# WeTV ประกาศแผน 3 ปี รุกตลาดวิดีโอสตรีมมิง ด้วยกลยุทธ์ “3X” ตั้งเป้าเติบโต 3 เท่า

- Link: https://www.trendymobile.net/2021/09/wetv-always-more-2022/
- Published: 2021-09-21T14:56:13+07:00
- Author: jetboat

**WeTV** แพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิง ประกาศแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2021-2023 หลังจาก
เติบโตกว่า 63% ในปี 2021 และก้าวเป็นอันดับ 1 แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งานแบบรับชมโฆษณา(
AVOD) ภายใต้กลยุทธ์การตลาด **“3X”**
 **1. Expansion** – ขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ของ
WeTV ในทุกมิติ ทั้งซีรีส์จีน ไทย เกาหลี และญี่ปุ่น พร้อมเติมพอร์ตโฟลิโอกลุ่มอนิเมะ
ซีรีส์วาย รายการ วาไรตี้ และอีสปอร์ต ควบคู่กับจับมือพันธมิตรใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

**2. Extra Experience** – เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความบันเทิงครบรสด้วยฟีเจอร์ และกิจ
กรรมสนุกๆ ตามแบบฉบับเฉพาะของ WeTV และ

**3. Exclusivity** – มอบความเอ็กซ์คลูซีฟที่เหนือกว่า ทั้งรับชมคอนเทนต์ที่แรก ดูย้อน
หลัง และออริจินัลคอนเทนต์ที่ดูได้ที่WeTV ที่เดียว ยึดออริจินัลคอนเทนต์จีน และไทย
เป็นหัวหอกในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าเติบโตในไทย 3 เท่าพร้อม
ครองตำแหน่งผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 
2023 รวมถึงก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์เอเชียที่ผู้ใช้งานชื่นชอบมากที่สุด

**มร. ไคเชิน ลี** Head of WeTV and IFlix, SEA กล่าวว่า _“ภาพรวมตลาดวิดีโอสตรีมมิง
หรือ Over-the-top (OTT) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 
180 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนการเข้าถึง 31% โดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 
57% ของผู้ใช้งาน OTT ใช้เวลาไปกับการรับชมคอนเทนต์วิดีโอสตรีมมิงมากขึ้น สอดคล้องกับ
ผลการดำเนินงานของ WeTV ทั่วโลก โดยมียอดผู้ใช้งานรายเดือน (Monthly Active Users หรือ
MAU) มากกว่า 45 ล้านราย (มกราคม-สิงหาคม 2564) ยอดชมวิดีโอมากกว่า 25 ล้านวิวต่อวัน
นอกจากนี้ จำนวนผู้ใช้งานแบบสมัครสมาชิกของ WeTV ยังเติบโตขึ้นมากกว่า 150% เมื่อเทียบ
กับช่วงเวลาเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยตลาดสำคัญจะอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นำ
โดยไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และเวียดนาม”_

_⌊WeTV-Always-More-2022_Infographic⌉⌊WeTV-Always-More-2022_Infographic⌉

**นางสาว กนกพร ปรัชญาเศรษฐ** ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด และการขาย และผู้จัดการ
WeTV ประจำประเทศไทย บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า _“ปัจจุบันแนวโน้ม
การเสพคอนเทนต์บน OTT เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภาพรวมของ WeTV ในประเทศไทยพบว่า 
คนไทยให้การยอมรับ WeTV เป็นอย่างดี โดยในช่วงมกราคมถึงสิงหาคมของปี 2021 WeTV มียอด
ผู้ใช้งาน DAU เพิ่มขึ้นถึง 63% จากปี 2020 และยังเป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 ที่มีผู้ใช้
งานแบบรับชมโฆษณา (Advertising Video On Demand – AVOD) และเป็นอันดับ 2 ในส่วนของผู้
ใช้งานแบบสมัครสมาชิก (Subscription Video On Demand – SVOD) โดยใน 6 เดือนแรก WeTV
มียอดผู้ใช้งานรายเดือน (MAU) เฉลี่ยสูงถึง 13 ล้านคน”_

_“ขณะที่กลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่ของ WeTV จะเป็นผู้หญิง 70% และผู้ชมกลุ่มหลักมีอายุเฉลี่ย
18-24 ปี มีสัดส่วน 29% และ 25-34 ปี มีสัดส่วน 26% สำหรับประเภทของคอนเทนต์ที่เติบโต
ได้อย่างโดดเด่นใน WeTV ได้แก่ คอนเทนต์จีน ที่ตอกย้ำความเป็นอันดับ 1 ของคอนเทนต์จีน
ได้อย่างสง่างามด้วยอัตราการเติบโตถึง 137% คอนเทนต์ไทย 40% และคอนเทนต์อนิเมะ 93% 
เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจัยการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ WeTV มาจากการร่วม
มือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่หลากหลาย ด้วยพันธมิตรทางคอนเทนต์มากกว่า 40 ราย เพิ่มความ
หลากหลายของคอนเทนต์ให้กับผู้ชมในประเทศไทย รวมถึงมีการนำเสนอคอนเทนต์เอเชียที่ครอบคลุม
ทุกความต้องการทั้งจีน ไทย เกาหลี ญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์ ละคร ภาพยนตร์ อนิเมะ
และรายการวาไรตี้ต่างๆ รวมกว่า 800 คอนเทนต์ในแพลตฟอร์ม หรือมีจำนวนคอนเทนต์รวมกว่า
1 ล้านนาที”_

เพื่อสานต่อความสำเร็จดังกล่าว WeTV ประเทศไทยได้วางแนวทางการดำเนินงานในปี 2021-2023
ภายใต้กลยุทธ์ “3X” เป็นอาวุธสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตต่อจากนี้
ได้แก่

**Expansion** – ขยายการเข้าถึงคอนเทนต์ของ WeTV ในทุกมิติ ทั้งการเพิ่มคลังคอนเทนต์
ทั้งซีรีส์จีน ไทย เกาหลี และญี่ปุ่น ขยายพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มอนิเมะที่เป็นคอนเทนต์ที่
กำลังมาแรง ซีรีส์วาย รายการวาไรตี้ และอีสปอร์ต ควบคู่กับจับมือพันธมิตรทั้งพันธมิตร
กลุ่มสถานีโทรทัศน์ เช่น สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงผู้ชมโทรทัศน์
และเพิ่มโอกาสการเข้ามาใช้แพลตฟอร์ม WeTV ได้มากขึ้น อีกทั้งความร่วมมือกับพันธมิตร
ผู้นำธุรกิจในหลายแวดวง ทั้งกลุ่ม Telco กลุ่มบริการชำระเงิน กลุ่ม OTT Device เพื่อ
เพิ่มช่องทางในการรับชมออนไลน์ และอำนวยความสะดวกในการชำระค่าบริการให้แก่ผู้ชมมากขึ้น
อีกทั้ง WeTV ยังจับมือกับไลฟ์สไตล์แพลตฟอร์มอย่างธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ธุรกิจเดลิเวอรี่
หรือการแลกคะแนน ฯลฯ และพันธมิตรในเครือเทนเซ็นต์ ประเทศไทย อย่าง Sanook, JOOX, PUBG
MOBILE และ WeComics เพื่อเพิ่มช่องทางในการรับรู้กับผู้ใช้แพลตฟอร์มต่างๆ ให้สามารถ
เข้าถึงคอนเทนต์ของ WeTV ได้มากขึ้น

**Extra Experience** – เต็มอิ่มกับประสบการณ์ความบันเทิงครบรส ด้วยการนำเสนอฟีเจอร์
เด่นเฉพาะตัว เช่น ฟีเจอร์ Flying comment ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงด้วยยอดโตก
ว่า 3 เท่า และมีจำนวนคอมเมนต์ถึงกว่า 1.5 ล้านคอนเมนต์ต่อเดือน ฟีเจอร์ Ins-screen
ฟีเจอร์ Vote ฟีเจอร์พิเศษกับการสะสม “VIP Digital Gift Card” เพื่อมอบเป็นของขวัญและ
แบ่งปันความบันเทิงให้เพื่อนๆ ฟีเจอร์ Fast Track ที่มียอดใช้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
ถึง 4 เท่าจากปี 2020 และฟีเจอร์ Rent การเช่าชมคอนเทนต์พิเศษบนแพลตฟอร์ม การถ่ายทอด
สดรายการในรูปแบบต่างๆ อาทิ วาไรตี้ และอีสปอร์ต อีกทั้งการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง
โดยสร้างประสบการณ์ร่วมแบบเอ็กซ์คลูซีฟให้ผู้ชมผ่านการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เชื่อมโลก
ออนไลน์ และออฟไลน์เข้าด้วยกัน เช่น กิจกรรมแฟน มีตติ้งกับ WeTV Global Brand Ambassador
ทั้งหมดนี้เพื่อมอบประสบการณ์ร่วมให้ผู้ใช้งานอยู่กับ WeTV ได้นานยิ่งขึ้น

**Exclusivity** – มอบความเอ็กซ์คลูซีฟที่เหนือกว่า ทั้งรับชมคอนเทนต์ที่แรก (First
Run) ดูย้อนหลัง (Rerun) และการคัดสรรคอนเทนต์คุณภาพทั้งออริจินัลคอนเทนต์ของจีน และ
ไทยมานำเสนอให้แฟนๆ ชาวไทยชมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคอนเทนต์จากเทนเซ็นต์วิดีโอ
ทั้งซีรีส์ฟอร์มใหญ่หรือรายการวาไรตี้จากจีน และคอนเทนต์ที่มาจากพันธมิตรผู้ผลิตราย
ใหญ่ของไทย ตั้งเป้าเป็นแพลตฟอร์มที่ผลิตออริจินัลคอนเทนต์ไทยที่มากที่สุด โดยในช่วง
ครึ่งปีหลังนี้ WeTV จับมือกับพันธมิตรผู้ผลิตคอนเทนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัว WeTV
ORIGINAL ออริจินัลคอนเทนต์ไทยทั้งหมด 13 เรื่อง นำทัพความบันเทิงด้วย “เมียหลวง” “
เด็กฝึกหน้าใส เติมหัวใจนายหญิง” “กลรักรุ่นพี่” “Bangkok Fable” และ “ออฟฟิศติดฮา”
เตรียมเปิดจอรอชมได้ที่แอปพลิเคชัน WeTV เท่านั้น

_“จากกลยุทธ์การตลาด ‘3X: Expansion – Extra Experience – Exclusivity’ ที่เราวางไว้
โดยมีออริจินัลคอนเทนต์ทั้งจีน และไทยเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการดำเนินธุรกิจ ควบคู่
ไปกับการจับมือกับพันธมิตรในหลากหลายอุตสาหกรรม และการสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ WeTV มั่นใจ
ว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายเติบโตในไทย 3 เท่า พร้อมขึ้นเป็นผู้นำแพลตฟอร์มวิดีโอสตรี
มมิงอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายในปี 2023 ก้าวสู่การเป็นแพลตฟอร์มที่มีออ
ริจินัลคอนเทนต์เอเชียที่ผู้ใช้งานชื่นชอบมากที่สุด ผลักดันคอนเทนต์ไทยสู่เวทีตลาดโลก
สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย รวมถึงเป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยเพิ่มโอกาส
ทางการตลาดให้กับลูกค้า นักการตลาด มีเดียเอเยนซี่ชั้นนำได้อย่างมีประสิทธิภาพ”_ นางสาว
กนกพรกล่าวทิ้งท้าย

สามารถติดตามคอนเทนต์คุณภาพจากทั่วทั้งเอเชียได้ที่แอปพลิเคชัน WeTV และ [www.WeTV.vip](http://www.WeTV.vip)
พร้อมติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทางโซเชียลมีเดีย WeTV Thailand ทุกช่องทาง
