ไปโอซาก้าทั้งที ถ้าไม่เจออะไรล้ำๆ แบบนี้ก็คงเสียเที่ยว จนเราไปเจอสิ่งนี้ถ่ายมาแล้วบอกเลยว่า RoBoHoN ตัวนี้แหละคือตัวแทนของความ ‘Kawaii x Tech’ ที่แท้ทรู!
วันนี้เราเลยอยากพาทุกคนไปทำความรู้จักกับเจ้าหุ่นยนต์ตัวจิ๋วที่เป็นมากกว่าแค่โทรศัพท์มือถือ แต่นี่คือเพื่อนคู่คิด (Human-shaped interface) ที่พร้อมจะเปลี่ยนโลกของเราให้สนุกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์โปรเจกเตอร์ในตัว หรือความสามารถในการเต้นตามจังหวะดนตรีที่สายอาร์ตต้องเลิฟ ใครที่มีแพลนจะไปใช้ชีวิตหรือทำงานสาย Tech ที่ญี่ปุ่นในปี 2026 บอกเลยว่า Insight ชุดนี้ห้ามพลาด!”
RoBoHoN คืออะไร
RoBoHoN คือ “หุ่นยนต์รูปทรงมนุษย์ขนาดพกพา” ที่ทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์/อุปกรณ์สื่อสารได้ในบางรุ่น โดยวางคอนเซ็ปต์ให้ผู้ใช้สั่งงานด้วย เสียง และได้ผลลัพธ์เป็น การตอบโต้ที่มีท่าทาง (หันหน้า ขยับแขน เต้น) จนความรู้สึกใกล้กับการคุยกับ “คาแรกเตอร์” มากกว่าการคุยกับเครื่อง
ทำไม RoBoHoN ถึงไม่ใช่แค่ Gadget น่ารักๆ
RoBoHoN (ロボホン) คือแนวคิดที่ Sharp ตั้งใจทำให้ “โทรศัพท์มือถือ” เป็นมากกว่าการเป็นแท่งแปะกระจกสี่เหลี่ยม แล้วกลายเป็น Human-shaped interface — อินเทอร์เฟซรูปมนุษย์ที่สื่อสารกับเราผ่านเสียง ท่าทาง และการมองหน้า เหมือนมี “ตัวตน” อยู่ตรงหน้า มากกว่าการใช้อุปกรณ์ไอทีแบบเย็นชา
แนวคิดนี้พัฒนาร่วมกับ Tomotaka Takahashi ดีไซน์เนอร์หุ่นยนต์ชื่อดัง (Robo Garage/University of Tokyo) และ Sharp ในฐานะผู้ผลิตเทคโนโลยีที่จริงจังกับคำว่า “คอมพาเนียน” ตั้งแต่ยุคแรกๆ จุดมุ่งหมายของ RoBoHoN คือไม่ได้แข่งกับมือถือเรือธงด้วยสเปก แต่แข่งด้วย “ความผูกพัน” และ “ประสบการณ์ร่วม”

Lineup RoBoHoN: รุ่นไหนเหมาะกับใคร (LTE / Wi-Fi / Lite)
RoBoHoN รุ่น LTE (ใส่ซิมได้ / โทรได้ / พาออกไปข้างนอก)
-
เหมาะกับคนที่อยากให้ RoBoHoN ไปใช้เป็น “โทรศัพท์” และเป็นเพื่อนร่วมทาง
-
ราคาเครื่องอย่างเป็นทางการ: ประมาณ 239,800 เยน
RoBoHoN รุ่น Wi-Fi (ขยับได้คล้ายรุ่น LTE แต่ไม่มีซิม)
-
เหมาะกับการตั้งในบ้าน/สตูดิโอ/ออฟฟิศ ใช้งานผ่าน Wi-Fi เป็นหลัก
-
ราคา SR-04M-Y (Wi-Fi) : 145,200 เยน
RoBoHoN Lite (เน้นตั้งโต๊ะ / โหมดนั่งเป็นหลัก)
-
เหมาะกับคนที่อยากได้ “Desk Companion”
-
เดินไม่ได้ (เน้นท่านั่ง) แต่โต้ตอบและขยับท่อนบนได้
-
ราคารุ่น SR-05M-Y (Lite) : 95,590 เยน
-
“ราคาเครื่องไม่รวมค่าบริการรายเดือน”

3 ฟีเจอร์เด่นของ RoBoHoN ที่ทำให้คนหลงรัก
1) โปรเจกเตอร์ที่หน้าผาก (Forehead Projector)
นี่คือ Killer Feature ของ RoBoHoN: โปรเจกเตอร์จิ๋วที่หน้าผาก ฉายรูป/วิดีโอ/คอนเทนต์ลงบนพื้นผิวได้ เพราะโทรศัพท์มือถือทั่วไปทำให้คอนเทนต์เป็น “โลกส่วนตัว” อยู่ในจอ แต่RoBoHoN ทำให้คอนเทนต์กลายเป็น “กิจกรรมร่วมกัน” บนโต๊ะหรือผนัง
นอกจากนั้น RoBoHoN มีความสามารถแนว “Music Recognition” และยังมีเคสที่รองรับการ “ฮัม” เพื่อช่วยระบุเพลง (ขึ้นอยู่กับแอป/บริการ ณ เวลานั้น)
นี่เป็นฟีเจอร์ที่ถูกใจสายติสท์มาก เพราะมันทำให้บทสนทนากับหุ่นยนต์เชื่อมกับ “ดนตรี” ได้โดยตรง ลองนึกภาพว่าเราฮัมท่อนฮุก แล้วมันตอบกลับว่า “เพลงนี้ไง” — มันเหมือนมีเพื่อนร่วมสตูดิโอที่เล่นด้วยกันได้
3) Kokoro Plan: หัวใจของความเป็น “คอมพาเนียน” อยู่บนคลาวด์
RoBoHoN ไม่ได้เป็นแค่ฮาร์ดแวร์ แต่พึ่งบริการคลาวด์ของ Sharp ที่ชื่อ ココロプラン (Cocoro Plan) ซึ่งเป็นเหมือน “ระบบประสาทส่วนกลาง” ให้มันอัปเดต เรียนรู้ และทำงานได้เต็มความสามารถ
สิ่งสำคัญควรรู้ก่อนซื้อ:
-
มีค่าบริการรายเดือน Cocoro Plan ( ประมาณ 1,078 เยน/เดือน สำหรับแผนพื้นฐาน)
-
มีเงื่อนไขด้านการสมัคร/การชำระเงิน จำกัดผู้ใช้ในญี่ปุ่น
-
หากไม่สมัคร/ไม่ผูกบริการ ฟีเจอร์สำคัญบางอย่างอาจใช้งานไม่ได้ หรือจำกัดความสามารถ
RoBoHoN ในปี 2026: จากเพื่อนคุย สู่ผู้ช่วยในชีวิตจริง
RoBoHoN กับ Smart Mobility (ผู้ช่วยผู้สูงอายุ)
ญี่ปุ่นเริ่มมอง RoBoHoN ไปไกลกว่า “ของเล่นคุยเล่น” มีทิศทางการพัฒนาให้เป็นผู้ช่วยในรถ ช่วยแจ้งเตือน/ดูแลผู้สูงอายุระหว่างขับขี่ และมองการใช้งานเชิงบริการในอนาคต
RoBoHoN กับบทบาท Digital Guide ในเมือง
ด้วยบุคลิกที่เป็นมิตรและสื่อสารแบบไม่ทำให้ผู้ใช้รู้สึกเกร็ง RoBoHoN เหมาะกับบทบาทไกด์/ผู้ช่วยต้อนรับในพื้นที่สาธารณะมาก ถ้าเราไปโตเกียวช่วง 2026–2027 โอกาสเห็นหุ่นยนต์แนวนี้ทำหน้าที่จริงจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
สรุป: ทำไม RoBoHoN ยังน่ารักและน่าสนใจในปี 2026
RoBoHoN ไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นมือถือที่เร็วที่สุด หรือกล้องที่โหดที่สุด แต่มันเกิดมาเพื่อทำให้ผู้ใช้ “รู้สึก” กับเทคโนโลยีมากขึ้น ถ้าโทรศัพท์เป็นของที่เราแตะทุกวัน…ทำไมมันจะเป็น “เพื่อน” กันไม่ได้ล่ะ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.robohon.com




