หลังจาก nokia ส่ง nokia5800 มือถือ touch phone
ในตระกูล music express ลงมาสู่ตลาดพักใหญ่
ตอนนี้ก็คงเป็นเวลาของน้องรอง
ที่จะลงมาปล่อยของในตลาดกันบ้าง
คือ nokia 5530
ถึงจะออกมาในฐานะน้องรอง…แต่เจ้าน้องคนกลางเครื่องนี้
ก็มีสิ่งที่แตกต่างออกไปจากตัวรุ่นพี่
สิ่งที่แตกต่างที่ว่านั่นคืออะไรไปดูกันครับ
nokia 5530 มาในกล่องเล็กกระทัดรัด
เผลอๆ จะเล็กกว่า nokia 5800 อีกมั้ง
เอาล่ะมาเปิดฝากล่องดูกัน ว่าข้างในเค้าใส่อะไรมาให้กับผู้ซื้อกันบ้าง
สิ่งที่มากันในกล่องของ nokid 5530นั้น ประกอบด้วย
– โทรศัพท์
– หูฟังแบบ in ear ซึ่งมีจุกยางแถมมาด้วย 2 ชุด
ซึ่งเปลี่ยนเองง่ายๆ เพื่อให้พอดีกับสรีระในช่องหูของแต่ละคน
– สาย link แบบ usb
(ผมจะรัก nokia กว่านี้ นะ ถ้าเพิ่มความยาวของสายมาให้พอใช้งานจริงได้หน่อย)
– สายชาร์จแบบรูเล็ก
– แผ่น DVD โปรแกรม Ovi ซึ่งผมแนะนำว่า
สมควรจะลงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณครับ
เพื่อให้การใช้โทรศัพท์ของคุณสะดวกขึ้นเยอะเลย
ยังไงอย่าลืมไปเปิดบัญชีผู้ใช้ Ovi
ที่ http://www.ovi.com กันด้วยนะครับ
ด้วยความที่มันเป็นโทรศัพท์รุ่นกลาง
ซึ่งจับกลุ่มวัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ที่หัวใจยังวัยรุ่น
ตัวเครื่องก็จะเป็นพลาสติคมันๆ ออกแนวสปอร์ตนิดๆ
ลองจับ nokia 5530 มาเทียบขนาดกับ
เพื่อนต่างค่ายอย่าง iphone และ ipod touch ดูก่อน
สำหรับใครที่มือไม่ใหญ่มาก nokia 5530
ขนาดน่าจะเข้ามือกันพอดี
ถ้ามองกันดีๆ 5530 ตรงปุ่มการกดด้านหน้า
จะเป็นแบบสัมผัสนะครับ ไม่ได้เป็นปุ่มยื่นๆ แบบ 5800
(ซึ่งtouch phone มันควรจะดีไซน์แบบนี้มาแต่แรกแล้ว..ผมแอบรำพึงในใจ)
ซึ่งการตอบสนองก็ทำได้น่าพอใจอยู่ คือกดปุ๊บไปปั๊บ
เอาล่ะ..จับ nokia 5530 พลิกดูกันหลายๆมุม
ถึงจะเป็นรุ่นกลางแต่ nokia 5530
ก็ให้กล้องความละเอียด 3.2 ล้าน pixel พร้อม auto focus ซะด้วย
และดิจิตอลซูม 4 เท่า
คือถ้าจะให้หาโฟกัส
ก็กดลงมาครึ่งนึง คล้ายๆกับเราใช้กับกล้องดิจิทัล
ซึ่งผมก็ไม่ติดนะว่า..จะเจอคุณสมบัติ auto focus ในโทรศัพท์รุ่นกลางๆนะ
อ่อ…ในส่วนการถ่ายภาพกลางคืนนั้น 5530 มีแฟลชอันน้อยๆ ติดเครื่องมานิดนึง
พลิกมองดูด้านข้าง..มีปุ่มล็อคเครื่อง ปุ่มชัตเตอร์กล้อง
และปุ่มปรับความดังเบาของเสียงซึ่งการจัดวาง
ก็ใช้ได้พอถนัดอยู่
แต่ที่แน่ๆปัญหาเรื่องการประกอบ
ที่เคยมีมาในรุ่นก่อนหน้าว่าอาจจะมีอ้า
มีแสงลอดออกมาจากด้านข้าง
ผมเขียนด้วยความสัตย์จริงเลยว่า..ผมก็แอบกังวลเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ตอนที่ได้เครื่องมาลอง ผมก็พยายามส่องในที่มืด
ก็ยังไม่พบปัญหาแบบนั้นใน nokia 5530
ซึ่งคาดว่าปัญหาแบบนี้ คงถูกแก้ไขเรียบร้อย
ก็ถือว่า nokia ทำการบ้านมาดีขึ้น
เพราะความเป็นโทรศัพท์ดนตรี
พอพลิกดูด้านบน ก็จะพบช่องเสียบหูขนาดแบบ 3.5 นิ้ว
ซึ่งเป็นมาตรฐานของแจ็คหูฟังทั่วไป
คือถ้ามีหูฟังคู่โปรดอยู่อยู่แล้ว ก็เอามาเสียบใช้ได้เลย
ส่วนด้านซ้ายเป็นช่องเสียบUSB และด้านขวาเป็นช่องเสียบ stylus
พลิกมาดูอีกข้าง จะพบกับช่องใส่ น่วยความจำภายนอก
แบบ micro sd กับ sim card จะอยู่ติดกันเลย
การเอาหน่วยความจำใส่เพิ่มลงไป ก็ทำง่ายๆ ครับ กดเข้าไปตามปรกติ
ถ้าจะเอาออกก็กดค้างนิดนึงก็จะเด้งออกมา
อ่อ..ในส่วนของฝาเปิดตรงนี้
แนะนำว่าให้เปิดเบาๆ ค่อยๆแง้มขึ้นมาครับ
เพราะตรงจุดเชื่อมต่อเป็นพลาสติกบางๆ
หน่วนความจำที่มากับเครื่องนั้น เป็น Micro SDHC ขนาด 4GB ซึ่งเสียบมากับตัวเครื่อง
ก็ถือว่าให้มาแบบพอดีเพราะมาตรฐานเครื่องเล่น mp3 อย่างเดียว
ก็ให้ความจุมาประมาณนี้
ถ้าอยากได้ความจุเพิ่ม สามารถไปซื้อมาเปลี่ยนได้
โดยรองรับความจุดสูงสุด 16GB
เวลาที่ซื้อก็ให้ดูจากอันนี้อ้างอิงไปนะครับ
การแกะฝาหลังรุ่นนี้ทำได้ง่ายมาก ถึงมากที่สุดครับ
แค่เอาเล็กจิกตรงหัวแล้วง้างขึ้นมาฝาก็หลุดออกมาแล้ว
ช่องเสียบสาย usb ซึ่งทำหน้าที่เป็น data link อยู่ตรงด้านบน
เป็นเส้นเหมือนพลาสติค เวลาดึงเข้า ดึงออก ก็ระวังกันนิดนึงนะครับ
nokia 5530ตัวนี้มากับแบตเตอร์รี่ Bl-4U ซึ่งมีความจุ 1000 mAh
โทรได้นานสูงสุดเกือบๆ 5 ชั่วโมง รอรับสายได้นาน 300 กว่านาที
เล่นเพลงได้สูงสุด 27 ชั่วโมง
ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงเจ้าจิ๋วนี่ก็ให้ความจุแบตมาเยอะพอตัวเลยล่ะ
มาดูตรงฝาหลังกันบ้าง
ด้วยความที่ว่า การเอาซิมออกจากเครื่องของรุ่นนี้
มันมีวิธีที่เฉพาะตัวจริงๆ เค้าเลยต้องทำสติ๊กเกอร์แปะไว้ที่ฝาหลัง
เห็นช่องสีเหลี่ยม ที่มีเส้นประหน้าตาเหมือนซิมการ์ดมั้ยครับ
เวลาที่เราเสียบซิม หัวซิมก็จะโผล่มาตรงนี้
การเอาซิมออกจากเครื่อง ก็ใช้ stylus ดันออกมา
ก็เครื่องหมายที่ดูคล้ายเครื่องหมายถูกนั่นล่ะครับ คือ stylus
ต้องบอกกันก่อนว่าnokia 5530
ไม่ได้มีแถมปิ๊คหรือว่า stylus เพิ่มให้นะครับ
คือเครื่องเดียว แท่งเดียว เวลาหิ้วเที่ยว หิ้วไปเปรี้ยว อย่าทำหายเด็ดขาด
แต่จะว่าไป stylus ของรุ่น 5530 นี้
ดูหนาเป็นแท่งขึ้นมากว่าของรุ่นพี่อย่าง 5800 เสียด้วยซ้ำ
ซึ่งเป็นจุดที่ผมรู้สึกดีขึ้น..มาก
หลายคนก็คงมีคำถามว่า
เครื่องจอกว้างแบบ 5530 เนี่ย
สามารถทำงานในแนวนอนได้มั้ย
ซึ่งคำถามแบบนี้ผมเจอบ่อยมาก
ก็เลยจัดมาให้ดูครับ
หน้าจอการเล่นเพลงในแนวตั้ง
พอจับพลิกปุ๊บ..มันก็หมุนปั๊บ
ใช่ครับ..มันหมุนปั๊บทันทีแบบไม่ต้องมี transition
(transition หมายถึงการแสดงภาพการเคลื่อนแบบมีการเชื่อมต่อ)
อันนี้แถมท้ายครับ..เพราะในสเปคของเว็บเองก็ใช่ว่าจะมีบอก
นอกจากระบบสัมผัสแล้ว
การจับการเคลื่อนไหวของตัวเครื่องของ nokia 5530
ก็มีเหมือนเครื่องรุ่นพี่ อย่างในตัวอย่างนี้ที่เป็นเกมขับรถยนต์
ก็ใช้การหมุนซ้ายหมุนขวาของเครื่อง ซึ่งทำได้ดีในระดับนึง
ซึ่งก็ต้องรอดูต่อไปว่าในอนาคต ทาง nokia เอง
จะมีแอพลิเคชั่นที่อาศัยคุณสมบัตินี้ออกมาเพิ่มมั้ย
สำหรับใครที่ต้องการข้อมูลเพิ่ม
สามารถเข้าไปดูรายละเอียดของ nokia 5530 แบบภาษาไทยได้ ที่นี่ครับ
http://www.nokia.co.th/find-products/phones/nokia-5530-xpressmusic/specifications
สำหรับตอนต่อไป
ที่ผมจะพาไปล้วงลึกภาคซอฟท์แวร์ของเครื่อง nokia 5530
ซึ่งผมลองแล้วบอกได้สั้นๆว่า
เออ..ลื่นกว่าที่คิด!
(อย่างน้อยก็ในระดับราคาต่ำกว่าหมื่น..nokia 5530 ไม่อายใครแน่)
ที่บอกว่าลื่นน่ะ ลื่นแค่ไหน
เดี๋ยวถ่าย vdo มาให้ชมกันครับ..ตอนหน้า
























เยี่ยมเลยพี่โบ๊ท
สมควรเอาE75ไปเทริน์มั้ยเนี่ย
e75 มันก็ดีในแบบของมันนะ
แต่ถ้าชอบฟังเพลงแบบตึ้บๆ
nokia 5530 ก็ฟังได้สนุกดี 😀
ขอบคุณมากครับ
แต่ อยากได้ SE มากกว่า อิอิ
(คนโนเกีย เค้าจะเขม่นไหมเนี่ย หุหุ)
รีบมา review ภาคต่อโดยด่วน รออ่านอยู่
แหม ดูแล้วใช่เลย นิ้วเจบีนี่อัศนีมั่กๆ
สนใจเอา SATIO ไปลองมะคร้าบเฮีย 😀
ตอนนี้ไก้ของnokia 5530มา บอกว่าชอบมากๆๆพอได้มาอ่านก็รู้สึกชอบเจ้าไปอีก
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆๆ
แต่….nokia x6 ก็สวยเหมือนกันนะ
x6 คงต้องรออีกแป๊บล่ะครับ
ส่วน 5530 ผมชอบมากกว่า 5230 อีกนะ 😀