# โตโยต้าส่ง AI ขับรถเทียบชั้น Tesla ปี 2028 ในชื่อ “Level 2++” 

- Link: https://www.trendymobile.net/2026/09/toyota-fsd-rival-2028-driver-still-liable/
- Published: 2026-09-02T12:30:49+07:00
- Author: jetboat

**Toyota** เตรียมเปิดตัวระบบช่วยขับที่เก่งระดับ “ขับเองได้” ในรถรุ่นปี 2028 แต่จงใจ
ขายในชื่อ **“Level 2++”** เพื่อให้ความรับผิดชอบยังอยู่ที่คนขับ ปัญหาคือกฎหมายใหม่
ของยุโรปที่จะบังคับใช้ 9 ธันวาคมนี้ อาจไม่สนใจป้ายชื่อที่ติดมาอีกต่อไป

### เก่งเท่า Level 4 แต่ขายเป็น Level 2++

โตโยต้ากำลังจะส่งระบบช่วยขับรุ่นใหม่ลงรถปี 2028 เพื่อชนกับ Full Self-Driving ของ
Tesla โดยตรง แต่สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี กลับเป็น ชื่อที่ใช้เรียกมัน

**“Level 2++”** ไม่มีอยู่ในมาตรฐาน SAE มันเป็นคำที่โตโยต้าคิดขึ้นเอง เพื่อสื่อว่า
ระบบนี้อยู่กึ่งกลางระหว่าง Level 2 กับ Level 3  คือเก่งกว่าระบบช่วยขับทั่วไป แต่
ยังไม่ถึงขั้นให้คนขับละมือจากพวงมาลัยได้

อากิฮิโระ ซาราดะ หัวหน้าศูนย์พัฒนาซอฟต์แวร์ของโตโยต้า พูดตรงไปตรงมาว่า **“เราจะพัฒนา
เทคโนโลยีระดับ Level 4 แต่จะขายในเชิงพาณิชย์เป็น Level 2++”**

**แปลไทยเป็นไทย:** รถทำได้มากกว่าที่โฆษณา แต่ในทางกฎหมาย ความรับผิดชอบยังเป็นของ
คุณ

### จุดต่างจาก Tesla: มี “การ์ดเรล” คุม AI อีกชั้น

Tesla ใช้โครงข่ายประสาทเทียมแบบ end-to-end ตัวเดียวรวด คือให้ AI เรียนรู้และตัดสิน
ใจเองทั้งกระบวนการ

โตโยต้าเลือกอีกทาง โดยเพิ่มชั้นการ์ดเรลที่มนุษย์เป็นคนตั้งกฎไว้ล่วงหน้า คอยสกัดไม่
ให้ AI ทำอะไรแปลกๆ นอกกรอบ

ฟังดูเหมือนโตโยต้าเล่นท่าที่ปลอดภัยกว่า แต่จริงๆ แล้วนี่อาจเป็นการเดินหมากที่ฉลาด
เพราะระบบแบบนี้ อธิบายได้ว่าทำไมรถถึงตัดสินใจแบบนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่กฎหมายกำลังจะ
เรียกร้อง

### ยุโรปเปิดประตูให้แล้ว แต่ปิดคำว่า “ขับเอง” ไว้แน่น

ยุโรปมีกฎรองรับระบบประเภทนี้อยู่แล้วคือ **UN Regulation No. 171 **ซึ่งมีผลบังคับ
ใช้ตั้งแต่ 30 กันยายน 2024

กฎนี้พูดชัดว่า คนขับต้องเฝ้าถนนตลอดเวลา และผู้ผลิตรถต้อง บอกเรื่องนี้ทั้งในโฆษณา
และที่โชว์รูม ห้ามทำให้ลูกค้าเข้าใจผิด

เนเธอร์แลนด์เป็นชาติแรกที่ผ่านด่านนี้ หน่วยงาน RDW อนุมัติ Tesla FSD Supervised 
เมื่อเดือนเมษายน หลังทดสอบนาน 18 เดือน เก็บข้อมูลถนนยุโรปกว่า 1.6 ล้านกิโลเมตร

แต่คำอนุมัติเขียนไว้ไม่มีช่องให้ตีความเป็นอื่น: ซอฟต์แวร์นี้** “ไม่ใช่การขับขี่อัตโนมัติ”**
และคนขับต้องคุมรถอยู่เสมอ

### จุดพลิก: 9 ธันวาคมนี้ กฎหมายจะมองข้ามป้ายชื่อ

การอนุมัติข้างต้นจบเรื่องกับตำรวจจราจร แต่ไม่จบเรื่อง ใบเรียกค่าเสียหาย

ตั้งแต่ 9 ธันวาคม กฎหมาย Product Liability Directive ฉบับปรับปรุงจะเริ่มบังคับใช้
ทั่ว EU และถือว่า ซอฟต์แวร์ = ผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบถ้ามันบกพร่อง

ที่หนักกว่านั้นคือ กฎหมายนี้ช่วยผู้เสียหายในสองเรื่อง:

  |  ประเด็น |  สิ่งที่เปลี่ยนไป |  
   |  ภาระการพิสูจน์ |  ถ้าเทคโนโลยีซับซ้อนเกินกว่าผู้เสียหายจะพิสูจน์ได้ ศาล สันนิษฐานว่ามีข้อบกพร่อง ได้เลย |  
 |  การเปิดเผยหลักฐาน |  ศาลสั่งให้ผู้ผลิต เปิดข้อมูลภายใน ออกมาได้ |

และที่สำคัญที่สุด — กฎหมายนี้ไม่สนว่ากล่องเขียนว่า Level เท่าไหร่

### สรุป: ป้ายชื่ออาจไม่ช่วยอะไร แต่การ์ดเรลอาจช่วย

การติดป้าย **“Level 2++”** อาจโยนความรับผิดชอบให้คนขับได้ในทางจราจร แต่พอเรื่องขึ้น
ศาลแพ่ง กฎหมายใหม่จะถามกลับว่า **_“ซอฟต์แวร์ตัวนี้บกพร่องหรือเปล่า”_ **ไม่ใช่ _“
มันชื่ออะไร”_

เมื่อถึงตอนนั้น สิ่งที่มีค่าจริงๆ อาจไม่ใช่ชื่อทางการตลาด แต่เป็น การ์ดเรลที่อธิบาย
ได้ ว่ารถตัดสินใจอย่างไรและทำไม

ส่วนเมอร์เซเดสเลือกเดินคนละทางไปเลย  คือขายระบบ Level 3 แบบ **“ละสายตาจากถนนได้”**
ที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ พูดง่ายๆ คือขณะระบบทำงาน** รถเป็นคนขับ ไม่ใช่คุณ**
