ในตลาดเกิดใหม่ของผู้ใช้ Basic Phone และ Feature Phone ยังคงมีผู้ท้าทายหน้าใหม่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ
และ Lenovo แบรนด์ Computer PC ก็เป็นหนึ่งในนั้น โดยส่ง Lenovo A390 เข้าร่วมประชันการแข่งขัน
ด้วยจุดเด่นคือ 2 Sim จอใหญ่ จ่าย 3,000 มีเงินทอนก่อนกลับรถเมล์
ด้วยความที่ราคาของ Lenovo อยู่ที่ 2,990 เท่านั้น ก็คงต้องตัดเรื่องกล้องหน้าออกไปนะครับ
ในเรื่องของระบบปฎิบัติการของ Lenovo A390
นั้นเป็น Android เวอร์ชั่น 4.0.4
การควบคุมที่แผงหน้าไม่มีอะไรมาก มีปุม Menu ปุ่ม Home และ ปุ่ม Back
CPU ของ Lenovo A 390เป็นแบบ Dual Core 1GHz
Ram 512 GB และ หน่วยความจำภายใน 4 GB
ตัวจอภาพความละเอียดอยู่ที่ 480 x800 พิกเซล เป็น LCD WVGA
สีสันอยู่ในเกณฑ์ที่ว่าดูได้ทั่วไป แต่เมื่อพลิกในบางมุมจะพบว่ามันไม่ถึงกับชัดอะไรเท่าไหร่
แต่ข้อได้เปรียบของรุ่นนี้เมื่อเทียบกับคู่แข่งคือจอใหญ่กว่าในราคาเท่าๆกัน
คือ Lenovo A390 จอมีขนาด 4 นิ้ว
ตำแหน่งที่ด้านหัวเครื่องนี่ออกแบบให้ใช้พื้นที่คุ้มมาก
เพราะพอร์ทการเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างมาวางรวมไว้ที่เดียว ทั้งรูหูฟัง ทั้ง Micro USB ทั้งปุ่ม Power
ส่วนกล้องความละเอียด 5 ล้านพิกเซลไร้แฟลช เป็นประเภทส่องแล้วยิงๆ
ตำแหน่งของลำโพงอยู่ด้านล่าง เสียงดังฟังเอาชัดชัด
การออกแบบในภาพรวมของ Lenovo A390 นั้นออกแนวถึกบึกบึนมาก
คือพยายามจะมีลายเส้นโค้งเพื่อให้ดูอ่อนโยนขึ้นล่ะ
ลองแกะเครื่องดูกันนิดนึง แกะข้างเครื่องออกมานิดนเดียวจบ
ถือว่า Levoco ทำงานออกมาได้ละเอียดดีเกินราคากว่าที่คิดไว้นิดนึง
แบตเตอรี่มที่ติดมากับ Lenovo A390 นั้นมากับความจุ 1500 mAh
Lenovo เป็นโทรศัพท์แอนดรอยด์ 2 ซิมรุ่นใหญ่เป้ง
เดินเข้าร้านสะดวกซื้อมาเสียบปุ๊บได้ทันทีไม่ต้องบิดออก
แต่ในเรื่องของการรองรับความถี่นั่นเป็นเรื่องที่ควรจะรู้ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ
Lenovo A390 นั้นรองรับ 3G ที่คลื่นความที่ 2100 MHz เท่านั้นนะครับ
ส่วน 2G นั้นจะรองรับที่ 900/1800 MHz ฉะนั้น 850 MHz แบบ Truemove-H นี่หมดสิทธิ์
ตอนถ่ายรูปผมลองเอา Treumove H มาใส่ๆ ก็เห็นว่ามันขึ้น Roaming
พอนั่งคลำสเปคโดยละเอียด เลยเดินมาถึงบางอ้อนี่แหล่ะ..ฮ่า
ในเรื่องของ Widget นั่น มีมาให้พร้อมเลยสำหรับการใช้งานทั้งการใช้ E-Mail ,Application
,Social Network
ในส่วนของการควบคุม SimCard นั้น สามารถเลือกเปิดใช้ได้ทั้ง 2 Sim พร้อมกัน
หรือกำหนดเปิดและปิดการการใช้งานซิมใดซิมใดหนึ่งได้
ในส่วนเรื่องของหน้าจอการโทรมีเรื่องที่ผมแปลกใจนิดหน่อย
คือไม่คิดว่ามันจะถูกชูให้เด่นในเรื่องของการโทรผ่าน ip แบบเด่นชัดมาก
ซึ่งใน android ซึ่งมันก็มีทุกรุ่นน่ะครับ ที่เขียนถึงไว้เผื่อใครจะซื้อไปประยุกต์ใช้ในองค์กร
มาดูในเรื่องของ UI และแอพลิเคชั่นกันบ้าง มันถูกครอบมาดู UI ของ Go Theme เลย ฅ
แต่ตัแอพลิเคชั่นที่ให้มานั้นให้มาแบบหลักๆ ครบเลย ทั้ง Facebook Twitter แต่ที่แปลกใจนิดนึงคือ
มี Norton Security สำหรับใช้รักษาความปลอดภัยในเครื่องแต่ไม่ใช่ตัวเต็มนะครับ มีเว็บบราวเซอร์อย่าง UC Browser แถมเพิ่มเข้ามา
แล้วก็มี WiFi Direct ด้วย ซึ่งอันนี้ไม่ค่เยเห็นในโทรศัพท์รุ่เล็ก ในราคานี้เท่าไหร่
อีกอันที่แอบรู้สึกแปลกใจนิดๆ คือ ใน Lenovo A390 มีแอพรับข่าวสามารถมาให้ด้วย ทั้งพยากรณ์อากาศ และข่าวสารทั่วไป
ซึ่งเดราสามรถเลือกรับหัวข้อข่าวสารสารได้โดยข่าวสารนั้นเป็นแบบไทยๆ ไม่ใช่ Feed จากแหล่งข่าวหัวนอก
ในเรื่องของแป้นไทยนั้น เป็นของ GO Keyboard ที่ครอบมากับ Theme ของเครื่องเลย
ก็เหมาะสำหรับคนไม่ชอบทำอะไรสลับซับซ้อน เพราะเปิดมาปั๊บแทบไม่ต้องทำอะไร เพราะรู้จักภาษาไทยอยู่แล้ว
ในส่วนของกล้องนั้น มากับความละเอียด พิกเซล
ในเรื่องของการปรับแต่งนั้น มีมาให้ตามมาตรฐาน
อย่างการปรับความคมชัด การปรับแสง ปรับความสว่างของภาพ 2 ระดับ
ปรับความคมชัด และ Scence Mode สำหรับการใช้งานตามสภาพแสง
มีเรื่องที่ต้องบอกตามตรงว่า ถึง Lenovo A390 จะมีให้เราปรับได้ค่อนข้างเยอะ
แต่ก็นั่นล่ะ ตัวกล้องทำงานยังค่อนข้างช้าอยู่ ดูตัวอย่างภาพถ่ายจาก Lenovo A390 ได้ที่นี่ครับ
https://www.facebook.com/media/set/?set=a.509443345797210.1073741838.141369745937907&type=1&l=904fb62eda
ในเรื่องของความบันเทิงนั้น ในส่วนของการเป็นเล่นเพลง มี EQ ติดมา 5 ย่านความถี่
เพิ่มเสียงเบสได้ และเอ็ฟเฟ็คแบบ 3 มิติ ส่วนวิทยุเป็น FM แบบทศนิยม 1 ตำแหน่ง ซึ่งสามารถบันทึกการฟังได้
ส่วนสุ้มเสียงอยู่ในระดับพอฟังได้ไม่ขัดใจ
สรุป..ก่อนที่ Lenovo A390 จะมาถึงมือผม
ก็พอจะทราบข้อมูลมาเบื้องต้นว่า มันเป็นรุ่นที่ขายดีมากพอได้จับแล้วก็ไม่ค่อยแปลกใจ
คือในงบ 2,900 บาท เมื่อเทียบกับแบรนด์หัวนอกที่ทยอยมากันก่อนหน้าต้องหันมามองบ้างล่ะ
อย่างน้อยๆ ก็ชนะใสๆตรงเรื่องขนาดจอ กับความใช้ที่ค่อนข้างง่ายนี่ล่ะ
ซึ่ง 2 ข้อนี้ เป้นจุดที่แบรนด์หัวนอกก่อนหน้า ต้องคิดแล้วล่ะว่า
จะปรับแต่งยังไงให้ตรงกับความต้องการของคนที่เขยิบมาจาก Feature Phone
รวมถึงการเข้าถึงความต้องการของคนกลุ่มนี้ ซึ่งเป็นตลาดเกิดใหม่
แต่ข้อด้อย ที่จะชอบน้อยลงไปหน่อยก็ตรงงานประกอบนี่ล่ะครับ
คือมันไม่ได้แย่แบบเครื่องจีนแดงอย่างที่เราได้สัมผัสกันมาในยุคนึงนะครับ
แต่มันดูแข็งๆไปนิดเมื่อเทียบกับแบรนด์ไต้หวัน หรือว่าเกาหลี
ที่พยายามทำให้มันสวยเกินมูลค่าเครื่องกันขึ้นเรื่อยๆ
ซึ่งอันนี้คงต้องให้เวลา Lenovo ในการปรับตัวนิดนึง
ความลื่นพอได้ แต่กล้องช้าไปอึดใจ
ถ้าใครเน้นพิมพ์เยอะอาจจะไม่ถูกกับการตอบสนองของจอสักเท่าไหร่
ถึงจอใหญ่กว่า แต่สัมผัสอยู่ระดับกลางแค่พอใช้ ไม่หนีไปจากคู่แข่ง
แต่ถ้าเน้นโทรออกรับสายทั่วไปนี่ไหวอยู่
และที่สำคัญคือเรื่องของการรองรับเครือข่ายนี่ล่ะ
มันเหมือนว่าต้องเลือกข้างกันเลยทีเดียว ว่าถ้าไม่ใช่เครื่องข่ายนี้..หมดสิทธิ์
ส่วนเรื่องของการรับประกันอยู่ที่ 1 ปีครับ
ขอบคุณ : บริษัท ingram micro ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบครับ



