Ask Map เริ่มใช้งานได้ในญี่ปุ่นแล้วค่ะ ด้วยการผสานกับ Gemini ทำให้ Google Maps มอบประสบการณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ ที่สามารถคุยกับแผนที่ได้แบบธรรมชาติ ใช้ข้อมูลแบบเรียลไทม์และการแนะนำแบบส่วนตัว ช่วยให้การวางแผนท่องเที่ยวหรือการออกไปข้างนอกง่ายและฉลาดขึ้น
ครั้งนี้ ฟีเจอร์สนทนาแบบใหม่ของ Google Maps ที่ชื่อ Ask Maps ซึ่งสามารถตอบคำถามที่ซับซ้อนและเป็นจริงในชีวิตประจำวันที่แผนที่แบบเดิมตอบได้ยาก จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในญี่ปุ่นแล้วค่ะ ฟีเจอร์นี้จะทยอยเปิดให้ใช้ภายในไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้
ถามอะไรก็ได้ เกี่ยวกับทุกสถานที่
ตัวอย่างเช่น
- มือถือใกล้หมดแบตแล้ว ช่วยหาที่ที่สามารถซื้อกาแฟได้โดยไม่ต้องต่อคิวนาน และชาร์จไฟได้นะ
- ช่วยหาสนามเทนนิสสาธารณะที่มีไฟส่องสว่าง ที่เปิดคืนนี้หน่อย
แต่ก่อนนี้ ผู้ใช้ต้องค้นหาหลายรอบและอ่านรีวิวจำนวนมากเพื่อหาคำตอบ แต่จากนี้ไป แค่แตะไอคอน Ask Maps ก็สามารถคุยแบบธรรมชาติเพื่อหาคำตอบได้เลย
Ask Maps จะใช้ข้อมูลล่าสุดของ Google Maps เพื่อเสนอแผนที่เหมาะกับแต่ละคน ตัวอย่างเช่น ตอนวางแผนเที่ยวอเมริกา แค่ถามว่า ระหว่างทางไป Grand Canyon, Horseshoe Bend และ Coral Dunes มีจุดไหนแนะนำบ้าง?
นอกจากเส้นทางและเวลาถึงที่เข้าใจง่ายแล้ว ยังได้ทิปส์จากผู้ใช้คนอื่น เช่น เส้นทางเดินป่าที่ซ่อนอยู่ หรือวิธีรับตั๋วเข้าฟรีด้วย เพื่อเสนอทริปที่ดีที่สุด Google Maps จะวิเคราะห์รีวิวจากชุมชนผู้โพสต์กว่า 500 ล้านคน และข้อมูลสถานที่กว่า 300 ล้านแห่ง
หลังจากเปิดตัว Ask Maps เวอร์ชันภาษาอังกฤษในสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ผู้ใช้จำนวนมากได้นำไปใช้ในรูปแบบใหม่ เช่น หาร้านอาหารที่สามารถคุยกันเงียบ ๆ หรือวางแผนเส้นทางขับรถ 3 ชั่วโมงที่ชมวิวได้สวย จากเสียงตอบรับเหล่านี้ ครั้งนี้จึงได้อัปเดตเพิ่ม Personal Intelligence และข้อมูลแบบเรียลไทม์ ทำให้ฟีเจอร์นี้ยิ่งใช้งานได้สะดวกขึ้น ช่วยให้ทำสิ่งที่อยากทำในแต่ละวันได้ลื่นไหลยิ่งขึ้น
คำตอบแบบส่วนตัว และการคุยต่อจากครั้งก่อน
ด้วยฟีเจอร์ Personal Intelligence สามารถเชื่อม Ask Maps กับ Gmail ได้อย่างปลอดภัย ในอนาคตจะรองรับแอปอื่น ๆ เช่น Google Calendar ด้วย
Ask Maps จะดึงตารางเที่ยวบินหรือการจองอาหารเย็นจาก Gmail มาพิจารณาให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องอธิบายตารางของตัวเอง ตัวอย่างเช่น ระหว่างเดินทาง แค่ถามว่า ช่วยแนะนำไอเดียใช้เวลาสักสองสามชั่วโมงใกล้โรงแรมก่อนเที่ยวบินพรุ่งนี้หน่อย
ระบบจะแนะนำจุดน่าสนใจใกล้เคียงตามข้อมูลการจองโรงแรมใน Gmail และยังบอกเวลาที่ควรออกเดินทางไปสนามบินด้วย
แน่นอนว่า Personal Intelligence ของAsk Maps สามารถควบคุมได้ทั้งหมดโดยผู้ใช้เอง การเชื่อมต่อกับ Gmail จะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้น ผู้ใช้สามารถเลือกเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก
นอกจากนี้ หากเปิดการตั้งค่าประวัติไว้ Ask Maps จะจดจำบทสนทนาในอดีต และสามารถคุยต่อจากจุดที่ค้างไว้ได้ตลอดเวลา แค่ถามว่า「ช่วยบอกกิจกรรมที่เคยแนะนำสำหรับทริป Seattle ให้หน่อย」 Google Maps ก็จะดึงไอเดียที่เคยเสนอมาก่อนหน้านี้มาให้ทันที โดยไม่ต้องวางแผนใหม่ตั้งแต่ต้น
รับข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ที่เชื่อถือได้ทันที
แค่คุยกับ Ask Maps ก็สามารถทราบสภาพการจราจรตอนเช้าไปทำงาน หรือมีงานก่อสร้างและอุบัติเหตุบนเส้นทางขับรถหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความหนาแน่นของร้านค้าและร้านอาหารก่อนออกจากบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อคิวยาว ๆ ได้
ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถตรวจสอบความล่าช้าล่าสุดของรถบัส รถไฟ และรถไฟใต้ดินได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น ระหว่างเที่ยวออสเตรเลีย ถามว่า 「มีเรือเฟอร์รี่ที่ไปสวนสัตว์ Taronga Zoo พร้อมชมวิว Opera House ได้ไหม?」
ระบบจะแสดงตัวเลือกทั้งหมดที่มีให้ หากเกิดความล่าช้า จะปรับเวลารอแบบเรียลไทม์และอัปเดตเป็นนาที ทำให้รู้จังหวะที่เหมาะสมในการไปรอที่ท่าเรือได้อย่างแม่นยำ
ด้วยการผสานโมเดล Gemini เข้ากับความเข้าใจลึกซึ้งของ Google Maps เกี่ยวกับโลกแห่งความเป็นจริง ทำให้เกิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในการเดินทางประจำวันและการค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ หวังว่า Ask Maps จะช่วยให้การออกไปข้างนอกในแต่ละวันของทุกคนสะดวกสบายขึ้นเล็กน้อยนะคะ
Yumi คิดว่า :
- การเปลี่ยน “แผนที่” ให้กลายเป็นเพื่อนคุย แต่ก่อนเราต้องคิดคำค้นเอง แล้วค่อยอ่านรีวิวทีละอัน แต่ตอนนี้แค่พูดออกมาแบบธรรมชาติเลย เช่น “มือถือใกล้หมด อยากได้ที่ชาร์จ + กาแฟที่ไม่ต้องต่อคิว” แล้วมันก็ช่วยหาให้ รู้สึกเหมือนมีเพื่อนเก่ง ๆ นั่งข้าง ๆ คอยช่วยวางแผนออกไปข้างนอกจ้ะ
- Personal Intelligence กับ Gmail นี่คือจุดที่ชอบที่สุด คือรู้ตารางบินหรือการจองโรงแรมของเราโดยไม่ต้องเล่าใหม่ แล้วค่อยแนะนำต่อ แบบนี้ใช้สามารถงานได้จริงมาก โดยเฉพาะคนที่ชอบเที่ยวหรือต้องเดินทางบ่อย ๆ
- เหมาะสำหรับคนทำคอนเทนต์ ถ้าไปญี่ปุ่นหรือวางแผนถ่ายทำอะไรสักอย่าง แค่คุยกับแผนที่ว่า “อยากได้คาเฟ่เงียบ ๆ ใกล้สถานี มีปลั๊กไฟ และแสงธรรมชาติดี” ระบบก็ช่วยกรองให้เลย ประหยัดเวลาค้นหาเยอะมากเลยค่ะ
แม้จะฉลาดขึ้นเยอะ แต่ก็อยากเห็นความเก่งเรื่อง “ความรู้สึกของคนท้องถิ่น” มากกว่านี้ เช่น ร้านไหนคนท้องถิ่นชอบจริง ๆ หรือช่วงเวลาไหนที่บรรยากาศดีเป็นพิเศษ ตอนนี้มันเก่งเรื่องข้อมูลและเงื่อนไขชัดเจน แต่เรื่อง “อารมณ์” กับ “บรรยากาศ” ยังมีช่องว่างอยู่บ้าง
โดยรวมแล้วว่านี่เป็นก้าวที่ใหญ่ของ Google Maps จริง ๆ มันไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือหาทางอีกต่อไป แต่กลายเป็น “ผู้ช่วยวางแผนชีวิตประจำวัน” ไปแล้วค่ะ




