้มากขึ้น
ตอนนำเสนอเขาใช้ประโยคนี้ครับว่า “Make Old Song New Again”
สังเกตุด้านข้างถึงจะเห็นว่ามันมีความไม่ธรรมดา คือจะมีช่องเสียบชาร์จไฟได้ด้วย
แนวคิดของรุ่นนี้คือเกิดมาเพื่อชีวิตคนเมืองทีต้องการความกระฉับกระเฉงคล่องตัว
แต่ก็ยังคงสามารถจัดเข้าชุดกับเสื้อผ้าแฟชั่นได้โดยที่ไม่รู้สึกขัดเขิน มีอยู่ 2 สีครับ
ราคาหูฟังอย่างเดียวอยู่ที่ 3,790บาท ถ้ารวมซองด้วยจะอยู่ที 4,790 บาท

Backbeat GO 3 Spectification |
|
| Bluetooth : | Version 4.1 |
| Color | Cobalt Black / Copper Gray |
| Charging | USB Cable |
| Multipoint Technology | No |
| Noise cancellation Technology | DSP |
| Audio Streaming | A2DP / AVRCP |
| Talk / Standby Time : | 6.5 Hour / 14 Days Standby / 180 Days with Deep Sleep Mode |
| Weight | 14 G |
| Price | Blackbeat Go 3,790 THB and 4,790 THB with Charge Case |
สามารถดูรายละเอียดของทั้งสองรุ่นได้ที่ที่นี่ครับ http://www.plantronics.com/asia
สินค้าทุกรุ่นประกันสินค้ายาวนานถึง 2 ปีครับ






