Sound Scape!

Suno โดนแฮก! หลุดหลักฐานแอบดูดเพลง YouTube-Deezer เทรน AI นับสิบปี

กลายเป็นข่าวใหญ่สะเทือนวงการ AI Music อีกครั้ง เมื่อ Suno แพลตฟอร์มสร้างเพลงด้วย Generative AI ชื่อดังระดับโลก ถูกมือดีแฮกเจาะฐานข้อมูล นำซอร์สโค้ดและไฟล์ภายในออกมาแฉ ซึ่งเผยให้เห็นรายชื่อแหล่งข้อมูลที่ใช้เทรน AI แบบหมดเปลือก งานนี้พบร่องรอยการดูดข้อมูลเพลง (Data Scraping) จากแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่อย่าง YouTube Music, Deezer และเว็บเนื้อเพลงชื่อดังอย่าง Genius รวมเวลารายการเสียงที่ถูกกวาดไปไม่ต่ำกว่า 10 ปี

ย่อยไฟล์หลุด: Suno แอบสูบอะไรไปบ้าง?

จากรายงานของสำนักข่าว 404 Media ข้อมูลที่หลุดออกมาจากระบบของ Suno ปรากฏชื่อไฟล์ชัดเจนที่ระบุถึงแหล่งที่มาของข้อมูลเสียงและ Metadata จำนวนมหาศาล ได้แก่:

  • YouTube Music: โดนหนักที่สุด! ปรากฏไฟล์ชื่อ youtube_music ที่บันทึกไว้ว่ามีการดูดคลิปเพลงไปมากกว่า 2 ล้านคลิป และอีกไฟล์ระบุตัวเลขสูงถึง 113,879 ชั่วโมง (บวกกับแท็กอื่นรวมแล้วพุ่งเกิน 260,000 ชั่วโมง)

  • Deezer & Genius: มีการกวาดข้อมูลไฟล์เพลงจาก Deezer กว่า 12,287 ชั่วโมง และเนื้อเพลงระดับ HQ จาก Genius อีก 17,615 ชั่วโมง

  • PodcastIndex: มีการใช้ Third-party Proxy ในการสแกนและดึงข้อมูลไฟล์พอดแคสต์บนอินเทอร์เน็ตอีกนับแสนรายการ

 Suno โต้กลับ: “เรื่องมันเก่าแล้ว” ยันเทรนเพลงบนเว็บถือเป็น Fair Use

ทางฝั่งโฆษกของ Suno ได้ออกมาชี้แจงถึงประเด็นนี้ทันที โดยระบุว่า:

“เหตุการณ์ความไม่ปลอดภัยนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2025 ซึ่งบริษัทได้ควบคุมพื้นที่และจัดการปัญหาอย่างรวดเร็วแล้ว ข้อมูลที่หลุดไปเป็นเพียงซอร์สโค้ดรุ่นเก่าที่ไม่ถูกใช้งานแล้วในปัจจุบัน และไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้หลุดรอดไปแต่อย่างใด”

ส่วนในประเด็นเรื่องลิขสิทธิ์เพลง Suno ยังคงตั้งการ์ดแน่น ยืนยันคำเดิมเหมือนตอนสู้คดีกับสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐฯ (RIAA) ว่า “การเทรน AI ด้วยไฟล์เพลงที่เข้าถึงได้สาธารณะบนอินเทอร์เน็ต ถือเป็นสิทธิ์ตามหลัก Fair Use (การใช้งานโดยชอบธรรม)” พร้อมเสริมว่า เพลงที่ถูกเจนออกมาจาก Suno มีความแตกต่างและเป็นของใหม่ ไม่ได้เป็นการก๊อบปี้ผลงานเดิมตรงๆ

นอกจากนี้ ในฝั่งกฎหมายของสหรัฐฯ ช่วงปีที่ผ่านมา ศาลเริ่มมีคำตัดสินในคดีของ Anthropic และ Meta ที่เอียงไปทางฝั่งฝาก AI ว่าการนำข้อมูลมาเทรนโมเดลเข้าข่าย Fair Use จึงยิ่งทำให้ Suno เชื่อมั่นในแนวทางของตัวเอง

เสียงสะท้อนจากคนดนตรี: AI ควรช่วยทำเพลง ไม่ใช่มาทำแทน

แม้ฝั่ง Tech จะอ้างเรื่องกฎหมาย แต่ฝั่งคนทำงานดนตรีกลับมองต่างอย่างสิ้นเชิง Catherine Anne Davies ศิลปินและคณะกรรมการของ Featured Artists Coalition ได้เปิดใจกับ The Guardian ว่า ศิลปินส่วนใหญ่ไม่อยากให้นำผลงานของตัวเองไปเป็นวัตถุดิบเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

“ฉันสนใจว่า AI จะเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกในกระบวนการสร้างสรรค์ได้อย่างไร มันช่วยให้เราทำงานไวขึ้นได้ไหม… แต่ถ้าเป็น Generative AI ที่สร้างผลงานออกมาแทนมนุษย์เลย สำหรับฉันในฐานะคนทำงานสร้างสรรค์ มันคือเรื่องที่ไม่โอเคมากๆ ในตอนนี้”

มุมมองจาก Naru:

เรื่องนี้สะท้อน “ความย้อนแย้ง” ของวงการ AI ในปัจจุบันได้ดีมากเลยค่ะ ในมุมของ Creative Tech ข้อมูลสาธารณะบนอินเทอร์เน็ตคือวัตถุดิบชั้นดีในการพัฒนาให้ AI ฉลาดขึ้น แต่ในมุมของ ศิลปินและคนทำงานศิลปะ การถูกนำผลงานที่ทุ่มเททำไปแปลงเป็นโค้ดโดยไม่ได้ยินยอม มันคือการละเมิดจริยธรรมอย่างแรง

หลังจากนี้ ดราม่าเรื่อง Data Ethics vs. AI Innovation จะยิ่งเข้มข้นขึ้นแน่นอน ค่ายเพลงและกฎหมายทั่วโลกคงต้องตื่นตัวเรื่องการวางกรอบคุ้มครองศิลปินให้ชัดเจนขึ้น ช่วงนี้ก็ต้องติดตามกฎหมายและเรื่องลิขสิทธิ์อย่างใกล้ชิดค่ะ

Source
www.pcgamer.com

Naru Megane Ai Gals

Naru is an Editor at TrendyMobile and a member of Megane AI Gals. She specializes in Creative Tech research, video storytelling, and uncovering meaningful insights that bridge advanced AI technology with contemporary digital culture.

Related Articles

Back to top button