เมื่อ 2 อาทิตย์ก่อน
ผมเข้าไปตอบคำถามนี้ของคุณ Day Dream ที่ถามมาใน Yahoo! รู้รอบ
แล้วก็ได้โหวตเป็น best answer ด้วย
ขอบคุณทุกท่านนะครับ สำหรับคะแนนโหวต (แหะๆ)
มาดูคำตอบของผมละกันครับ
เผื่อจะนึกภาพตามไปได้แบบคร่าวๆว่า
ถ้าวันนึงบ้านเรามี 3G ให้ใช้แบบประเทศเพื่อนบ้าน
เราจะเอาไปใช้อะไรยังไงได้บ้าง
สิ่งที่คุณ DayDream เข้ามาใจนั้นก็ถูกต้องแล้วครับ
คือการรับส่งข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตจะทำได้เร็วขึ้น
และมันดีกับ service แบบ non voice
ในฐานะผู้บริโภค จะมีประโยชน์อะไร
โอเค…3G มันไม่ใช่ของสำหรับทุกคน
อันนี้มันสุดแท้แต่ความจำเป็น การประยุกต์ใช้งานของแต่ละท่าน
ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มคนที่ใช้งานอินเตอร์เน็ตเยอะอยู่แล้ว
และสุดแท้จินตนาการของ developer ด้วย
ว่าท่านๆจะคิดพัฒนาอะไรออกมาให้เราใช้กัน
ตอนนี้เริ่มมีการเติบโตของ mobile web
หรือที่เค้าเรียกว่า mobile 2.0
ซึ่งการใช้งานตรงนี้ให้ได้ประโยชน์สูงสุด
การเชื่อมต่อผ่านโทรศัพท์ถ้าได้ความเร็วสูงๆ
มันก็สะดวกยิ่งขึ้นนะครับ
เอาง่ายๆ ครับ
อย่างผมเองเคยทดลองเขียนบล๊อคผ่านโทรศัพท์
แล้วลองอัพโหลดรูปถ่ายคุณภาพดีๆขึ้นไปประกอบ 2-3 รูป
เพราะอยากรู้ว่าถ้ายิงขึ้นผ่าน edge บ้านเราจะวิ่งกันได้แค่ไหน
สรุป…ตายกันตั้งแต่รูปแรก T_T
ก็ต้องลดขนาดกันไป
ในแง่การใช้งานจริง
สมมุติว่าผมไปถ่ายเหตุการณ์อะไรซักอย่างนึง
ซึ่งมันสามารถเป็นข่าว หรือจำเป็นต้องใช้ในงาน
โดยอาจจะเป็นภาพนิ่ง / ภาพเคลื่อนไหวที่ต้องการความชัดเจน
เพื่อส่งไปปลายทาง ณ เวลานั้นๆ
เช่น ส่งผ่าน mail หรือว่าถ่ายทอดสด
สถานการณ์แบบนี้เนี่ย เราจะเริ่มเห็นประโยชน์ของ 3G ละ
เพราะอย่างตอนเกิดเหตุการณ์
ชุมนุมทางการเมืองเมื่อช่วงสงกรานต์
ผมได้ดูภาพเหตุการณ์จริงผ่านโทรศัพท์
ก่อนสถานีออกข่าวซะด้วยซ้ำ
อ่ะอีกตัวอย่างนึง
คือ การทำตลาดขาย content บนโทรศัพท์แบบ over the air
ก็จะทำได้ดีขึ้นมากขึ้น
อย่างกรณีศึกษาของโปรเจคขายเพลงบนมือถือ
ที่ใช้ชือว่า ผีดูดเลือดมีความสุข
ไฟล์ที่เค้าใช้ตอนแรกนี่ 64k นะครับ
พอโดนเสียงบ่นตอนหลังถึงขยับมาที่ 128k
แต่ถ้าจะเขยิบให้เกิน 128k เพื่อไปสู้กับไฟล์ผีที่หนีไป 192k นี่ก็คงไม่ไหว
เพราะกว่าจะโหลดกันได้ ก็รอกันเต็มกลืนกันละ
หรืออย่างน้อยที่สุดเนี่ย
เวลาเราเอา notebook ไปนั่งทำงานข้างนอก
ถ้าเอาไปส่งไฟล์งาน หรือเข้าอินเตอร์เน็ตเนี่ย
บางที edge มันก็ไม่ค่อยจะทันใจ
หรือสนองตอบต่อการบีบคั้นด้านเวลาน่ะนะครับ



