# SophosLabs  พบ Zcrypt  Ransomware ตัวใหม่กลายพันธ์เป็นไวรัสในตัว

- Link: https://www.trendymobile.net/2016/06/zcrypt-ransomware/
- Published: 2016-06-23T15:28:36+07:00
- Author: jetboat

⌊Zcrypt -Ransomware⌉⌊Zcrypt -Ransomware⌉
 “Zcrypt” แรมซั่มแวร์ที่แพร่เชื้อตัวเอง
แบบไวรัสได้ SophosLabs ได้ค้นพบ Ransomware ตัวใหม่ที่มีพฤติการณ์ที่น่าตกใจเป็นอย่าง
ยิ่ง นั่นคือ การที่เป็นไวรัสได้ในตัว

มัลแวร์ปกติส่วนใหญ่ที่พบในปัจจุบันมักเป็นกลุ่มที่รู้จักในชื่อ “โทรจัน” หรือโปรแกรม“
ม้าโทรจัน” (Trojan Horse)
 งโทรจันไม่สามารถขยายพันธุ์หรือแพร่กระจายได้ด้วยตัวเอง
ต้องอาศัยตัวนำพาภายนอก เช่น อีเมล์ หรือเว็บไซต์อันตรายต่างๆ แต่ในช่วงยี่สิบปีที่
ผ่านมา มัลแวร์ที่พบส่วนใหญ่กลับมีความสามารถในฐานะ “ไวรัส” นั่นคือ การที่สามารถแพร่
กระจายได้ด้วยตนเอง ซึ่งมักเป็นการทำสำเนาตัวเองไปยังไฟล์หรือไดเรกทอรี่อื่นที่พบ โดย
เฉพาะที่อยู่บนเครือข่าย และสื่อจัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ (เช่น “แผ่นดิสก์” ที่เคย
รู้จักกันในช่วงยุค 90)

มัลแวร์ที่กระจายตัวเองได้นี้มีคุณสมบัติสำคัญที่เหล่าอาชญากรไซเบอร์ต้องการ
 คือ การ
ที่ไม่ต้องเหนื่อยกับการส่งสแปมไฟล์แนบหรือลิงค์อันตรายอีก เนื่องจากไวรัสสามารถมีชีวิต
อยู่รอดและแพร่พันธุ์ได้เองเมื่อปล่อยสู่โลกภายนอก ดังนั้น ไวรัสจึงเป็นมัลแวร์ที่กระจาย
ตัวได้ไกลกว่า และอยู่ทนทานกว่า อีกทั้งการติดเชื้อภายในองค์กรที่ไม่สามารถถอนรากถอน
โคนได้หมดก็สามารถโผล่ขึ้นมาแพร่เชื้อได้อีกครั้ง ในอีกหลายปีถัดมา เป็นต้น

แต่ทว่า พฤติกรรมการแพร่กระจายตัวเองนี้ก็เป็นการดึงดูดความสนใจต่อระบบความปลอดภัยเป็น
อย่างยิ่ง
 ทำให้ในโลกปัจจุบันที่มีการเชื่อมต่ออย่างทั่วถึงนี้จึงไม่ค่อยมีคนเลือก
ใช้ไวรัสในการโจมตีอีก

**ไวรัสเรียกค่าไถ่**
 มีกลุ่มอาชญากรที่พัฒนาแรนซั่มแวร์ที่สามารถแพร่กระจายตัวเอง
ได้อยู่ ทั้งนี้น่าจะมาจากความคาดหวังให้มีการกระจายตัวเองไปหลายๆ เครื่องภายในบริษัท
หรือแม้แต่บนเครือข่ายภายในบ้านมากกว่าเดิม

แรนซั่มแวร์ส่วนใหญ่จะสร้างคีย์เข้ารหัสที่แตกต่างกันสำหรับคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง
ที่เข้าโจมตี
 ดังนั้น ถ้าเครื่องในบริษัทคุณโดนโจมตีหลายเครื่อง คุณก็ต้องซื้อโค้ด
ปลดรหัสแยกสำหรับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง ไม่สามารถซื้อโค้ดครั้งเดียวมาใช้ปลดล็อกทั้ง
บริษัทได้

การแพร่กระจายภายในเครือข่ายของคุณนั้นดูจะเป็นเป้าหมายหลักของแรนซั่มแวร์ตัวใหม่นี้

ซึ่งตัวที่โดนผลิตภัณฑ์ของ Sophos ตรวจจับและปิดกั้นได้นั้น ได้แก่ Troj/Agent-ARXC
และ Troj/Mdrop-HGD

ยังเป็นข่าวดีที่เรายังไม่พบร่องรอยว่าไวรัสกลุ่มนี้ได้แพร่กระจายไปในวงกว้าง
 ดังนั้น
ยังถือว่าความสามารถการแพร่กระจายไม่สูงเท่าที่ควร ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นไวรัส อีกทั้ง
ยังคงพฤติกรรมการใช้ตัวนำพากระจายตัวเองแบบแรนซั่มแวร์ปกติอยู่ โดยกรณีนี้มีการใช้อีเมล์
ที่อ้างว่ามาจากหน่วยงานด้านบริการสาธารณะจากแคลิฟอร์เนีย: ถ้าคุณยอมให้ตัวเองตกเป็น
เหยื่อด้วยการดาวน์โหลดอินวอยซ์ที่ผิดปกตินี้ คุณจะได้รับไฟล์ชื่อ invoice-order.zip
ที่พอเปิดออกมาแล้วจะพบมัลแวร์ที่อยู่ในรูปไฟล์ที่ชื่อ invoice-order.exe

ซึ่งเมื่อคุณเปิดไฟล์ invoice-order.exe แล้ว แรนซั่มแวร์จะทำการรันโปรแกรมตัวเอง
 
พร้อมจู่โจมไฟล์ใดๆ ก็ตามที่พบ ที่มีสกุลไฟล์อยู่ในลิสต์เป้าหมาย ตั้งแต่ไฟล์ที่บีบ
อัดไว้, รูปภาพ, วิดีโอ, เอกสาร, สเปรดชีท, หรือแม้แต่ไฟล์เกี่ยวกับงานโปรแกรมมิ่ง 
จากนั้นแรนซั่มแวร์จะแสดงหน้า “วิธีการชำระเงิน” เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะเข้าใจวิธีการ
ซื้อคีย์ปลดรหัสสำหรับกู้ข้อมูลของคุณ และเนื่องจากระบบ Bitcoins มีค่าเงินสูงขึ้นพอ
สมควรในช่วงไม่กี่วันหลังพบมัลแวร์ตัวนี้ ดังนั้นคุณอาจจะพบบิทคอยน์ (BTC1.2) ที่ราคา
อาจสูงได้ถึง 640 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นได้

นอกจากเข้ารหัสไฟล์ที่มีค่าของคุณแล้ว แรนซั่มแวร์ตัวนี้ยังทำสำเนาตัวเองผ่านเครือข่าย
ไปยังเครื่องที่แชร์ไฟล์
 หรือไดรฟ์ที่ถอดออกได้ที่พบ เพื่อหวังว่าจะมีคนอื่นหลงเปิด
ไฟล์ที่ติดเชื้อด้วย โดยมีการปล่อยไฟล์ที่ชื่อ zcrypt.lnk ที่ทำงานพร้อมกับไฟล์ autorun.
inf เพื่อพยายามโหลดตัวเองอัตโนมัติเมื่อผู้ใช้เชื่อมต่ออุปกรณ์ที่ติดเชื้อ ที่แชร์
ไปยังเครือข่ายที่ติดเชื้อ แต่ถือว่าผลกระทบแตกต่างจากการระบาดในอดีตตรงที่ คุณสมบัติ
การ “Autorun” ของอุปกรณ์ที่ถอดออกได้นี้ถูกปิดโดยดีฟอลต์บนคอมพิวเตอร์ที่ใช้วินโดวส์
มานานหลายปีแล้ว จึงนับได้ว่าความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อจากวิธีนี้เหลือต่ำมาก

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณเป็นผู้ดูแลระบบ ก็ควรที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณสมบัติ Autorun

ถูกปิดบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องด้วย (เช่น การตั้งค่าผ่าน Group Policy)

มัลแวร์ตัวนี้ยังเพิ่มตัวเองเข้าไปยังไดเรกทอรี Appdata\Roaming เพื่อทำสำเนาตัวเอง
ไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้บนเครือข่ายเดียวกันโดยอัตโนมัติ
 นั่นคือไวรัสตัวนี้จะยังตาม
หลอกหลอนคุณทั่วทุกหนแห่งอยูดี

**วิธีจัดการกับไวรัส**
 เราไม่คิดว่าคุณจะโดนไวรัสตัวนี้เล่นงานได้ เนื่องจากพฤติกรรม
ของมันค่อนข้างน่าสงสัยอย่างเด่นชัดอยู่แล้ว

แต่อย่างไรก็ตาม การทำตามคำแนะนำมาตรฐานของเราก็ยังช่วยป้องกันคุณจากมัลแวร์ทั้งตัว
นี้และตัวอื่นๆ ได้ ซึ่งได้แก่:

    - ใช้ตัวคัดกรองเว็บ เพื่อปิดกั้นลิงค์ไม่น่าเชื่อถือ
    - ใช้ตัวคัดกรองอีเมล์ เพื่อปิดกั้นเมล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ
    - มีสติอยู่ตลอด เวลาเจอกับเมล์เรียกเก็บเงิน หรือข้อความอื่นๆ ที่ไม่ควรส่งมาถึง
      คุณ
    - อย่าเปิดไฟล์ .ZIP หรือ .EXE จากแหล่งที่ไม่ทราบที่มา
    - ใช้ Group Policy เพื่อบังคับให้ฟังก์ชั่น Autorun ถูกปิดบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง
    - สำรองข้อมูลอยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะการสำรองเก็บไว้นอกองค์กร

ที่สำคัญ จำไว้ว่าแรนซั่มแวร์ทุกตัวไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันหมดอย่างเช่นแรนซั่มแวร์
ที่เป็นไวรัสแบบ Zcrypt ตัวนี้
 ก็ไม่ได้ใช้หลักการแพร่กระจายแบบ หนึ่งอีเมล์-หนึ่ง
มัลแวร์-เหยื่อหนึ่งรายแบบปกติ อีกนัยหนึ่งคือ หลังจากที่คุณติดเชื้อแล้ว อาจมีเหยื่อ
รายอื่นจำนวนมากติดเชื้อตามไปด้วย แม้พวกเขาจะไม่เคยได้รับเมล์อันตราย, คลิกลิงค์อันตราย,
หรือดาวน์โหลดไฟล์อันตรายใดๆ เลย หลังจากอ่านรายงานมัลแวร์ฉบับนี้แล้ว แม้จะเป็นการ
พบครั้งแรกครั้งเดียวก็ตาม ก็ควรที่จะสั่งสแกนไวรัสข้ามคืนแบบละเอียดบนไฟล์เซิร์ฟเวอร์
สักครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีไวรัสที่ทำสำเนาตัวเองซ่อนอยู่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
ที่พร้อมจะกำเริบขึ้นมาจู่โจมเหยื่อรายอื่นๆ ในอนาคต

**บทความโดย :** พอล ดักลิน เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย
