Sound Scape!

5 เทรนด์ดนตรีโลกปี 2026 จาก IFPI: ยอดสมาชิกสตรีมมิ่งทะลุ 750 ล้านคน และสงครามลิขสิทธิ์กับ AI

ในขณะที่รายได้รวมของอุตสาหกรรมเพลงทั่วโลกพุ่งทะลุ 31,700 ล้านดอลลาร์ เป็นครั้งแรก แต่เบื้องหลังตัวเลขสวยหรูนี้ รายงานจาก IFPI (สมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ) ได้เผย 7 ประเด็นเดือดเกี่ยวกับ AI ที่จะกระทบเงินในกระเป๋าของศิลปินโดยตรง1. ยอดสตรีมเพลง AI กว่า 85% คือ “ของปลอม”

ข้อมูลจากแอป Deezer ระบุว่าในปี 2025 ยอดสตรีมจากเพลงที่สร้างโดย AI สูงถึง 85% เป็นการปั๊มยอดปลอม (Fraudulent) เพิ่มขึ้นจาก 70% ในปี 2024 โดยในเดือนมกราคม 2026 มีเพลงที่สร้างจาก AI ล้วนๆ ถูกอัปโหลดเข้าระบบถึง 60,000 เพลงต่อวัน!

ผลกระทบ: ระบบจ่ายเงินแบบ Pro-rata (หารส่วนแบ่งจากกองกลาง) จะถูกลดทอนลง ทุกยอดสตรีมปลอมจะไปแย่งเงินจากศิลปินตัวจริง

2. Generative AI ทำให้การโกงยอดสตรีมกลายเป็น “ระดับอุตสาหกรรม”

ตอนนี้การสร้างเพลงปลอมและปั๊มยอดฟังทำได้ง่าย เร็ว และถูกมากจนระบบตรวจจับแทบไม่ทัน ตัวอย่างเช่นคดีของ Michael Smith ที่ใช้บอทกว่าพันบัญชีกับเพลง AI ขโมยเงินค่าลิขสิทธิ์ไปได้ถึง 8 ล้านดอลลาร์!

3. แฟนเพลง 69% ทั่วโลกคัดค้านการเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

ผลสำรวจจากคน 10,000 คนใน 5 ประเทศ (อังกฤษ, ฝรั่งเศส, บราซิล, เกาหลีใต้, อินเดีย) พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่บริษัท AI จะเอาผลงานสร้างสรรค์ไปใช้เทรนโดยไม่จ่ายเงินหรือไม่ขออนุญาตก่อน

4. ข้อเรียกร้องของ IFPI: “ต้องขออนุญาตก่อนเทรน”

IFPI ยื่นคำขาด 3 ข้อต่อเหล่านักพัฒนา AI:

  • Authorization: ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ก่อนเทรน

  • Transparency: ต้องเปิดเผยรายชื่อเพลงที่นำไปใช้เทรน

  • Labeling: ต้องติดป้ายบอกชัดเจนว่าเนื้อหานี้สร้างโดย AI

5. การรวมตัวของพันธมิตรลิขสิทธิ์ AI ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ค่ายยักษ์ใหญ่อย่าง Sony, UMG, WMG, Merlin และ Believe จับมือกับ Spotify สร้างผลิตภัณฑ์ AI ที่ “เน้นศิลปินเป็นหลัก” นอกจากนี้แพลตฟอร์ม AI อย่าง KLAY ยังเป็นบริษัทแรกที่สามารถเซ็นสัญญากับ 3 ค่ายยักษ์ได้พร้อมกัน นี่คือยุค “Streaming 2.0” ครับ

6. การใช้ของฟรี (Free Riding) ทำลายคุณภาพของ AI เอง

งานวิจัยระบุว่า หากบริษัท AI เอาเพลงไปใช้ฟรีๆ จนศิลปินอยู่ไม่ได้และเลิกผลิตงานคุณภาพสูงออกมา ในอนาคต AI ก็จะไม่มีข้อมูลดีๆ ไปเทรนต่อ ผลผลิตที่ได้ก็จะแย่ลงเรื่อยๆ (ขยะเข้า = ขยะออก)

7. วงการเพลงปี 2026 มี “อำนาจต่อรอง” สูงกว่าปี 2000

ต่างจากยุค Napster ที่วงการเพลงกำลังย่ำแย่ แต่ในปี 2026 วงการเพลงเติบโตติดต่อกันเป็นปีที่ 11 ทำให้พวกเขามีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งพอจะต่อรองและบังคับให้บริษัท AI ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์อย่างยุติธรรม

ดาวน์โหลดไฟล์ได้จากที่นี่ครับ 

ภารกิจหลักในปี 2026: การสู้กับ AI และการปกป้องคุณค่าของศิลปิน

รายงาน SOTI ปีนี้เน้นย้ำเรื่อง “ความรับผิดชอบ” ของแพลตฟอร์มเทคโนโลยี:

  • Generative AI: IFPI เรียกร้องให้บริษัท AI ต้องปฏิบัติตามหลักการ “3Ts” (Transparency – ความโปร่งใส, Traceability – การตรวจสอบย้อนกลับ, และ Training Authorization – การขออนุญาตเทรน)

  • Streaming Fraud: การจัดการกับยอดสตรีมปลอมและการปั๊มยอดด้วยบอท (Streaming Manipulation) คือภารกิจเร่งด่วนเพื่อรักษาความยุติธรรมในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์

  • Short-form Video: การผลักดันให้แพลตฟอร์มวิดีโอสั้น (TikTok, Reels) จ่ายค่าตอบแทนที่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริงของดนตรีที่ถูกนำไปใช้

 

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button