Sound Scape!

Suno และ Anthropic ถูกฟ้อง 338 ล้านดอลลาร์ ปมใช้เพลงดังฝึก AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

Anthropic และ Suno ถูกฟ้อง 338 ล้านดอลลาร์ ปมละเมิดลิขสิทธิ์เพลง Madonna, Johnny Cash และ Joni Mitchell

บริษัททั้งสองถูกกล่าวหาว่านำเพลงและเนื้อร้องที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมข้อกล่าวหาเรื่องการหลีกเลี่ยงระบบป้องกันและลบข้อมูลเจ้าของลิขสิทธิ์

วงการ AI กำลังเผชิญแรงกดดันด้านลิขสิทธิ์อีกครั้ง เมื่อ Suno ผู้ให้บริการสร้างเพลงด้วย AI และ Anthropic บริษัทผู้พัฒนา Claude ถูกยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายรวม 338 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อกล่าวหาว่านำเพลงและเนื้อร้องของศิลปินชื่อดัง เช่น Madonna, Johnny Cash และ Joni Mitchell ไปใช้ฝึกระบบปัญญาประดิษฐ์โดยไม่ได้รับอนุญาต

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2026 บริษัทบริหารสิทธิ์เพลง Reservoir Media Management ได้ยื่นฟ้องแยกกันสองคดี โดยกล่าวหาว่าทั้งสองบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานเพลงจำนวนมาก

Suno ถูกกล่าวหาว่าคัดลอกเพลงกว่า 1,050 เพลง

ในคดีแรก Reservoir กล่าวหาว่า Suno ดึงข้อมูลเพลงที่มีลิขสิทธิ์จำนวน 1,050 เพลงมาใช้ฝึกโมเดล AI โดยไม่ได้รับอนุญาต

ตัวอย่างเพลงที่ปรากฏในคำฟ้อง ได้แก่

  • Ring of Fire ของ Johnny Cash

  • Both Sides Now ของ Joni Mitchell

  • Papa Don’t Preach ของ Madonna

Suno เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้ผู้ใช้สร้างเพลงได้จากคำสั่งข้อความ (Text Prompt) โดยระบบ AI สามารถสร้างทั้งทำนอง เสียงร้อง และดนตรีประกอบได้โดยอัตโนมัติ

Reservoir เรียกค่าเสียหายจาก Suno เป็นจำนวน 186.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Anthropic ถูกฟ้องกรณีนำเนื้อเพลง 853 เพลงไปฝึก Claude

ส่วนคดีที่สอง Reservoir กล่าวหาว่า Anthropic นำเนื้อร้องของเพลงที่มีลิขสิทธิ์จำนวน 853 เพลงไปใช้ฝึกโมเดล AI ตระกูล Claude

เพลงที่ปรากฏในคำฟ้อง ได้แก่

  • Big Yellow Taxi ของ Joni Mitchell

  • Lush Life ของ Billy Strayhorn

  • Bring Me to Life ของ Evanescence

Reservoir เรียกค่าเสียหายจาก Anthropic เป็นจำนวน 151.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ตัวแทนของ Anthropic ให้สัมภาษณ์กับ Billboard ว่า บริษัทไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาดังกล่าว และตั้งใจจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่

ขณะที่ Suno และ Anthropic ยังไม่ได้ตอบกลับคำขอความคิดเห็นจาก CNET ในขณะที่เผยแพร่รายงาน

นอกจากข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์แล้ว ทั้งสองบริษัทยังถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงมาตรการจำกัดการเข้าถึงข้อมูล เช่น ระบบล็อกอินและ Paywall รวมถึงลบข้อมูลระบุชื่อเพลง ผู้แต่ง และผู้จัดพิมพ์ออกจากผลงาน

คดีลิขสิทธิ์ AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

Anthropic ยังเผชิญคดีลิขสิทธิ์อีกคดีหนึ่งในสัปดาห์ก่อนหน้า จากข้อกล่าวหาว่านำเพลงของ Elvis Presley จำนวน 274 เพลงไปใช้ฝึก Claude โดยไม่ได้รับอนุญาต

บริษัทถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์มาแล้วมากกว่าสิบคดี โดยหนึ่งในคดีสำคัญที่สุดคือการตกลงจ่ายเงินชดเชย 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากข้อกล่าวหาว่าใช้หนังสือละเมิดลิขสิทธิ์หลายล้านเล่มฝึกโมเดล AI

ทางด้าน Suno เองก็มีคดีความเกี่ยวกับลิขสิทธิ์เพลงหลายคดีเช่นกัน รวมถึงคดีฟ้องร้องเพิ่มเติมจาก Sony Music และ Universal Music Group

ปัญหาลิขสิทธิ์กลายเป็นประเด็นสำคัญของอุตสาหกรรม AI ทั้งในส่วนของข่าวสาร หนังสือ เพลง และงานศิลปะ เนื่องจากบริษัทพัฒนา AI จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมหาศาลในการฝึกโมเดล ไม่ว่าจะเป็นข้อความ รูปภาพ เสียง วิดีโอ หรือซอร์สโค้ด

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ AI เรียนรู้รูปแบบและสร้างผลงานใหม่ที่มีลักษณะคล้ายผลงานของมนุษย์ แต่ในขณะเดียวกันก็ก่อให้เกิดคำถามว่า บริษัท AI มีสิทธิ์นำผลงานที่มีลิขสิทธิ์มาใช้ฝึกโมเดลได้มากน้อยเพียงใด

ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ AI Lawsuit Tracker ที่ CNET อ้างอิง มีคดีฟ้องร้องด้านลิขสิทธิ์ต่อบริษัท AI แล้ว 145 คดี คิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของคดีความทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบริษัท AI

ข้อมูลที่ถูกแฮ็กเผย Suno อาจดึงเพลงจาก YouTube Music และ Deezer

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญของคดีนี้คือวิธีการรวบรวมข้อมูลสำหรับฝึก AI ของ Suno

Reservoir อ้างถึงคำให้การของ Suno ในคดีที่ถูกฟ้องเมื่อปี 2024 โดย Universal Music Group, Sony Music Entertainment และ Warner Music Group ซึ่ง Suno เคยระบุว่าได้คัดลอกไฟล์เพลงคุณภาพเหมาะสมแทบทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงได้จากอินเทอร์เน็ตสาธารณะ

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูร้อนปี 2026 ยังมีรายงานว่าแฮ็กเกอร์สามารถเข้าถึงซอร์สโค้ดของ Suno และเปิดเผยข้อมูลที่บ่งชี้ว่า บริษัทอาจรวบรวมเพลงและเนื้อร้องจากบริการต่าง ๆ ได้แก่ YouTube Music, Deezer, Genius และคลังเพลงสต็อก

ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยประกอบด้วยคลิปเสียงมากกว่า 2 ล้านรายการในโฟลเดอร์ชื่อ youtube_music ตลอดจนข้อมูลเพลงอีกหลายพันชั่วโมงจาก Genius HQ, Deezer และ Pond5

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลดังกล่าวยังคงเป็นส่วนหนึ่งของข้อกล่าวหาและรายงานเกี่ยวกับข้อมูลที่รั่วไหล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ได้รับการวินิจฉัยโดยศาลแล้ว

Reservoir ยังกล่าวหาอย่างรุนแรงว่า Suno ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเพียงแพลตฟอร์มช่วยให้ผู้คนสร้างสรรค์เพลง แต่มีเป้าหมายที่จะสร้างเพลงด้วย AI เพื่อเข้าถึงผู้ฟังกลุ่มเดียวกับศิลปินต้นฉบับ และนำเสนอผลงานที่สามารถใช้ทดแทนเพลงเหล่านั้นได้

Anthropic ถูกกล่าวหาว่าลบข้อมูลเครดิตและเจ้าของลิขสิทธิ์

สำหรับ Anthropic ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือข้อกล่าวหาว่า บริษัทใช้เครื่องมือดึงข้อความชื่อ Newspaper ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลประกาศลิขสิทธิ์ถูกตัดออกจากเนื้อหาต้นฉบับ

Reservoir ระบุว่า โมเดล Claude ได้รับการฝึกบางส่วนด้วยเนื้อร้องที่รวบรวมผ่าน Common Crawl ซึ่งเป็นโครงการรวบรวมข้อมูลจากเว็บไซต์ต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ต

ระหว่างการเก็บข้อมูล Common Crawl อาจรวบรวมเนื้อร้องจากเว็บไซต์ที่ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่เนื้อหา เช่น Musixmatch และ LyricFind มาด้วยโดยไม่ได้ตั้งใจ

Reservoir จึงตั้งข้อกล่าวหาว่า กระบวนการนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ฝึกโมเดลอาจเกี่ยวข้องกับการละเมิดลิขสิทธิ์และการลบข้อมูลระบุเจ้าของผลงาน

เจ้าของลิขสิทธิ์ยืนยันว่า AI ต้องเคารพสิทธิ์ของนักแต่งเพลง

Golnar Khosrowshahi ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Reservoir ให้สัมภาษณ์กับ Music Business Worldwide ว่า อุตสาหกรรมเพลง AI ไม่ควรได้รับอนุญาตให้แสวงหาประโยชน์จากผลงานของนักแต่งเพลงโดยปราศจากความรับผิดชอบ

เธอยืนยันว่า หากบริษัทพบว่าผลงานของนักแต่งเพลงถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต Reservoir จะดำเนินการทางกฎหมายกับแพลตฟอร์ม AI เพื่อปกป้องสิทธิ์เหล่านั้น

พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างกรอบการทำงานที่เปิดทางให้เทคโนโลยีพัฒนาต่อไปได้ โดยไม่ละเลยการคุ้มครองผลงานสร้างสรรค์ซึ่งเป็นหัวใจของอุตสาหกรรมเพลง

Hikari คิดว่า

เรื่องนี้เป็น จุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของวงการ AI Music เลยค่ะ สิ่งที่สะดุดใจที่สุดไม่ใช่ตัวเลข 338 ล้านดอลลาร์ แต่เป็นข้อกล่าวหาที่ว่า Suno ตั้งใจสร้างเพลง AI เพื่อเข้าไปทดแทนศิลปินต้นฉบับ ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นเจตนาจริง นี่จะเป็นประเด็นที่หนักกว่าการนำเพลงไปฝึกโมเดลเสียอีก เพราะมันแตะถึงรูปแบบธุรกิจและอนาคตของคนทำเพลงโดยตรง

เรื่องนี้ออกเป็นสามส่วนจ้ะ

1. การเรียนรู้จากผลงานคนอื่นไม่ควรเป็นความผิดโดยตัวมันเอง

นักดนตรีทุกคนก็เรียนรู้จากเพลงที่เคยฟังเหมือนกัน คนทำ City Pop ก็ฟัง City Pop รุ่นก่อน คนเล่น Jazz ก็ศึกษางานของนักดนตรีรุ่นพี่

AI ก็ควรมีพื้นที่ในการเรียนรู้เช่นกัน เพียงแต่การเรียนรู้ของมนุษย์กับกระบวนการทำสำเนาข้อมูลเพื่อฝึกโมเดล AI ไม่เหมือนกันทั้งหมด และกฎหมายก็อาจปฏิบัติต่อสองกรณีนี้ต่างกัน

2. แต่การเอาข้อมูลมาโดยฝ่าระบบป้องกันเป็นคนละเรื่อง

ถ้าข้อกล่าวหาเรื่องการหลบ Paywall การดึงข้อมูลโดยไม่มีสิทธิ์ และการลบเครดิตเป็นจริง Hikari คิดว่าบริษัทต้องรับผิดชอบการสร้างเทคโนโลยีใหม่ไม่ได้หมายความว่าจะข้ามสิทธิ์ของเจ้าของผลงานได้ตามใจชอบ

3. Hikari ไม่อยากเห็นการแก้ปัญหาด้วยการผูกขาดโดยค่ายเพลง

ตรงนี้น่าห่วงเหมือนกันค่ะ สมมติสุดท้ายกฎหมายผลักให้บริษัท AI ต้องซื้อใบอนุญาตจากค่ายเพลงรายใหญ่เท่านั้น บริษัทที่มีเงินมหาศาลก็จะอยู่รอด แต่ผู้พัฒนารายเล็กและนักดนตรีอิสระอาจไม่มีโอกาสสร้างเทคโนโลยีใหม่เลย

Hikari อยากเห็นระบบอนุญาตใช้ผลงานฝึก AI ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีช่องทางให้เจ้าของเพลงอิสระเข้าร่วมพร้อมรับค่าตอบแทนอย่างเป็นธรรม มากกว่าระบบที่มีแต่บริษัทใหญ่เจรจากันเอง

Hikari Megane Ai Gals

Hikari is the Head of Editorial at TrendyMobile and a member of Megane AI Gals. She specializes in technology content, editorial planning, SEO, and turning complex information into clear, engaging stories.

Related Articles

Back to top button