Review

รีวิว : เปิดประสบการณ์ Apple Central World มากกว่าร้านค้า แต่คือประสบการณ์เมื่อได้มา

82

Apple Central World นี่เป็น Apple Store สาขาที่สองในประเทศไทย  หลังจากที่สาขา Icon Siam นั้นเปิดตัวนำร่องไปก่อน ยิ่งมีข่าวมีหลุดก่อนการเปิดตัวจริงยิ่งทำให้ผู้คนอยากรู้ถึงความเป็นไป ว่าด้านในร้านสาขานี้มีอะไรที่รอต้อนรับผู้เยี่ยมชมหรือลูกค้ากันอยู่บ้าง
เพราะสาวกแอปเปิ้ลต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่า แต่ละสาขานั้นจะมีจุดเด่นในการออกแบบที่แตกต่างกัน

ตอนที่เราเดินใสเข้าคิวครั้งแรกเราจะได้สิ่งนี้ก่อนครับนั่นคือ “คู่มือลูกค้า” ซึ่งก็จะแนะนำว่ามีอะไรที่รอเราอยู่บ้าง และนี่น่าจะเป้นการเปิดร้านที่แตกต่างจากสาขาอื่นๆทั่วไป คือ ต้องมีการแสกน QR Code ก่อนเข้าแถว  ส่วนเราซึ่งมารอบมารอบเที่ยงไม่ต้องกลัวเดี้ยงเพราะแดด นี่มีน้ำแจก และมีร่มให้ยืมด้วย! ส่วนการสแกน QR สำหรับผู้ที่ได้รับหมายยืนยันจะใช้  iPad ในการตรวจจะขลุกขลักบ้างนิดนึงแต่ก็ไม่ได้ช้าอะไรนัก

ถ้าเรามองจากข้างนอกก็จะเห็นว่าทรงตรงเสากลาง จนเงยไปถึงหลังคาจะดูคล้ายทรงของต้นไม้ คุณเข้าใจถูกแล้วครับเพราะเขาจงใจให้เป้นต้นไม้จริงๆ นั่นล่ะ ซึ่งเขาเรียกว่า Tree Canopy  ฉะนั้นวัสดุที่เราเห็นว่ามีการใช้ในการก่อสร้างตัวร้าน ก็จะมีอยู่สองอย่างคือ ไม้และกระจก

ในส่วนของกระจกรอบร้านนั้นเป็นกระจกที่สั่งทำมาพิเศษมีความหนาถึงสองชั้นซึ่งรับประกันได้ความปลอดภัย มีการบอกมาว่ากระจกนี้สามารถป้องกันความเสียหายจากกระสุนปืนได้! คือถ้าบอกมาขนาดนี้ แสดงว่าถ้ามีเหตุวุ่นวายสามารถเข้ามาหลบภัยในนี้ไปก่อนได้ใช่มั้ย และแน่นอนว่าการทำกระจกทรงโค้งนี่คือไม่ง่าย จนมีข่าวออกมาว่ากระจกที่นี่มูลค่าแผ่นนละ 7 ล้านบาทไทย แต่จะจริงหรือไม่เรื่องนี้ยังไม่มีใครมายืนยันนะครับ

ตอนเราจะก้าวเท้าเข้าไป คือต้องบอกว่าพนักงานชวยคุยเก่งมาก !! คือเขาจะมีพนักงานชวนเราคุยตั้งแต่ก่อนจ่อคิวรอเข้า ก็คุยสัพเหระทั่วไปเพราะคนที่มาวันเปิดร้านโดยมากตะเป็นแฟนพันธุ์แท้กันอยู่แล้ว อย่างผมบอกไปว่าผมตระเวนไปที่ Apple Store หลายสาขามากทั่วเอเชียทางพนักงานก็จะทำตาโตนิดนึง

พอเข้าไปก็มี guide ประกบพาเราทัวร์ 1:1 คอยเล่า detail ชี้จุดถ่ายรูป และตอบคำถามเรา .. แค่เดินเข้าก็มีเสียงปรบมือเปี๊ยวป๊าวแล้ว

พื้นรอบ ๆ อาคารเป็นวัสดุเดียวกันกับพื้นในอาคาร โดยเขาให้เหตุผลว่าความรู้สึกของด้านใน และด้านนอกจะได้ไม่แตกต่างกัน

โต๊ะไม้ เสาไม้ที่เห็นนั่น ไม่ได้ไปซื้อมาจากไหน ไม่ได้มีการไปทำลายสิ่งแวดล้อม แต่คือ Apple ปลูกเองในสวิตเซอร์แลนด์ จากนั้นตัดมาทำและปลูกทดแทนขึ้นมาใหม่เพื่อไปแทนต้นไม้ต้นเดิม

และที่เก็นเป็นรูใต้โต๊ะนั้นคือระบบปรับอากาศ ซึ่งแผ่นหินนั้นจะมีการเจาะรูโดยมีการคำนวณเป๊ะๆ ซึ่งเป็นหินที่เจาะยากมากทีเดียว ถ้าเจาะแล้วไม่ดีคือต้องทิ้งทั้งแผ่น

บันไดนั้นคือจุดขายของตัวร้าน อย่างเราเคยไปที่สาขาฮ่องกงนั่นเป็นบันไดวนซึ่งเป็นกระจก ส่วนสาขาเซ็นทรัลเวิล์ดนั้น บันไดโค้งนั้นทำมาจากสแตนเลสซึ่งขั้นบันไดมี และที่จับมีความความโค้งมนสามารถรองรับน้ำหนักได้มาก ราวบันไดก็ทำมาเป็นแผ่นชิ้นเดียว  ส่วนตัวลิฟท์นั้นก็เป็นสแตนเลสเช่นเดียวกัน ซึ่งในช่วงเปิดร้านจะอนุญาตให้ขึ้นได้เพียงทีละคน
เพราะยังอยู่ในช่วง covid-19 

โดยเสาต้นไม้ที่อยู่ตรงแกนกลางนั้นมันไม่ได้มาง่ายๆ เพราะใช้เวลาในการดัดถึง 6 เดือน!  และแต่ละชิ้นจะมีการคำนวณความยาวของแต่ละชิ้นซึ่งการยึดโยงนั้นแต่ละท่อนก็จะยึดโยงกันเอง  ซึ่งประโยชน์ของเสาไม้ตรงกลางนอกจากจะมีหน้าที่ในการเป็นแกนกลางของตัวอาคาร ยังมีทำหน้าที่ในการเป็นที่ฟอกอากาศด้วย 

ซึ่งพนักงานร้านก็ให้เราลองสัมผัสลูบไล้ไปทั่วเสาต้นไม้ได้ เคาะได้ แต่ขูดเลขปะแป้งคงไม่ได้ .. เพราะคาดว่าจะได้ใบแจ้งหนี้กลับมา

มีมาตรการช่วง Covid-19 แน่นอนว่าถึงจะเป้นการเปิดร้านใหม่ก็ต้องมีระบบระเบียบในการจัดขึ้นมาเพื่อปรับให้สอดรับกับสถานการณ์ คือ อย่างจัดกิจกรรมพิเศษซึ่งสาขาในไทยต่างเป็นที่รู้กันว่า คนไทยรักการเรียนรู้และคิวจองนี่เต็มตลอดก็คงต้องเว้นไว้ก่อนตามมาตรการสำหรับการเว้นระยะห่าง   ส่วนการเทรนนิ่งสำหรับการใช้การใช้แบบหมู่คณะก็งดไปก่อนเช่นกัน แต่แกะกล่องสินค้าลองได้จนกว่าจะพอใจ และในส่วนของบริการ ช็อปปิ้งกับ specialist ก็ยังคงมีอยู่ แต่ต้องจองคิวล่วงหน้านะครับ

อันนี้รู้ไว้ก็ได้มัี้งคือ ที่เห็นว่าเป็นเส้นที่ตัดกัน 4 เส้น 4  สีคือหมายถึง สี่แยกราชประสงค์ซึ่งคือตำแหน่งที่ตั้งของร้านนี้นี่เอง คือทุกงานออกแบบก็มีเหตุผลอยู่ในนั้นเสมอๆ  ซึ่งของที่ระลึกผู้เข้าชมในวันแรกสามารถรับได้ที่ทางออกหลังจากการเยี่ยมชมเป็นมาตรฐานสำหรับทุกสาขา อันนี้เราก็บอกไว้เผื่อว่า วันหน้าจะมีสาขาอื่นที่ตั้งมาในประเทศไทยอีก

พนักงานที่ร้านนี้นอกจากคุยเก่งมาก ยังชี้เป้าถ่าย selfie ให้ผู้มาเยือนด้วย! ที่เขาแนะนำคือคือตรงโลโก้แอปเปิ้ลทั้งสองแห่งบนชั้นสอง และหน้าจอใหญ่ตรงกลาง 

คือทั้งสองมุมจะมีความโดเด่นที่แตกต่างกัน ตรงป้ายแอปเปิ้ลที่ด้านหน้าจะเห็นลานกว้างของเซ้นทรัลเวิลด์จนสุทาง ส่วนโลโก้แอปเปิ้ลที่ด้านข้างตรงมุมนั้นเราจะเห็นรถไฟฟ้าวิ่งผ่านไปผ่านมาตรงหน้า

‪การถ่ายเซลฟี่ที่ร้าน จะมีการขอความร่วมมือให้ใส่หน้ากากอนามัยไว้ก่อนนะครับ เนื่องจากมาตรการรรักษาความปลอดภัยอันเนื่องมาจาก Covid-19 ขนาดทีมงานของเอปเปิ้ลที่ฟหหยิบโทรศัพท์ของเราไปถ่ายรูปให้ยังต้องเอากระดาษชุบแอลกอฮอล์มาเช็ดทำความสะอาดให้เราเสียด้วยซ้ำ ‬

เราแอบถามพนักงานที่มาคุยกับเราชื่อคุณ JADE   เรายิงคำถามไปว่าว่าเทรนนานมั้ย ยากมั้ย เพราะเราไปหลายสาขาทั่วโลกดูจะมาตรฐานคล้ายกัน เขาก็นิ่งใช้ความคิดไปสักพัก แล้วตอบตอบเรากลับมาว่า เทรนไม่เยอะ ไม่ยาก ไม่นาน … พนักงาน apple ในร้านจะเท่ากันหมด เหมือนเป็นเพื่อนกัน และการคัดคนเข้ามาก็จะเป็นคนลักษณะเดียวกัน 
ก็เป็นการตอบคำถามที่ฉลาดดี

ของที่ระลึกในวันเปิดตัวจะมาในกล่องแบบนี้ คือมี Sticker และมีถูงที่พับมาในกล่อง โดยเป็นโลโก้ที่ออกแบบเป็นคำวว่า “กรุงเทพฯ” ครับ  

Apple Central World ประสบการณ์ที่ต้องผ่านมาให้ถึงสักครั้ง

ที่นี่สมควรควรค่าแก่การสละเวลาไปเยี่ยมชมมั้ย .. สำหรับเราคือถ้าสนใจเรื่องสิ่งก่อสร้าง และสถาปัตยกรรม มันก็มีจุดที่น่าสนใจในรายละเอียดปลีกย่อยอยู่ ก็ถือว่าเป็นได้ทั้งร้านค้า และจุดดึงนักท่องเที่ยวเลยล่ะ เพราแต่ละสาขาก็มีจุดเด่นของตัวเองแตกต่างกันไป

เวลาเปิดของ Apple Central Word นั้น เขาเปิดกันตั้งแต่จันทร์ – อาทิตย์10.00 – 21.00 น.
ส่วนการเดินทางนั้น แเราแนะนำว่านั่งรถไฟฟ้า BTS มาลงสถานีเซ็นทรัลเวิล์ด แล้วเดินเข้ามาผ่าน SkyWalk เข้ามายังร้านที่ชั้น 2 จะสะดวกที่สุดครับ แต่ถ้าต้องการจับรถยนต์ส่วนตัวมาก็สามารถกดเรียกดูได้จาก แผนที่ ครับ

คือสินค้าแอปเปิ้ลน่ะ เอาจริงนะ. . เราต่างก็กดซื้อจากเว็บก็ได้ เดินไปซื้อจากร้านตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านก็ได้ แต่ประสบการณ์บางอย่างในการมาเยือนสถานที่สิ่งนี้มันแทนกันไม่ได้จริงๆ  

Tags

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button
Close