
เบื่อเพลงในฟิตเนสหรือยัง ถ้าใช่ลองหูฟังสายกีฬาตัวท๊อปอย่าง Jabra Elite Sport
ที่มี Heart Rate Sensor ระบบจับความเคลื่อนไหว และมีเสียงโค้ชอยู่ที่ค้างหู
เปิดกล่องลอง Jabra Elite Sport
การที่เป็นกล่องนี่เป็นทั้งข้อดี และข้อเสีย
คือ มันทำให้ชีวิตคุณเป็นระเบียบแบบไม่ตั้งใจ ใช้เสร็จเช็ดใส่กล่อง
เพราะแบตมันอยู่เต็มที่ 3 ชั่วโมงต้องเอามาเติมพลังงานผ่านกล่อง ชาร์จเต็มใช้ได้ 2 รอบ คือ 6 ชั่วโมง
ซึ่งกล่องชาร์ผ่าน Micro USB ทั่วไป เอาสายชาร์จโทรศํพท์ทั่วไปมาเสียบได้
ตัวกล่องก็แข็งแรงดีมาก สัญญาณไฟที่บอกในการชาร์จค่อนข้างชัดดี คืออยู่ที่ข้างกล่อง และหน้ากล่อง
แล้วเวลาเอาหูฟังใส่กล่อง มันตัดการเชื่อมต่อให้เองเลยนี่ล่ะอันนี้คือที่ชอบมาก
แต่ข้อเสียคืออย่าไห้กล่องหายเชียว เพราะมันไม่ได้มีขายแยก
และตัวหูฟังก็ไม่มีที่ชาร์จในตัว ถ้ากล่องหายไปสุดท้ายคุณก็จะได้อุปกรณ์เล่นหมากเก็บราคาเฉียดหมื่น
การใส่ครั้งแรกต้องทำความคุ้นชินกันนิดนึง
ซึ่งตอนที่เราเปิดแอปครั้งแรกนี่แทบจะจับมืสอนกันแล้ว คือรายละเอียดค่อยข้างเยอะสำหรับหูตัวนี้
มีปุ่ม Volume +- และปุ่ม Sport Button สำหรับใช้งานร่วมกับแอปของแบรนด์เอง
- กด 1 ครั้งเรียกแอป
- กดคา 1 นาทีเพื่อเริ่ม Work Out
- กดคา 1 นาทีเพื่อหยุดหรือเริ่ม Work Out กันต่อ
ซึ่งในทางปฎิบัติแล้วมันปุ่มกดโคตรยากเลยเวลาเสียบหูเนี่ย!
คือตอนยังไม่ใส่มันก็คลำง่ายอยู่นะ สุดท้ายเราเลยไปกดเอาในแอปด้วยตัวเองเป็นอันจบ
ข้อดีคือมีตัวกรอบยางสามขนาด และจุกยางสองแบบคือยาง และโฟม
สำหรับเปลี่ยนใช้ตามความต้องการ แต่การใส่ต้องบิดหมุนจนเข้าล็อคนะไม่ใช่ยัดปุ๊บแน่นปั๊บ
ตอนเราจับใส่ครั้งแรกพอหันหัวปุ๊บนี่กลิ้งหล่นไปไหนไม่รู้
ไม่ใช่แกะห่อชาร์เสร็จ เดินเข้าฟิตเนสเลยนะลองซ้อมใส่ดูก่อน
พอเราลองซ้อมใส่จนสำเร็จ มันรู้สึกแน่นหูจนแอบรำคาญนิดหน่อย
พอเวลาผ่านไปสัก 10 นาที จนเริ่มชินเราก็ลืมไปแล้วเรียบร้อยว่ามีอะไรอยู่ในรูหู
เราลองเล่นบนเรือ kayak ที่มีลมมีคลื่นเล็กๆ ไม่กระแทกมาก
ทั้งลง ทั้งลาก ทั้งพายเรือ จัดว่าแน่นดีไม่มีหลุดอันนี้ให้ผ่านแต่ยิ่งอยู่กับมันนาน
ก็ยิ่งลืมว่ามันเสียบหูจนเกือบเผลอเอามันไปอาบน้ำด้วย แต่คุณต้องก้าวข้ามความรำคาญตอนแรกไปก่อนนะ
ฟังหูเดียวได้มั้ย ถ้าคุณถอดข้างขวาออก ข้าวซ้ายจะฟังได้ แต่คุณถอดข้างซ้ายออก ข้างขวาจะเงียบ
ความดีความชอบอีกอย่างนึงที่ไม่เล่าไม่ได้คือ เดินผ่านดง WiFi แล้วมันไม่มีการสะดุดของเสียงแจ๊ะๆให้ได้ยิน
ทดลองใช้ Jabra Elite Sport
วิธีการเปิดใช้ ก็กดที่ปุ่ม Multi-function คาไว้ 3 วินาทีจนไฟฟ้าสีฟ้า
คือบอกปุ่ม Multi-function เนี่ย มันต้องมีงงว่าปุ่มไหน คือปุ่มที่กลมๆโปร่งๆ ตรงหุขวานั่นล่ะปุ่มนั้น
พอไฟสีฟ้าขึ้นก็เลือกไปที่ชื่อของหูฟัง ตอนที่เปิดใช้ครั้งแรกจะมีการตรวจจับระบบ Heart Rate
แล้วก็มีรับถอยหลังเสร็จสรรพ
ในแง่ของการฟังเพลงนั้น คือเขาเขียนข้างก่องว่า Superior Quality wireless sound
ประมาณราคา 6,000-7,000 บาท คือฟังสนุก ติดเสียงติดฉูดฉาด Color นิดนึง
ตอนฟังเพลงทุกอย่างอยู่โลกส่วนมากเหมือนฟังเพลงในห้องขนาดไม่ใหญ่เท่าไหร่
เราให้น้ำหนักในการฟังแล้วกระตุ้นความอยากถีบตัวเองออกมากำลังมากกว่า
ในส่วนของ Training Setting จะมีให้เลือกแอปฟังเพลง ซึ่งเราทดสอบบน iPhone ค่าแรกเริ่มจึงเป็น iTunes Music
ในความเป็นจริงเราไปเลือกแอปอื่นก็ได้ครับ โดยเลือกไปที่ Current Music App
เราลองทดสอบกับอัลบั้ม We Are X เพลงประกอบสารคดีของวง x-Japan
หลังจากฟังวนไปทั้งอัลบั้มซึ่งนั่นก็ตอบโจทย์ดี ฟังแล้วมีความฮึกเหิม และกังวานดี
แต่เราอยากลองโจทย์ยากดู
โจทย์ยากของเราคือ เราลองเพลงที่บันทึกเสียงแบบ Live จัดๆอย่าง Kurenai (From The Last Live)
เพลงนี้เวอร์ชั่นนี้มีความเร็วระดับนรกกวักมือเรียก ทุกอย่างอัดเรียงมาแน่นมาก และเวอร์ชั่นแสดงสดมันแยกยาก
พอขึ้น Verse แรกเท่านั้นล่ะ
“arashi fuku kono machi ga omae wo daku
fukinukeru kaze ni sae me wo tojiru
omae wa hashiridasu nanika ni owareru you
ore ga mienai no ka sugu soba ni iru no ni”
อื้อหือ.. ความกระพือของเสียงมาเต็ม เสียงสั่นกันพั่บๆ คือต้นฉบับมันแยกรายละเอียดยากอยู่
เราแอบหักคะแนนตรงนี้ไปหน่อย แต่ฟังเพลงทั่วไปที่ไม่ได้รัวทุกอย่างมาเป็นพายุแบบเพลงนี้ก็พอได้นะ
กลับมาที่ตัวแอปกันต่อ
เจตนาในการสร้างมาเพื่อใช้งานดูจะโฟกัสไปที่มนุษยวิ่ง มนุษย์จักรยาน มนุษย์ฟิตเนส มนุษย์ที่เริ่มออกกำลังกาย
แล้ต้องการแรงกระตุ้น ฉะนนั้นประเภทกีฬาตั้งต้นก็จะออกมาแนวนั้น แต่เรายังเลือกเปลี่ยนกีฬาหรือการอรออกกำลังได้นิดหน่อย
เผื่อใครอยากไปเล่น machine อย่างเครื่อง Spinning หรือว่า Running – Walking treadmill
สิ่งที่ดีงามในความคิดเราคือ UI ของแอป คือมันใช้งานง่ายมาก คือมีบอกอัตราการเต้นหัวใจแบบโต้งๆ
บอกระดับแบตเตอรี่ บอกพิกัด บอกการเชื่อต่อหูฟังในหน้าเดียว แล้วเปิด เริ่มต้นและหยุดอันใหญ่มาก
คือเวลาเหนื่อยๆเราก้ขี้เกียจคิดอะไรเยอะแล้ว ส่วนการเปิดดูแผนที่เส้นทางหรือว่า Route เลื่อนไปนิดเดียวจบ
ตัวแอปมีบอกระยะที่ควรจะรู้อยู่อย่าง อัตราการเต้นหัวใจ ระยะทาง แคลอรี่ที่เผาผลาญ ระยะเวลาที่ทำได้ต่อชั่วโมง
ถ้าอยากได้การปรับแต่งของตำแหน่งเอาแบบสะดวกใครสะดวกมัน เลือกปรับเอาเองได้ตามใจชอบ
รวมถึงเสียงเตือนสารพัดด้วย และในหน้าภาพรวมโดยสรุปทำได้อ่านง่าย และชัดเจนสำหรับมือใหม่
คือแอปเน้นทำมาสำหรับคนเริ่มออกกำลัง แล้วต้องการคนผลักดันผ่านอุปกรณ์ชัดๆ
เน้นแข่งขันกับตัวเองไม่วุ่นวายกับใคร เน้นไปที่การโค้ชมากกว่า
ประเภทกีฬามีมาไม่เยอะ แต่เอาเถอะซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขานำเสนอมาแต่แรกอยู่แล้ว
ถ้าอยากได้รายละเอียดปลีกย่อยลึกๆ ก็มีแอปที่ไช้ร่วมกันได้ อาทิ
- Strava
- Endomondo
- Mapmyfitness
- Runkeeper
- Runtastic
แต่สิ่งที่ดีอีกอย่างคือการวางแผนการเล่น ซึ่งอันนี้มีให้มาตามาตรฐาน

อย่างการออกกำลังลังแบบ Cross Traning สำหรับสายกล้ามเบาๆ มีให้เลือกตั้งแต่ แบบรีดไขมัน เน้นความคงทนของกล้ามเนื้อ
ใช้บาร์เบล เน้น Cardio และมีบอกชื่อท่า มีรูปเสร็จสรรพ แต่ก็ไม่ได้มีเยอะนะครับ ถ้าเทียบกับแอปออกกำลังแบบเสียเงิน
ซื้อดีมั้ย Jabra Elite Sport
ปัจจัยที่ทำหลายคนฉุกคิดนิดนึงคือราคาอยู่ 9,700 บาท แต่แลกมาด้วยประกัน 3 ปี
เราดูภาพรวมแล้วด้วยตัวงาน และความอยากของคนเรา
เอาไว้ใช้สักสองปีเราคงอยากเปลี่ยนตัวใหม่แล้ว หรือไม่ก็ต้องมีใครทำกล่องหายกันบ้างล่ะ
ถ้าเทียบกับหูฟัง Sport ราคากลางๆ ทั่วไปตัวละ 4,xxx บาทที่ใช้ปีละตัวก็พอได้
อย่างที่บอก คือ งานประกอบแน่นดีมากแต่ปุ่มแอบกดยากอยู่
คุณภาพเสียงระดับ Superior Quality มั้ย อย่าไปเทียบกับหูฟังสายนั่งฟังอันละ 9,000
ไม่ได้เนี๊ยบขนาดนั้นแต่มันไม่ได้ขี้เหร่นะ ก็ถือว่าแลกกันกับฟังค์ชั่นด้านกีฬา
In Ear Audio Coaching อันนี้ถ้าใครใช้แอปแนวนี้อยู่แล้วอาจจะไม่ค่อยตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่เสียงพูดมันดังชัดดีมาก
การวัด Heart Rate อันนี้เราไม่ได้มีตัวเปรียบเทียบ สำหรับคนที่เล่นกีฬาระดับทั่วไปแบบเราก็ทำได้น่าประทับใจ
แต่สำหรับสายฮาร์ดคอร์น่าจะพึงใจกับการใช้นาฬิกา หรือสายคาดหน้าอกที่ดูจริงจังมากกว่า
ขอบคุณ : RTB Technology ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ
























