AIS ออกมาย้ำความพร้อมรับมือสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ระบุว่าได้เตรียมมาตรการรองรับอย่างรอบด้าน และติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมคงมาตรฐานการให้บริการในระดับสูงสุด
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น AIS ระบุว่าเข้าใจความกังวลของลูกค้าและประชาชนต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสาร การเชื่อมต่อ และปัจจัยแวดล้อมด้านพลังงานที่อาจกระทบต่อภาพรวมการดำเนินงานของภาคธุรกิจและโครงสร้างพื้นฐาน
วางแผนโครงข่ายทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางสำรอง
AIS ระบุว่าได้บริหารจัดการทรัพยากรเครือข่ายอย่างเหมาะสม ทั้งเส้นทางเชื่อมต่อหลักและเส้นทางสำรอง เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้น และรักษาคุณภาพการให้บริการให้ต่อเนื่อง
ทั้งนี้ บริษัทให้ข้อมูลว่า “สายเคเบิลที่ผ่านพื้นที่เสี่ยงดังกล่าว” มีสัดส่วนทราฟฟิกอินเทอร์เน็ตที่ออกไปโซนยุโรปน้อยกว่า 10%
ติดตามและประเมินผลกระทบแบบต่อเนื่อง
บริษัทระบุว่ามีการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อบริการในด้านต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเตรียมมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที และจำกัดผลกระทบต่อผู้ใช้งานให้อยู่ในวงจำกัด
ตั้งทีมเฉพาะกิจ ประสานงานพันธมิตรระดับสากล
AIS ระบุว่าได้ดำเนินการเชิงรุก โดยจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจพิเศษเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ พร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและระดับสากล รวมถึงพันธมิตรผู้ให้บริการระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายและการเชื่อมต่อให้พร้อมรองรับการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่ม
ท้ายที่สุด AIS ยืนยันว่ามีความพร้อมในการดูแลโครงข่ายและการเชื่อมต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อให้บริการยังคงใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพในทุกสถานการณ์




