# สัญญาณเตือนภัยจาก Mythos AI: เรื่องจริงที่ต้องระวัง หรือแค่ราคาคุยทางการตลาด?

- Link: https://www.trendymobile.net/2026/04/claude-mythos-anthropic-ai-threat-vs-marketing/
- Published: 2026-04-17T11:32:07+07:00
- Author: jetboat

การที่ [**Anthropic**](https://claude.ai/) เลื่อนการเปิดตัวโมเดล AI ตัวใหม่ที่ชื่อ
ว่า **“Claude Mythos”** (ซึ่งว่ากันว่าเก่งด้านการเขียนโค้ดมากจนอาจกลายเป็นอาวุธร้าย
ของแฮกเกอร์) ได้กลายเป็นประเด็นที่ผสมปนเปกันระหว่าง “ความตระหนก” กับ “ความสงสัย”

Anthropic คือหนึ่งในผู้เล่นแถวหน้าท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่ดุเดือด การสร้างกระแส
ให้คนทึ่งในเทคโนโลยีของตัวเองนั้น ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ธุรกิจและเพิ่มเสน่ห์ในวัน
ที่บริษัทมีข่าวลือว่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในเร็วๆ นี้

> “โลกไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ที่มาพร้อมกับ Mythos 
> อย่างจริงจัง”
> — **David Sacks** นักลงทุนและหัวหน้าที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีของประธานาธิบดี โดนั
> ลด์ ทรัมป์ กล่าว
> “แต่ก็นะ… ปฏิเสธยากเหมือนกันว่า Anthropic เขามีประวัติเรื่องการใช้ ‘แทคติกทำให้
> คนกลัว’ มาก่อน”

### กองทัพแฮกเกอร์ AI

Mythos จุดชนวนความกลัวเรื่องแฮกเกอร์ที่จะบงการ **“กองทัพ AI Agents”** ให้บุกทะลวง
การป้องกันของคอมพิวเตอร์ได้อย่างง่ายดาย

ในงานประชุม **HumanX AI** ที่ซานฟรานซิสโกเมื่อสัปดาห์ก่อน **Alex Stamos** จากสตาร์ท
อัพ Corridor (ที่ทำเรื่องความปลอดภัย AI) ยอมรับว่าภัยคุกคามจากแฮกเกอร์ที่เป็นเอเจ
นท์นั้นเป็นเรื่องจริง แต่เขาก็แอบจิกกัดสิ่งที่เขาเรียกว่า “มุกการตลาด” ของ Anthropic
ว่า:

_“พวกเขาวาดการ์ตูนน่ารักๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่อันตรายสุดโต่ง จนถึงขนาดไม่ยอมให้
คนทั่วไปใช้”_ Stamos กล่าวเปรียบเทียบ _“มันเหมือนกับตอนโครงการแมนฮัตตันประกาศเรื่อง
ระเบิดนิวเคลียร์ ผ่านลายเส้นการ์ตูน Calvin and Hobbes ยังไงยังงั้น”_

### เมื่อธนาคารและรัฐบาลเริ่มขยับ

เหล่าผู้บริหารจากธนาคารยักษ์ใหญ่ในอเมริกาได้เข้าพบกับ **Jerome Powell** (ประธาน 
Fed) และ **Scott Bessent** (รัฐมนตรีคลัง) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อประเมินผลกระทบ
ด้านความมั่นคงของ Claude Mythos ที่ยังไม่ถูกปล่อยออกมา

**Shlomo Kramer** ซีอีโอของ Cato Networks เขียนไว้ในบล็อกว่า: _“Mythos ไม่ใช่แค่
ก้าวกระโดดของ AI ทั่วไป แต่มันคือจุดเปลี่ยนที่จะนิยามสมดุลระหว่าง ‘ผู้บุกรุก’ และ‘
ผู้ป้องกัน’ ในโลกไซเบอร์ใหม่หมด”_

### Project Glasswing: การทดสอบในวงจำกัด

ปัจจุบันมีการแชร์ตัวอย่าง Mythos แบบจำกัดสุดๆ ให้กับพันธมิตรภายใต้ชื่อ **“Project
Glasswing”** ซึ่งมีทั้ง Amazon, Apple, Microsoft, Google, Cisco, CrowdStrike และ
JPMorgan Chase

ข้อมูลจาก Anthropic และพันธมิตรระบุว่า Mythos สามารถ:

 * สแกนโค้ดจำนวนมหาศาลได้ด้วยตัวเอง (Autonomously)
 * ค้นหาและเชื่อมโยงช่องโหว่ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน (**Zero-day vulnerabilities**)
 * โจมตีระบบปฏิบัติการไปจนถึงเว็บเบราว์เซอร์ ด้วยความเร็วและสเกลที่มนุษย์ไม่มีทาง
   ทำได้

### “สึนามิ” ของการโจมตี

ในงาน HumanX ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า AI ที่เขียนโค้ดเก่ง ย่อมหาจุดอ่อน
ในซอฟต์แวร์เก่งเป็นธรรมดา Stamos คาดการณ์ว่าเรากำลังเข้าสู่ยุค **“สงครามระหว่าง 
Agent” (Agent-to-agent war)** โดยมีมนุษย์ยืนคุมอยู่ข้างสนามคอยให้คำแนะนำ

**Wendy Whitmore** จาก Palo Alto Networks คาดว่าปีนี้อาจเกิด “การโจมตีที่รุนแรงระดับ
หายนะ” จากฝีมือ AI Agent ส่วน **Adam Meyers** จาก CrowdStrike ก็กังวลว่าแฮกเกอร์
จะฝัง AI จิ๋วลงไปในมัลแวร์ เพื่อให้มันสุ่มสร้างวิธีเจาะระบบได้เองหน้างานโดยไม่ต้อง
เขียนโปรแกรมไว้ล่วงหน้าเลย

### สรุปประเด็นสำคัญ:

 * **ความเก่งระดับปีศาจ:** Mythos สามารถสแกนหาช่องโหว่ในซอฟต์แวร์ (เช่น Windows,
   macOS หรือ Web Browser) และเจาะระบบได้เองแบบอัตโนมัติ (Autonomous) แถมทำได้เร็ว
   และกว้างกว่าที่มนุษย์จะทำได้หลายเท่า
 * **คำเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ:** คนในวงการอย่าง _Shlomo Kramer_ (Cato Networks) บอก
   ว่านี่คือ “สึนามิของช่องโหว่” ที่อาจทำให้ระบบธนาคารหรือโรงพยาบาลล่มได้ในไม่กี่
   ชั่วโมง
 * **Agent-to-Agent War:** ในอนาคตอันใกล้ เราอาจเห็นการสู้กันระหว่าง **“AI ฝ่ายวาย
   ร้าย”** ที่พยายามเจาะระบบ กับ **“AI ฝ่ายดี”** ที่คอยเฝ้าบ้าน โดยมีมนุษย์นั่งดู
   อยู่ข้างสนาม
 * **ความเห็นต่าง (Marketing Hype?):** หลายคนเริ่มสงสัยว่า Anthropic กำลัง “ปั่น”
   หรือเปล่า? การบอกว่า _“เทคโนโลยีของเราอันตรายเกินกว่าจะให้คนใช้”_ มันเป็นการสร้าง
   มูลค่าให้บริษัทดูเทพขึ้น (โดยเฉพาะช่วงที่มีข่าวลือว่าจะเข้าตลาดหุ้น) จนบางคนแซะ
   ว่าเหมือนประกาศเรื่อง “ระเบิดปรมาณู” ผ่านการ์ตูนน่ารักๆ เลย

**สิ่งที่ต้องจับตา:**

1. **Project Glasswing:** ตอนนี้เขาส่งให้ยักษ์ใหญ่ (Apple, Google, Microsoft) ช่วย
ทดสอบความปลอดภัยอยู่

2. **Zero-Day Exploit:** สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ AI จะหาช่องโหว่ที่ “โลกยังไม่รู้
จัก” เจอก่อนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ครับ

**3. Cybersecurity ยุคเดิมกำลังจะตายครับ** ต่อไปนี้ถ้าไม่มี AI ช่วยเฝ้าระบบ เราสู้
แฮกเกอร์ที่ใช้ AI ไม่ไหวอย่างแน่นอน
