หลังจาก Xiaomi เปิดตัว Mi Pad 7.9 ไปเมื่อช่วงเดือนมีนาก็เรียกเสียงฮือฮาไปได้พอท้วมๆ สำหรับแฟนๆค่ายนี้
ในที่สุดก็มีผู้นำเข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับรุ่นนี้แล้วครับ
Mi Pad Specification

Internal Storage: 16 GB
Memory Card Slot : Micro-SD 128 GB
Chipset : Tegra K1 Quad-Core 2.2 GHz
Ram : 2 GB
Display : IPS Size 7.9 Inch
Resolution : 2048 x 1536 Pixel
Camera : Back 8 Mega Pixel /Front 5 Mega Pixel
Battery : 6700 mAh
Connection :WLAN Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac, dual-band, Bluetoothe 4.0
OS : Android 4.4 MIUI
แกะกล่องลอง Mi Pad
งานประกอบของตัวเครื่องคือสิ่งแรกที่เราชอบ ถือว่าเก็บรายละเอียดมาเนี๊ยบดี
เว้นแต่ว่ามันจะรู้สึกลื่นมือตัวที่เหงื่อออกนี่ล่ะ เพราะฝาหลังมันเงาแว้บแบบนี่ Glossy นี่ล่ะครับ

ในสเปคผู้ขายเขาบอกว่า เปิดเครื่องนานต่อเนื่องได้ 1,300 ชั่วโมง
คือแบตเตอรี่เขาใส่มาให้ 6700 mAh บอกตรงๆ ว่าเราเองคงไม่มีเวลามานั่งทดสอบขนาดนั้น
แต่จากที่เราสัมผัสได้ด้วยตัวเองคือ นั่งดูวีดีโอไประยะเวลานึงแบตเตอรี่ก็ไม่ลดไปมากเท่าไหร่ถือว่าใช้ได้อยู่
น้ำหนักตัวอยู่ที่ 360 กรัม จัดว่าเป็นแท็บเล็ตที่น้ำหนักเบาเลยตัวนึง ถือมือเดียวสบายโดยที่ไม่รู้สึกเมื่อย
จอเป็น Corning Gorilla Glass 3 ตามมาตรฐานแต่ดูๆไปมันไม่มี Reader Mode นะ
Mi Pad Software
ตัวระบบปฎิบัติการของเครื่องเป็นแอนดรอยด์ก็จริงนะครับ แต่เป็นสิ่งที่ MI พัฒนาต่อยอดขึ้นมา
ถึงจะมีแฟ้มรวม Google Service และมีแอปหลักอย่าง Play Store หรือว่า Google Maps
แต่ก็มีบางอย่างที่ต้องไปสมัครใช้ผ่าน MI Account อยู่ดี
โดยส่วนตัวแล้วเราค่อนข้างชอบ UI ของ mi อยู่เป็นทุนเดิม คือเรียบหรูดูสะอาดตา
ใครที่ไม่ชอบหวือหวาน่าจะถูกใจอยู่ คือเวลาเลื่อนหน้าจอแรกไปมามันดุสบายตาน่ะครับ
แล้วหน้าจอเครื่องนี่จัดว่าสำหรับดีการอ่านเว็บ และการดูวิดีโอ

การท่องเว็บนั้น Web Browser ไม่ได้มีโหมดอะไรแปลกพิเศษ หรือซับซ้อนไปกว่าปกติ
ก็เอามันใช้ง่ายๆ เปิดปุ๊บเล่นปั๊บ แต่ถ้าอยากเปิด Tab ขึ้นมาใหม่ลองใช้สามนิ้วจิ้มลงไปดูครับ

ใสส่วนของการทำงานเรื่องกล้องนั้น ดูเหมือนจะไม่เน้นการถ่ายรูปจริงจังเท่าไหร่
คือมีฟิลเตอร์สำเร็จรูปมาให้ ถ้าใครชอบถ่าย Selfie ก็มีลูกเล่นอย่าง “Display age and gender” มาให้
จะว่าไปลูกเล่นเรื่องกล้องก็ไม่น่าไปคาดหวังอะไรกับแท็บเล็ต
แต่บอกเลยว่าแท็บเล็ตตัวนี้ถ่ายภาพไวดีมาก และนั่นคือสิ่งที่เราปลื้ม

มาดูเรื่องการตั้งค่ากันหน่อย อย่างที่บอกไปว่ายังไงไส้ในก็คือ Android ตัวปกติที่ยกยวงกันเข้ามา
ถ้าจะมีก็ที่เพิ่มคือ MI Account สำหรับสมัครบัญชีสำหรับ Cloud Service
อ่อ..มีอีกอันคือ มีการแสดง SSID ของ WiFi ที่เราไปเกาะอยู่
ถ้าเราไม่อยากให้มันแสดงขึ้นมาก็ไปกดซ่อนเอาไว้ได้นะครับ
ในส่วนของ Mi Cloud ก็ทำหน้าที่คล้ายๆ กับของ Google นั่นล่ะครับ
คือ สำรองข้อมูลเก็บไว้บนก้อนเมฆอีกชุดอย่าง เช่น หมายเลขโทรศัพท์กับรายชื่อผู้ติดต่อ
แล้วก็ทำการค้นเครื่องหายแบบ Find My Device เผื่อหลงลืมเครื่องไว้ที่ไหนจะได้ตามไปค้นหากันถูก

แอปพลิเคชั่นอีกตัวที่ติดเครื่องมาที่ใช่ง่อยและเราชอบคือ Notes
คือ เอาไว้จดโน้ตสั้นนี่ล่ะ เลือกสีเลือกใส่รูป เลือกใส่ภาพได้

ในเรื่องของซอฟท์แวร์นั้น คือเป็นแอนดรอยด์ที่ถูกต่อยอดโดยทีมของ MIUI
ฉะนั้นก็จะมีการอัพเกรดกันอยู่เรื่อยๆ ครับ นั่นคือความแตกต่างกับแท็บเล็ตที่เป็นแอนดรอยด์ทั่วไปที่จะอัพเดททีก็ลุ้นที
นี่ผมแกะเครื่อมาไม่กี่วันก็มีอัพเดทมารอแล้ว
แต่ตัวนี้ตอนที่วางขายมาจากพื้นฐาน Android 4.4.4 นะครับ ยังไปไม่ถึง Lollipop
ซื้อดีมั้ย Mi Pad

- เรื่องของศูนย์บริการ หรือว่าบริการหลังการขาย ถ้าจะเอาสะดวกสบายคงไม่ใช่คำตอบของแบรนด์ทางเลือกนะครับ
แต่เขอบอกว่ามีศุูนย์รับเครื่องซ่อมบน BTS - หน่วยความจำภายในน้อยไปหน่อย แต่นั่นนก็ตามราคา อยากได้มากกว่านั้นไปซื้อ Mem Card ใส่เพิ่มเอา
แต่ Ram 2 GB ถ้าเอาไว้ทำงานทั่วไป อ่านเว็บ พิมพ์งาน แต่งภาพ ดูหนังนิดหน่อย ถือว่าตอบโจทย์ครบ อ่านการ์ตูนพอได้เพลินดี แต่อ่านหนังสือยาวๆ อาจจะไม่ค่อยตอบโจทย์ - การเชื่อมต่อ Wi-Fi รองรับมาตรฐาน AC คือเรื่องดีถ้าซื้อใช้ยาว
- ไม่มี GPS คงต้องรอ Cellular Version
- Simple is the best เรียบง่าย และเข้าใจได้ใน 15 นาที คือนิยามสั้นๆ ที่เรามอบให้รุ่นนี้ละกันครับ ในราคาขาย 8,900 บาท
- หาซื้อได้ที่ www.mipad.in.th ถ้าใช้ Code trendy2 จะใช้ซื้อ Xiaomi Mi Pad ในราคาพิเศษได้เพียง 10 คนเท่านั้น
ในราคาพิเศษ 8,800 บาท แถมฟรีเคส 1 ชิ้น ก่อน 20 สิงหาคม 2558 นะครับ
ขอบคุณ : MI Pad Thailand ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ทดสอบครับ











