# ทดสอบ 5G ต่อไม่รอใคร กับ 5G The 1st Live in Thailand by AIS : Episode 2

- Link: https://www.trendymobile.net/2018/12/5g-the-1st-live-in-thailand-by-ais-episode-2/
- Published: 2018-12-20T17:02:33+07:00
- Author: jetboat

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/ais-5G-testing-episode-2-1.jpg)

**AIS** เดินหน้าสาธิตเทคโนโลยี **5G** ต่อเนื่อง ในงาน **“5G The 1st Live in Thailand
by AIS : Episode 2″**
 วันที่ 19 ธันวาคม 2561 – 15 มกราคม 2562 ที่ AIS D.C. ชั้น
5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม เพื่อเปิดประสบการณ์ 5G โชว์เคสที่แตกต่าง และไม่เคยมี
ที่ไหนมาก่อน  **ไฮไลท์เด่น กับการวิจัยและทดสอบ 5G ครั้งแรกในไทย**

![](https://www.trendymobile.net/wp-content/uploads/ais-5G-testing-episode-2-2.jpg)

ภายในงาน **5G The 1st Live in Thailand by AIS : Episode 2** วันที่ 19 ธันวาคม 2561–
15 มกราคม 2562
 ที่ AIS D.C. ชั้น 5 ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม จะได้พบกับประสบการณ์
5G สุดล้ำ ที่พร้อมให้ทุกท่านได้เข้ามาเรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยี 5G ได้อย่างครบถ้วน
ทุกมิติ โดยมีทีมงานกูรูผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำอธิบายตลอดงาน ประกอบด้วย

– **5G Super Speed** ที่สุดของความเร็ว 5G ที่มากกว่า 19 Gbps

ร่วมทดสอบความเร็วของ 5G บนนวัตกรรมที่เหนือชั้นยิ่งกว่าจากเอไอเอส ท้าพิสูจน์ความเร็ว
สูงสุด รายแรกและรายเดียวของไทย กับความเร็วที่มากกว่า 19 Gbps เมื่อวันที่ 5G เข้า
มาในประเทศไทยจริงๆ AIS จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความเร็วของ 5G มากขึ้นไปอีก โดยการนำ
เทคโนโลยี Multipath TCP ที่ AIS มีอยู่เพียงรายเดียวในไทย หรือที่เรียกว่า NextG มา
ประยุกต์ใช้บนเครือข่าย 5G โดยสามารถที่จะรวมความเร็วของ 5G เข้ากับ AIS Super WIFI
ได้ ทำให้ความเร็วของ 5G ตาม Standard เร็วเพิ่มขึ้นไปอีก โดยสามารถให้ความเร็วได้สูงสุด
มากกว่า 19 Gbps หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็น NextG+

– **5G Connected Drone** ที่สุดของเทคโนโลยีควบคุมระยะทางไกล

สาธิตการใช้งานโดรนในยุค 5G เนื่องจาก โดรนในยุคปัจจุบันมีการใช้งานผ่านคลื่นความถี่
WIFI ซึ่งมีข้อจำกัดเรื่องระยะทางในการใช้งาน สามารถควบคุมได้แค่ระยะทางใกล้ๆ ไม่เกิน
กว่าระยะสายตา และข้อจำกัดในเรื่องสัญญาณรบกวน เนื่องจากการใช้ความถี่ที่เป็น Unlicensed
Band แต่พอมาในยุค 5G ที่ความเร็วสูงและความหน่วงต่ำ จึงสามารถนำโดรนมาประยุกต์ใช้งาน
ได้หลากหลาย เช่น การขนส่ง, การเกษตร, ความปลอดภัยสาธารณะ, การกู้ภัย, การตรวจดูงาน
ในโรงงานหรือพื้นที่เสี่ยง เป็นต้น เพราะว่า สามารถควบคุมโดรนระยะทางไกลได้ผ่านเครือ
ข่ายมือถือ ซึ่งคนควบคุมไม่จำเป็นต้องอยู่ที่เดียวกับโดรน และสามารถ streaming video
ที่มีความละเอียดสูงกลับมาหาผู้ใช้งานได้ทันที โดยจะมีการสาธิต การทดสอบการควบคุมสั่ง
การโดรนแบบข้ามประเทศระหว่างประเทศไทย และจีน ให้ชมเป็นครั้งแรกอีกด้วย

**– 5G Cloud Virtual and Augmented Reality**

พบกับการนำ Cloud มาใช้งานกับ AR และ VR ในยุค 5G ว่าจะมีประสิทธิภาพในการตอบสนองที่
รวดเร็ว ใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา เนื่องจากการประมวลผลถูกใช้งานผ่าน Cloud โดยเรื่อง
นี้ อาจจะถูกไปประยุกต์ใช้กับ การเล่นเกม, ซื้อของ online, การศึกษา, การอบรม เป็นต้น
โดยในงานเราจำลองออกมา 2 รูปแบบดังนี้

• Mix Reality World เป็นเกมยิงปืน ระหว่างผู้เล่น 2 คน โดยแต่ละคนสามารถเล่นอยู่คนละ
ที่ แต่ผู้เล่นได้ประสบการณ์เสมือนจริงเหมือนอยู่ด้วยกัน เนื่องจากอุปกรณ์ของผู้เล่น
สามารถรับส่งข้อมูลการเคลื่อนไหวของผู้เล่นอีกฝ่ายแบบเรียลไทม์ ไปประมวลผลที่ Cloud
ผ่านเครือข่าย 5G

• Smart Gloves เป็นเกมที่ผู้เล่นสร้างลูกบอลไฟและยิงลูกไฟผ่านเครือข่าย 4G เปรียบเทียบ
กับ 5G เพื่อแสดงการตอบสนองบน 5G ที่เร็วกว่า

**– 5G Wireless to the home ที่สุดของความแรงบรอดแบนด์ไร้สาย
 

 แสดงศักยภาพของเทคโนโลยี
บรอดแบนด์ไร้สายผ่านเครือข่าย 5G (5G WTTx) ช่วยเสริมบริการ Fibre broadband ให้ครอบคลุม
มากขึ้น ที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล หรือ พื้นที่ที่เข้าถึงยาก เช่น
เกาะ, ภูเขา, ชนบท เป็นต้น ที่มีข้อจำกัดในการเดินสาย โดยอุปกรณ์ที่จัดแสดงในงานนี้
เป็น CPE หรืออุปกรณ์รับสัญญาณอินเทอร์เน็ตภายในบ้านที่รองรับคลื่นความถี่ 5G ย่าน 
mmWave เชิงพาณิชย์ตัวแรกของโลก ตามมาตรฐาน 3GPP ซึ่งสเปคสามารถทำความเร็วได้สูงสุด
ถึง 2 Gbps

**– 5G Internet of Things ที่สุดของการเชื่อมต่ออุปกรณ์ IoT มากกว่า 10 เท่า**

โชว์แนวคิด 5G Internet of Things ผ่านเทคโนโลยี 5G V2X (Vehicle to Everything) เป็น
เทคโนโลยีการสื่อสาร ระหว่างยานยนต์กับสิ่งต่างๆ โดยพื้นฐาน จะช่วยเรื่องความปลอดภัย
ในการคมนาคม, เพิ่มประสิทธิภาพการจราจร และประหยัดพลังงาน โดยการสื่อสารผ่านเครือข่าย
5G จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์
กับยานยนต์, ยานยนต์กับคนที่เดินบนท้องถนนผ่านอุปกรณ์อิเล็ทรอนิกส์, ยานยนต์กับโครงสร้าง
ถนนหนทาง เช่น ไฟจราจร เป็นต้น และยานยนต์กับเครือข่ายการประมวลผลบน cloud ซึ่ง 5G 
V2X ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้กับรถยนต์ไร้คนขับที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอีกด้วย
