Google ยืนยันอย่างเป็นทางการว่า ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคมเป็นต้นไป ระบบจะเปิดใช้งาน Local Inventory Ads หรือโฆษณาสินค้าคงคลังในร้านค้าโดยอัตโนมัติ สำหรับแคมเปญ Shopping ทุกแคมเปญ
หลังจาก Google เริ่มแจ้งเตือนผู้ลงโฆษณาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัทได้ประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการผ่าน Google Ads Developer Blog โดยระบุว่า Local Inventory Ads หรือ LIA จะถูกเปิดเป็นค่าเริ่มต้นในทุกแคมเปญ Shopping ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2026
ทำไมเรื่องนี้จึงสำคัญ
หลังการเปลี่ยนแปลงมีผล ผู้ลงโฆษณาที่ใช้แคมเปญ Shopping จะไม่สามารถปิด Local Inventory Ads ผ่าน Google Ads API ได้อีกต่อไป
ดังนั้น หากระบบการทำงาน โครงสร้างแคมเปญ หรือการจัดสรรงบประมาณของธุรกิจในปัจจุบัน แยกสินค้าหน้าร้านออกจากสินค้าออนไลน์อย่างชัดเจน ผู้ลงโฆษณาจำเป็นต้องปรับทั้งโค้ดและการตั้งค่าแคมเปญให้เรียบร้อยก่อนวันที่ 31 สิงหาคม
มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง
ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม Google จะเปิดการตั้งค่า “Local products” ให้กับแคมเปญ Shopping ทุกแคมเปญโดยอัตโนมัติ
ก่อนหน้านี้ ผู้ลงโฆษณาจะต้องกำหนดค่า enable_local เป็น true ภายใน ShoppingSetting ของแคมเปญ เพื่อให้ระบบสามารถนำสินค้าจากฟีด Local Inventory Ads มาแสดงในโฆษณาได้
แต่หลังการอัปเดต:
-
แคมเปญ Shopping ทุกแคมเปญจะเปิดใช้ Local Inventory Ads โดยอัตโนมัติ
-
ระบบจะไม่สนใจค่าที่ส่งผ่านฟิลด์
Campaign.ShoppingSetting.enable_local -
Google จะถือว่าค่าดังกล่าวเป็น
trueเสมอ ไม่ว่าผู้พัฒนาจะส่งค่าอะไรเข้ามา
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้แนวทางของแคมเปญ Shopping สอดคล้องกับ Performance Max for Retail ซึ่งเปิดใช้ Local Inventory Ads เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว
นักพัฒนาต้องปรับตัวอย่างไร
นักพัฒนาที่ใช้ Google Ads API เวอร์ชัน 25.1 ขึ้นไป ควรหยุดส่งคำสั่งเพื่อตั้งค่า enable_local เป็น false
หากยังพยายามปิดการตั้งค่าดังกล่าว ระบบจะส่งข้อผิดพลาดกลับมาว่า:
ContextError.OPERATION_NOT_PERMITTED_FOR_CONTEXT
ส่วนผู้ที่ยังใช้ API เวอร์ชันเก่ากว่า 25.1 โค้ดเดิมจะยังสามารถทำงานต่อไปได้ แต่คำสั่งที่พยายามปิด Local Inventory Ads จะถูกละเว้น และ Google จะถือว่าค่าดังกล่าวเป็น true อยู่ดี
หากไม่ต้องการให้สินค้าหน้าร้านแสดงในโฆษณา ต้องทำอย่างไร
ผู้ลงโฆษณาที่เคยปิด Local Inventory Ads ในบางแคมเปญ Shopping จะมีทางเลือกใหม่ 2 วิธี ได้แก่
-
สร้าง Listing Scope ผ่าน
CampaignCriterionServiceและกำหนดค่าproduct_channelเป็นONLINE -
ใช้เมนู Inventory Filter ในการตั้งค่าแคมเปญ Google Ads เพื่อคัดสินค้าคงคลังในร้านค้าออก รวมถึงแยกงบประมาณระหว่างสินค้าออนไลน์กับสินค้าหน้าร้าน
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ Google กำลังย้ายการควบคุมประเภทสินค้าคงคลัง จากการเปิดหรือปิดด้วยการตั้งค่าเพียงจุดเดียว ไปสู่การจัดการผ่านระบบกรองสินค้าแทน
สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง
การอัปเดตครั้งนี้มีผลเฉพาะกับแคมเปญ Shopping เท่านั้น
ฟิลด์ enable_local จะยังคงสามารถใช้งานได้ตามปกติในแคมเปญประเภทอื่นที่รองรับ เช่น
-
Performance Max
-
Demand Gen
สรุป
ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป Google จะเปิดใช้งาน Local Inventory Ads โดยอัตโนมัติในทุกแคมเปญ Shopping
ผู้ลงโฆษณาที่เคยพึ่งพาการปิดสินค้าหน้าร้านออกจากแคมเปญ ควรเร่งตรวจสอบและปรับระบบเชื่อมต่อ Google Ads API รวมถึงวางกลยุทธ์ Inventory Filter ใหม่ให้เสร็จก่อนการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มมีผล
มุมมองจาก Hikari:
เป็นข่าวดีสำหรับร้านค้าปลีกแบบ Omnichannel ที่มีข้อมูลสต๊อกแม่นและอยากดึงคนเข้าร้าน แต่เป็นภาระเพิ่มสำหรับธุรกิจที่ต้องการแยกออนไลน์กับออฟไลน์อย่างเด็ดขาด และยิ่งยืนยันว่าอนาคตของ Google Ads จะเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ผู้ลงโฆษณาจะควบคุมผ่าน “ข้อมูล ฟีด และตัวกรอง” แทนการเปิด–ปิดฟีเจอร์ทีละอย่างค่ะ
พูดแบบพาดหัวเชิงวิเคราะห์ได้ว่า Google ไม่ได้เพียงเปิด Local Inventory Ads เป็นค่าเริ่มต้น แต่กำลังผลักร้านค้าเข้าสู่โฆษณาแบบ Omnichannel โดยปริยาย




