Launch

“ถอดรหัสไทย” ความเป็นไทยในมุมมองผ่านเทค นิทรรศการใหม่ของมิวเซียมสยาม (museum siam)

museum siam

มิวเซียมสยาม  (Museum Siam)  เตรียมเปิดตัวนิทรรศการถาวรชุดใหม่อย่าง “ถอดรหัสไทย”   ซึ่งกำลังจะเปิดให้เข้าชมในเดือนธันวาคมนี้ครับ
เพราะเทคโนโลยีไม่จำเป็นต้องไปอยู่ในร้านขายของเสมอไป
ในพิพิธภัณฑ์ก็สามารถผันเอาเอทคโนโลยีมาเป็นส่วนหนึ่งของสื่อ และรูปแบบการนำเสนอ ที่ทำให้คนมีปฎิสัมพันธ์กันได้ด้วย

“ถอดรหัสไทย” นิทรรศการแบบถาวร ซึ่งมีเนื้อหาปรับให้เข้ากับยุคสมัย
และใช้เวลา 1 ปีครึ่งในการทำเพื่อมาแทนที่นิทศการถาวรที่จัดมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้าอย่าง “เรียงความประเทศไทย”
ที่จัดแสดงมากว่า 8 ปี รูปแบบการจัดแสดงนั้นเขาบอกกับเราว่า อยากจะให้ลืมภาพที่ว่า
พิพิธภัณฑ์ต้องห้ามจับโน่นนี่นั่น ทำสิ่งที่ทำได้คืิอแค่หันไปดู แล้วก็อ่านๆ
แต่จะให้ผู้เข้าชม สามารถมีประสบการณ์ร่วมด้วยการมีปฎิสัมพันธ์กันได้  สนุก และเข้าถึงเนื้อหาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

สิ่งที่เราได้มาอย่างแรกนอกจากแผ่นพับขนาดใหญ่มากคือขนาดน้องๆ  โปสเตอร์
นั่นก็คือบัตรเข้าชม บัตรเขาชมที่ไม่ใช่กระดาษแบบไก่กา แต่มาเป็นพลาสติคใส
แล้วรูปที่เห็นตรงกลางนั่นเป็น “กล่องสลากกินแบ่งรัฐบาลครับ” เราควรจะชมในความล้ำของบัตร
หรือความจิกกัดในความเป็นไทยก่อนดี นี่ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปข้างในเลยนะ  .. แต่ชอบมั้ยตอบเลยว่า “ชอบ”

“ถอดรหัสไทย” ในมุมมองของฝั่งเทค

ห้องไทยหรือเปล่า – Is This Thai ? ความเป็นไทยที่แท้จริงคืิอะไร นั่นคือต้นกำเนิดความแนวคิดของการพัฒนาห้องนี้
ห้องที่ว่าด้วยแห่งข้อพิพาทบนโลกโซเชียลเน็ตเวิร์ค ว่า “เป็นไทย…หรือเปล่า”


คำถามเกริ่น 3 คำถามที่ถูกโยนขึ้นมาอยู่บนจอมอนิเตอร์ นั่นคือสิ่งที่เราเจอเป็นอย่างแรก
โดยตัดมาที่ภาพของชุดที่ Laday Gaga เธอใส่เล่นคอนเสิร์ตพร้อมกับชฎาครั้ง
เมื่อมาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ที่เมืองไทยเมือหลายปีก่อน คอนเสิร์ตนี้ก็มีโอกาสได้ไปเสียเงินดู เราเลยจะอินกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ

เมื่อเราหันไปมองที่จอมอนิเตอร์ของอีกด้านในห้อง ก็มีคำถามที่สะท้อนความคิดของผู้คนในตอนนั้นว่า
อะไรคือไทย อะไรคือการแสดงออกที่เหมาะสม  Lady Gaga เธอดูถูกวัฒนธรรมไทยหรือเปล่า
ถ้านั่นคือคำถามที่เราถามความเป็นไทยในการแสดงออกของกับต่างชาติ

ถ้านั่นไม่ใฃ่กรณีแรก เราลองมาดูที่ฟากของประเทศเราเองบ้าง

“ข้าบดินทร์กระแสพลิก”  นี่ก็เป็นโจทย์ที่ไม่ต่างกันเท่าไหร่เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครเป้นคนไทยด้วยกัน
เมื่อละครย้อนยุคเล่าเรื่องของไทยในอดีต แต่ดาราที่รับบทตัวนำทำไมถึงหน้าแลดุออกมาแนวลูกครึ่ง
คัดตัวละครแบบนี้อะไรคือความเป็นไทย

จะว่าไปสิ่งที่ปรากฎในห้องนี่เราก็ฎิเสธมันไม่ได้นะครับ ว่ามันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้น
คือถ้าเราถอยออกมาจากประเด็นถกเถียงทางความคิด
แล้วจะพบว่า เออ..มันจริงน่ะ แล้วมันเยอะขนาดรวบรวมเข้ามาไว้ในพิพิธภัณฑ์กันได้ขนาดนี้คือไม่ธรรมดา
เมื่อกวาดตาไปทั่วมอร์นิเตอร์แล้ว คือมันไม่ได้มีคำตอบแบบตรงๆ ว่า อะไรคือไทย  อะไรคือไม่ไทย
เป็นคำถามปลายเปิดให้ไปขบคิดกันต่อไปตราบใดที่เรายังเชื่อมความสงสัยกันด้วยโลกออนไลน์

ห้องไทยแปลไทย  ห้องนี้อาจจะไม่ได้ล้ำไม่เทคเท่าไหร่ แต่การนำเสนอเราคิดว่ามีอะไรให้เราค้นกันอีกแล้ว
คือเล่นกับความสงสัยในความหมายสิ่งที่อยู่รอบตัวเราแบบไทยๆ
แล้วให้เราค้นความสงสัยให้หายคันด้วยการเปิดลิ้นชักที่อยู่รอบข้าง ซึ่งบอกเลยว่ามาอย่างเยอะ

คือเราพยายามมองว่ารอบข้างในห้องมีอะไรที่ดูจะเป็นเทคได้บ้าง ในที่สุดเราก็มาหยุดที่สิ่งนี้จนได้
นั่นคือ “เครื่องเล่นเทป”  ทำไมต้องเครื่องเล่นเทป ทำไมต้องฉายหนังโฆษณาผ่านมอนิเตอร์ข้างๆ
เหตุผลเขาบอกมาตามนี้ เราหยิบมาส่วนหนึ่งก่อนนะครับ

ในช่วงทศวรรษที่ 2530  ไทยต้องรับมือกับปรากฎการณ์ใหม่ “โลกาภิวัฒน์”
ยุคโลกไร้พรหมแดน Globalization  ระบบเศรษฐกิจ การเมือง  วัฒนธรรมของโลกทั้งโลกเชื่อมต่อกันง่ายขึ่้น

ท่ามกลางกระแสโลกที่ทะลักล้นเข้ามาในประเทศไทย
ก็เกิดกระแสต้าน หวงแหน หวั่นเกรง “ความเป็นไทย” กำลังถูกท้าทาย
กลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งยอมรับการบริโภคสินค้าโลกาภิวัฒน์ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการักษาความเป็นไทยไว้
จึงหยิบใช้บางส่วนของความเป็นไทยดั้งเดิม แล้วสร้างความเป็นไทยในรูปแบบใหม่ในยุคของตนเอง

ในมุมของคนทำงานใกล้ๆ กับสายสินค้าไฮเทค เอาเข้าจริงอยู่กับมันไปนานๆ
เราก็ไม่รู้สึกแปลกแยกเท่าไหร่ ว่าอะไรคือ ความเป็นไทย อะไรคือความเป็นเทค
เพราะเทคมันไหลเข้ามาแล้วก็ไป ตราบใดที่เรายังรู้ว่ารากของเราคืออะไร และรากของเรายังคงแน่นอยู่
ก็ใช้ควบคู่ต่อไปด้วยกันได้

ห้องไทยตั้งแต่เกิด การพัฒนาความเป็นไทยในยุคต่างๆ ถ้าเราเปิดไฟดูด้วยสายตาเรากก็จะเห็นว่ามันเป็นโต๊ะไม้ตัวหนึ่ง
ซึ่งมีภาพพิมพ์อยู่บนนั้นเฉยๆ ความน่าสนใจมันอยู่หลังแสงไฟที่ปิดลงครับ

โดยจุดเด่นของระบบคือ การนำเสนอ Module Hydraulic เต็มรูปแบบ
โดยจัดแสดงวัตถุผลุบขึ้นลงตามระยะทางของการเล่าเรื่อง สลับกับการฉายเล่าเรื่องด้วยแสดงลงบนพื้นไม้ครับ
ซึ่งมีทั้งข้อความพร้อมภาพ และภาพสไลด์ที่ไหลไปด้วยแสง

ห้องไทยดีโคตร แนวคิดในการนำเสนอของห้องนี้แตกต่างจากห้องอื่น โดยนำประเด็นของการวิวัฒนาการ และหลอมรวมของวัฒนธรรม
ผ่านการให้ดุรูปเรื่อยๆ

สิ่งที่เขาบอกว่าให้ดุรูปเรื่อยๆ คือจอนี่้ล่ะครับเป็นภาพลายเส้นที่ทืำให้เห็นว่า
วิวัฒนาการด้านเครื่องนุ่งห่มของไทยเรานั้นรัยบมาจากประเทศไหน แล้วเปลี่ยนแปลงจากตรงไหนไปในแต่ละยุค

อีกส่วนหนึ่งจะใช้การนำเสนอแบบ Zoetrope / Laser Cut อคริลิค  ที่ทำให้เป็นแผ่นภาพอย่างชัดเจน โดยใช้ระบบการเลื่อนด้วยมือ
เหตุผลที่เขชาตัดความเป็น interactive ออกไปก่อน เนื่องจากทำให้เกิดการมีปฎิสัมพันธ์กับผู้ชมโดยใช้การเลื่อนด้วยมือ
ยิ่งถ้าเราเดินทางมองด้วยมุมตรงด้านหน้ามันจะดูสวยมาก ถึงใช้มือเลื่อนแต่เราก็ปฎิเสธไม่ได้อยู่เหมือนกัน ว่าการจัดแสดงห้องนี้ก็จัดว่าล่้ำอยู่

ห้องไทยชิม เราเรียกว่ามันนี่คือ  “Live Kitchen” ห้องครัวที่มีชีวิตด้วยเทคโนโลยี
เวลาเรานึกอาหารสักหนึ่งจาน เรามักจะนึกแค่ว่านั่นเป็นแค่อาหารไทย แล้วก็แค่หาสูตรการทำ
แต่แท้จริงแล้วที่มาของอาหารจารนั้นมีความเป็นมาอย่างไรกัน

เวลาเข้าครัวต้องมีจานใช่มั้ยครับ แต่ที่นี่ในทุกจานอาหารด้านใต้จะมี QR Code ครับ!

การทดลองก็ไม่ยาก คือเอาจานอาหารด้านใต้จะมี QR Code นั่นล่ะ
มาวางไว้ตรงกลางตรงจุดกลางวางแทนที่จากตัวอย่าง

ข้อมูลจาก QR Code จะถูกนำมาแสดงให้เห็น ตัวอย่างนี่คือจาน “ส้มตำ”
พอเราทดลองวางจานส้มตำลงไป ก็จะปรากฎถึงประวัติความเป็นมาของส้มตำ คำเรียกถึงส้มตำในภาษาถิ่นแบบต่างๆ
รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในแบบภาพเคลื่อนไหว

ห้องไทยวิทยา  ย้อนวัยไปหา มานะ ปิติ ชูใจ ในห้องเรียนจำลองของทั้ง 4 ยุค
ดูเรื่องราวการพัฒนา  การชาติไทยผ่านระบบการศึกษา   ยุคไหนเป้นยุคไหนดูได้จากโต๊ะเรียนซึ่งจะมีความแตกต่างกันไป

โดยใต้โต๊ะเรียนไม้จะมีปุ่มกด ที่เมื่อกดลงไปแล้วจะเล่นเพลงซึ่งมีเนื้อหาเบื้องหลังของการพัฒนาชาติครับ

หนังสือเรียนแบบเก่า ที่เรียนมากันมายุคต่างๆ ถูกจับเอามาใส้ไ้ในคอมพิวเตอร์รูปทรงละม้ายคล้ายย้อนไปสู่ยุค
CPU 386 / 486 กำลังรุ่งเรือง  ภายใต้ความเชยยังมีเฉลยที่ซ่อนอยู่

คือที่อยู่ตรงหน้าเราถ้าสังเกตุดีๆ คือมันไมไ่ด้นูนเป็นจอ CRT นะครับ
แต่เป็นจอคอมพิวเตอร์แบบสัมผัสแบบ Touch Screen
ซึ่งผู้เข้าชมสามารถกดเลือกแบบเรียนหรือหนังสือที่อยู่ในจอสามารถพลิกอ่านต่อไปได้เรื่อยๆ
แบบพลิกหน้าหรือว่า Swipe

การเดินทางมามิวเซียมสยาม  (Museum Siam, Discovery Museum)

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่บนถนนสนามไชย แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
เปิดตั้งแต่ 10.00-18.00 วันอังคาร – วันอาทิตย์
สามรถไปตามแผนที่้นี้ได้ครับ https://goo.gl/maps/8nxRrGZX8JM2

การเดินทางเข้าเราไม่แนะนำให้ขับรถยนต์มาเองเท่าไหร่
เพราะที่จอดไม่ได้มีเยอะขนาดนั้น เราจะแนะนำวิธีอื่นๆ คือ

ทางรถโดยสาร : สาย 3, 6, 9, 12, 32, 44, 47, 53, 82, 524

ทางรถไฟฟ้า BTS : ลงสถานีวงเวียนใหญ่ แล้วนั่งรถประจำทางสาย 82

ทางรถไฟใต้ดิน MRT : ลงสถานีหัวลำโพง แล้วนั่งรถประจำทางสาย 1, 3, 5
คือมีสถานี MRT สร้างใหม่ อยู่ฝั่งตรงกันข้ามเลย แต่ดูแล้วอีก 2-3 ปี กว่าจะดำเนินการเสร็จ

ทางเรือ : ลงท่าเรือท่าเตียน เดินออกมาจนเจอถนนใหญ่แล้วเลี้ยวขวา เดินตรงผ่านหน้าวัดโพธิ์ แล้วจะเห็นมิวเซียมสยามอยู่ทางซ้ายมือ

มาเดินมิวเซียมสยามแล้วเราคิดอย่างไร

รูปแบบการนำเสนอของพิพิธภัณฑ์ มันไม่ใช่แค่การย้อนอดีต
แต่หยิบเอาสิ่งที่อยู่ในปัจจุบันมามัดรวมเข้ามาเพื่อให้ผู้ชมสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกันได้อย่างไม่ยากนัก
ไม่อัดข้อมูลแบบทะลักๆ อัดเข้ามาอย่างเดียว แต่อาจจะไม่ได้รู้สึกสาแก่ใจคนที่อยากได้ข้อมูลแบบเพียวๆ เท่าไหร่
ซึ่งเราคิดว่าถ้าต้องการแบบนั้นหาหนังสืออ่านจากที่บ้านก็ได้ แต่การมาที่นี่มันต้องคิดตามกันไปด้วย
คืออยากให้รู้สึกว่ามาพิพิธภัณฑ์แล้วมันสนุก มาแล้วลุฃุกขึ้นหยิบจับอะไรได้ มีอะไรให้ทำ

นิทรรศการ “ถอดรหัสไทย” จะเปิดเต็มรูปแบบในวันที่  2 ธันวาคม 2560  คือมีมากกว่าที่คณได้อ่านใน Blog นี้แน่นอน
สอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทร 02-225-2777
หรือเข้าไปที่ www.facebook.com/museumsiamsiamfan  และ https://www.museumsiam.org ครับ

ขอบคุณ : มิวเซียมสยามที่เอื้อเฟื้อโอกาสในการเยี่ยมชมครับ

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Back to top button