# รีวิว Samsung Gear S3 Frontier นาฬิกาสมาร์ทวอทช์สำหรับวันอยากลุยแต่นั่งคุยในห้องแอร์

- Link: https://www.trendymobile.net/2017/07/samsung-gear-s3-frontier-review/
- Published: 2017-07-10T16:41:24+07:00
- Author: jetboat

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier.jpg)

การมาของ Samsung Gear S3 นั้นแยกออกมาเป็นสองสาย
 โดยกลุ่มเป้าหมายของ Frontier นั่น
คือผู้รักชีวิตกลางแจ้ง แต่ขอพ่วงท้ายด้วยเทคโนโลยี

## Samsung Gear S3 Frontier วิดีโอรีวิว

## สิ่งที่น่าสนใจ

 * หน้าที่เก็บบันทึกข้อมูลเคลื่อนไหวกิจกรรมกลางแจ้งได้ด้วย Barometer
    จะแจ้งเตือน
   เมื่อความดันบรรยากาศ มี Speedometer จะวัดความเร็วโดยใช้ GPS และ Altimeter ที่
   จะวัดความสูง เช่น ปีนเขา
 * มี Heart Rate Sensor สำหรับซิงค์ข้อมูลกับ S Health
 * แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 380mah ทำให้นาฬิกาไม่ต้องชาร์จไฟบ่อยนัก คืออยู่ได้นาน 3-4 วัน
 * ป้องกันตัวเครื่องจากน้ำและฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP68 กันน้ำลึก 1.5 เมตร ได้นานสูงสุด
   30 นาที
 * มีหน่วยความจำภายใน 4GB สำหรับใส่เพลงเช้าไป เพียงเปิดจากลำโพงในเครื่อง หรือสวม
   หูฟัง Bluetooth แบบไร้สาย

## Samsung Gear S3 Frontier แรกพบเพื่อจับคู่กับ iPhone

ไม่ใช่แฟน Apple ทุกคนจะคุ้นเคยกับยักษ์ใหญ่จากเกาหลี
 แล้วยิ่งไส้ในไม่ได้เป็น Android
แต่เป็น Tizen ด้วยนะ สิ่งที่แรกที่คุณควรไปทำคือคุณไปดาวน์โหลดไปแอปพลิเคชั่นของ Gear
S จาก Apple Store กันก่อน

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier-1-1.jpg)

แต่การเชื่อมต่อครั้งแรกมันไม่ง่าย แบบแค่ว่าเปิด Bluetooth แล้วพบกันนะสิ
 เพราะเรา
พบกว่าเชื่อมต่อกันยังไงก็ไม่ติด  อย่าลืมนะว่า iPhone ไม่มี NFC จริงๆ คำแนะนำในเรื่อง
นี้มีอยู่ใน Manual Guide ขอแอปอยู่แล้วคือ ให้นาฬิกามีการ Update Firmware ล่าสุดเสีย
ก่อน จากนั้่น Reboot ไป 1 รอบ แล้วเชื่อมต่ออีกครั้งด้วยการเช้าแอป แล้วเลือก **Connect
New Gear** คราวนี้ปัญหาเรื่องการเชื่อมต่อครั้งแรกถึงเป็นอันหมดไป

 

แต่เอาเข้าจริงในระบบนิเวศของ Apple ก็ทำทุกอย่างให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันซึ่งนั่นคือ
เรื่องดี
 การควบคุมทุกอิย่างของแอปก็เลยรวมกันอยู่ที่หน้าเดียว ทั้งการเข้าถึง Apps
การเข้าถึงตัวเล่นเพลง การส่งรูป การแจ้งเตือน การดูสถานะแบตเตอรี่

 

ปัญหาที่เรายังพบเจออยู่บ้าง คือเรื่องของการเชื่อมต่อ
 ด้วยความ่หน้าจอเป็นนาฬิกาแบบ
จริงจังมาก การจะลากอะไรเพื่อลงมาดูสถานะการเชื่อมต่อนั้นคือต้องปาดนิ้วแล้วลากลงมา
ซึ่งในชีวิตจริงๆ เราก็คงทำกันไม่บ่อย มารู้ตัวอีกที คือทำไมมันไม่เด้งก็ต้องเข้าไป
ดูในแอป แต่เหมือนว่าอัพเดท Firmware ล่าสุดแล้วสถานะการเชื่อมต่อดีขึ้น

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier-1-2.jpg)

## Tizen ยังไม่ใช่ตัวเลือกใหญ่ของนักพัฒนา

ถ้าคิดว่าจะมองหาแอปพลิเคชั่นที่คุณคุ้นเคยแล้วย้ายมาอยู่บนหน้าปัดนาฬิกา
 ขอบอกเลย
ว่านั่นนี่ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะไปคาดหวัง เพราะมีน้อยถึงน้อยมาก ถ้าตั้งธงนี้เป็นโจทย์
ใหญ่ให้กลับไปเล่น Apple Watch น่าจะตอบสนองความต้องการดีกว่ามาก

 

แต่ถ้ามองหาความคลาสสิคของหน้าปัดนาฬิกา นี่เป็นตัวเลือกที่เหมาะมาก
 คือไม่ใช่ทุกคน
ที่อยากมีการติด Gadget อยู่ที่ข้อมือตลอดเวลา

 

## การควบคุมแบบนาฬิกาดั้งเดิม เพิ่มเติมคือคุณสมบัติ

หน้าปัดของนาฬิกามีตัว Slide  ในการควบคุม ซึ่งเราคิดว่ามันใช้งานง่ายกว่าเม็ดมะยมของ
Apple Watch มากถึงมากที่สุด
 ประโยชน์ของมันขั้นพื้นฐานคือ คือ การเลื่อนดู Notification
ที่เกิดขึ้นล่าสุด หรือของจากแอปพลิเคชั่นที่ซ้อนๆ ชั้นกันเอาไว้

การแจ้งเตือนบนนี้รองรับภาษาไทยเรียบร้อย อ่านไทยได้ชัดสวยงามดี รวมถึงการมีแป้นคีย์
บอดไทยบนนี้ด้วย
 แต่เอาแค่ป้อนภา๋าอังกฤษหรือตัวเลขนี่ก็เหนื่อยแล้ว  ถ้าจะพิมพ์ไทย
บนนาฬิกาแบบนั้นจริงๆ คงต้องเข้าไปตั้งใหม่ในส่วนของ Keyboard

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier-1-3.jpg)

การที่มีสองปุ่ม และจอสัมผัสที่ตอบสนอง นั่นทำให้การเข้าถึงคำสั่งในนาฬิกานั้นง่ายมาก

แต่จะมีท่ายากก็ต้องจับภาพหน้าจอนี่ล่ะ วิธีจับภาพหน้าจอ **Samsung Gear S3  Frontier**
ให้กดปุ่มด้านล่างค้างไว้แล้วปัดที่หน้าจอไปซ้ายหรือว่าขวา สิ่งที่เราพบคือจับภาพหน้่า
จอนาฬิกาได้จริง แต่ไม่สามารถส่งรูปกลับไปยังโท์รศัพท์ iPhone ได้ มีเพียงเมนู Delete
เท่านั้น อีกข้องนึงที่ต้องรู้คือ อย่าลืมว่ามันไม่ใช่เกิดมาท้องพ่อท้องแม่เดียวกับ
iPhone อย่างรับสายโทรเข้านั้นก็ไม่สามารถยกมือขึ้นมาคุยได้ ทำได้แต่การปาดรับสาย หรือ
ตัดสายทิ้งตามพื้นฐานที่ต้องมี

## งานประกอบชั้นดีระดับ  Military Grade

จอ Super AMOLED ขนาด 1.3 นิ้ว ทำให้เรามองหน้าหน้าปัดนาฬิกาได้คมชัดมากไม่ว่าจะมอง
ในมุมไหน ไม่มีอาการแพ้แดดใดๆทั้งนั้น
 คือเราลองหยิบไปใส่ในแวดวงของคนที่ไม่ได้ติดตาม
เทคโนโลยีมากนัก ก็ไม่มีใครรู้ว่านี่เป็น Smart Watch จนกว่าเราจะจิ้มหน้าจอนั่นล่ะ

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier-1-4.jpg)

ตัวเรือนที่เขาบอกว่าผลิตจากสแตนเลสคุณภาพสูงอันนี้เรายืนยันได้เลยว่าจริง
 ใส่แล้ว
น้ำหนักกำลังเหมาะกับข้อมือดีมาก ส่วนความทนตามมาตรฐานทางทหาร Military-grade durability
ใช้งานได้ในสภาพอากาศที่ร้อนจัด หนาวจัด สิ่งที่เราทำได้คือใส่ลุยพายุฝน ก้ยังไม่มี
ผลต่อการทำงานต่อนาฬิกาแต่อย่างมด แต่ไม่ไ่ด้หมายความว่าคุณจะะอานาฬิกาเรือนนี้ไปใส่
ว่ายน้ำ เพราะมันไม่สามารถป้องกันน้ำได้ขนาดนั้น นั่นคือแต้มต่อที่ Apple Watch มีมากกว่า

หน้าปัดของนาฒิใช้ Gorilla SR+ ซึ่งกันรอยขีดข่วนของกระจกจากการใช้งาน อย่างน้อยเรา
ก็หมดห่วงในรอยขูดขีดเบื้องต้น
 เมื่อเทียบกับ Apple Watch ที่เปราะบางกว่ามาก แต่จุด
อ่อนก้ใช่ว่าจะไม่มีเพราะวงแหวนด้านหน้า ก็เป้นรอยง่ายอยู่เหมือนกัน ส่วนสายสายนาฬิกา
ถึงจะเปลี่ยนไม่ง่ายเท่า Apple Watch แต่การใช้สายขนาดมาตรฐาน 22 มิลลิเมตร ก็ยังทำให้
คุณมีสายเปลี่ยนได้อย่างไม่ลำบากมากนัก แต่สายเดิมๆ นี่หนาและเหนียวใช้ได้อยู่ รวมถึง
แท่นชาร์จไร้สายนั่นทำด้วยวัสดุคุณภาพดีถึงดีมากสมราคา

## ซื้อดีมั้ย Samsung Gear S3 Frontier 

ถ้าจะเอาไปเปรียบเทียบกับ Apple Watch เราว่าแนวคิดในการออกแบบนั้นมาคนละเรื่องโดยสิ้น
เชิง
 คือ Apple Watch เราไม่คิดว่ามันเกิดมาจากพื้นฐานของการนาฬิกาทั่วไปสักสักเท่า
ไหร่ และยังมีความคาบเกี่ยวกับการเกิดมาเพื่อเป็น Gadget ที่มีอุปกรณ์เสริม และอุปกรณ์
ต่อพ่วง

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/Gear-S3-frontier-1.jpg)

แต่ขณะนาฬิกาของ Samsung นี่การออกแบบมาเพื่อเป็นนาฬิกาแบบจริงจัง
 ให้ประสบการณ์แบบ
เดิมๆ  ไม่ว่าจะเลือกใช้เป็น Stand Alone  เชื่อมต่อ WiFi เฉยๆ เพิ่มเติมคือการเชื่อม
ต่อกับโทรศัพท์ ที่จะเอาไปเชื่อมต่อกับโทรศัพท์เครื่องไหนก็ทำไป ของให้แค่มีแอปสำหรับ
เชื่อมต่อกันก็พอ

ถ้าถามวย่าเอาไปลุยได้่จริงจังมั้ย เราอยากเรียกว่าขาลุยชั่งคุยในห้องแอร์มากกว่า
 
คือความรู้สึกหลังใส่ในแว้บแรกแล้วมันก็อยากออกไปลุยจริงๆ นะ แต่พอพลิกดูปุ่ม ลองนั่ง
หมุน bezel แล้วดูการเกิดริ้วรอยขนแมว ทำให้เราเกิดชะงักงันขึ้นไปนิด ถ้าไปเทียบกับ
นาฬิกาสายออกกำลังโดยตรง นั่นยิ่งเ่ทียบกันลำบากและไม่ควรไปเทียบ เพราะอย่าลืมว่าราคา
มันห่างกันหมื่นบาท!

คุณสมบัติการเล่นเพลงในการเล่นที่นาฬิกาอันนีเราว่าคือของเล่นที่แถมมาแบบขำๆ
 คือมัน
ฟังได้ล่ะ แต่ลำโพงมันไม่ได้ดังมากขนาดเราต้องลุกขึ้นขยับตัวตาม ส่งเพลงเข้ามายังนาฬิกา
ยังต้องใช้ WiFi เท่านั้น ซึ่งในชีวิตจริงเราเปิดเพลงออกจากลำโพงโทรศํพท์ดังและง่าย
กว่า และผู้ใช้ iPhone คงมีคลังเพลงจาก Apple Music อยู่แล้ว แต่ก็ทดแทนการคุมเพลงจาก
นาฬิกามายังโทรศัพท์น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดูดีกว่า

การใช้ S Voice ทำงานผ่านนาฬิกาการประมวลผลยังช้าอยู่เมื่อเทียบกับ Siri
 การเชื่อม
ต่อกับแอปพลิเคชั่นสายสุขภาพยังคงจำกัดที่ S Health เท่านั้น

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนจากหน้าจอสีเหลี่ยมเล็กๆ แล้วได้ภาพrจน์ลุยๆมากขึ้น
 ถ้ามอง
ว่าเป็นนาฬิกาเรือนที่สองถัดจาก Apple Watch ก็ไม่เลวนัก อย่างน้อยคุณสมบัติพื้นฐาน
ที่ Samrt Watch ควรจะมีกันมันตอบโจทย์จริงๆ ถ้ารับได้ว่าการเชื่อมต่อกับ iPhone นั้น
ทำให้คุณสมบัติที่ควรจะมีใช้มันหายไปบ้างนะ

**ขอบคุณ  :** [Samsung  Thailand ](http://www.samsung.com/th/gears3/)ที่เอื้อเฟื้อ
อุปกรณ์ในการทดสอบ
