JR East กำลังพยายามทำให้การทำความสะอาดสถานีดีขึ้นและยั่งยืนมากขึ้น ตามวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ชื่อว่า “Yusho 2034” โดยใช้ AI กับหุ่นยนต์เข้ามาช่วย
ครั้งนี้ JR East, JR East Trading และ SoftBank จะร่วมกันทดลองที่สถานีอาคาบาเนะเป็นหลัก (และอีก 3 สถานีใกล้เคียงในส่วนของเซ็นเซอร์) ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2026 ถึงกลางเดือนมกราคม 2027
ทำไมถึงต้องทดลองแบบนี้?
ที่สถานีรถไฟ งานทำความสะอาดต้องรักษาคุณภาพให้ดี แต่คนทำงานก็มีไม่พอ การทดลองครั้งนี้จึงอยากรู้ว่า “ถ้าใช้เทคโนโลยีช่วย จะทำความสะอาดได้เฉพาะที่และเวลาที่จำเป็นจริง ๆ หรือเปล่า” เพื่อให้ทั้งสะอาดและไม่หนักเกินไปสำหรับคนทำงาน
จะทดลองอะไรบ้าง?
- ติดตั้งเซ็นเซอร์ IoT ในห้องน้ำและถังขยะภายในสถานี เพื่อดูว่ามีการใช้งานมากน้อยแค่ไหน
- ให้ผู้โดยสารสแกน QR Code แจ้งได้เองว่าห้องน้ำสกปรก
- ติดกล้องชั่วคราวในโถงสถานี แล้วให้ AI ช่วยดูว่ามีสิ่งสกปรกหรือเปล่า
- ที่สถานีอาคาบาเนะ จะทดลองให้หุ่นยนต์ Physical AI ทำความสะอาดห้องน้ำหลังรถไฟเที่ยวสุดท้าย
- รวมข้อมูลทั้งหมดไว้ในระบบเดียว เพื่อดูว่าช่วยวางแผนและตัดสินใจเรื่องการทำความสะอาดได้ดีขึ้นไหม
หมายเหตุเล็กน้อย: การแจ้งผ่าน QR Code หรือ AI ตรวจจับสกปรก เป็นแค่ข้อมูลช่วยตัดสินใจเท่านั้นนะคะ ไม่ได้แปลว่าจะมีคนมาทำความสะอาดทันที
ใครทำอะไรบ้าง?
- JR East: จัดพื้นที่ทดลองและประสานงานกับสถานี
- JR East Trading: เป็นคนหลักในการวางแผน ดำเนินการ และวิเคราะห์ผล
- SoftBank: ดูแลเรื่องอุปกรณ์และการเชื่อมต่อระบบ
- JR East Environmental Access: ช่วยปรับให้เข้ากับงานทำความสะอาดจริงในสถานี
แล้วหลังจากทดลองเสร็จล่ะ?
ถ้าได้ผลดี ก็จะนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้จริง และอาจขยายไปยังสถานีอื่นในอนาคต เพื่อให้การทำความสะอาดสถานีทั้งสะอาดและยั่งยืนมากขึ้น
Yumi คิดว่า:
- งานทำความสะอาดสถานีเป็นงานที่คนไม่ค่อยอยากทำ และขาดแคลนแรงงานจริง ใช้ AI + หุ่นยนต์มาช่วย “เฉพาะที่และเวลาที่จำเป็น” ถือว่าเข้าท่ามากเลยค่ะ ไม่ได้แค่โชว์เทคโนโลยี แต่พยายามลดภาระให้คนทำงานจริง ๆ โดยจะเริ่มจากทดลองหลังรถไฟเที่ยวสุดท้ายก่อน แล้วค่อยเก็บข้อมูลจากเซ็นเซอร์และ AI วิเคราะห์ภาพ วิธีนี้ดูระมัดระวังและปลอดภัยดีค่ะ แต่แม้จะมี QR Code ให้ผู้โดยสารแจ้งสกปรกได้ แต่ในหมายเหตุบอกชัดว่า “ไม่ได้การันตีว่าจะมีคนมาทำความสะอาดทันที” ตรงนี้ถ้าสื่อสารไม่ดี ผู้ใช้อาจคาดหวังสูงเกินไปได้




