
Shure 215 m+ Special Edition หูฟังทรง Mornitor หน้าตาเหมือนเดิมเพิ่มคือสโลแกน คือ For music and call
สำหรับผู้ใช้อุปกรณ์ตระกูล iOS
หูตัวนี้เป็น Isolateting Earphone หรือตัดเสียรบกวนภายนอก
ซึงก็ฟังแล้วสงัดตัดเสียงภายนอกไปมากพอสมควร คืออย่าทะลึ่งใส่เดินถนนแล้วกัน
เป็น Single Diver แบบ Dynamic Micro driver ส่วน Frequence Rangeอยู่ที่ 21 Hz-17.5 kHz

แกะกล่องนี่มีตะลึงมานิด คือไม่ต้องกำเงินไปซื้ออะไรเพิ่มแล้ว
เพราะมีจุกหูฟังสารพัดขนาดสำหรับทุกขนาดความกว้างของรูหู นับได้ 5 คู่!
ความแตกต่างของมันคือ ที่ติดมากับกล่องจะเป็นเป็น Foam sleeve
ที่แถมมาอีกเป็นแบบ Soft flex sleeve มีสามขนาด S M L

ส่วนการทำงานของปุ่มอันนี้มาตรฐานครับ Volume +- ,Play ,Pause ,Phone Call
และแน่นอนว่า ทำมาเพื่อรองรับ iPhone และ iPad เป็นหลักสำหรับคุณสมบัตินี้นี้

โดยรุ่นที่รองรับไล่กันมาตั้งแต่ iPhone SE ,iPhone 6 ,iPhone 5 ,iPad ,iPad mini ,iPod Touch

คุณภาพของสายนั้นทำมาดีทีเดียวเหนียวแข็งแรงดีมาก
แกะกล่องลองหูฟัง Shure 215 m+ Special Edition
เราลองจากแทรคแรกกับ J-Rock สาย OTOP อย่าง Wagakki Band กับ Tengaku
อืมจำเป็นต้องพึ่ง EQ นึงไปใช้ที่ Loudness ในการดึงให้เห็นน้ำเห็นเนื้อ ของความเป็น Metal กับ ดนตรีพื้นบ้านญี่ปุ่น เสียงขลุ่ยกับ ซามิเซ็นนี่ลอยชัด แต่ขณะที่ถ้าไม่ปรับเลย
จะเสียงริฟท์กีตาร์ ยังนัวๆไปหน่อย พอปับแล้รค่อยดึงรายละเอียดข้างหลังออกมา
ซึงเราลองฟัง Rockหลายเพลง มันยังไม่รู้สึกว่าอยากพุ่งแฮะ
ลองปรับมาให้ผ่อนลงกับแทรคอย่าง ‘Glen Frey’ อย่าง ‘The One You Love’ ใน Live Version ดูบ้าง
แบบนี้ดูเข้าทางกว่า เสียงมาทางโปร่งแหลม พุงมานิด ความกว้างอยู่ในระดับพอได้ ให้ความรู้สึกของความเป็น Live ค่อนข้างดี
เหมืvนพอจับทางในการคุยกันได้ เราเลยลอ’เพลงในโทนโปร่งแหลม
รายละเอียดหวานหน่อย อย่าง Star Crossed Lovers ของ Barry Gib คราวนี้นี่ฟังดีเลยครับ
แต่ต้องจัด EQ ให้เข้าที่หน่อย ส่วนตัวเพลงนี้จะใช้ Loudness ถ้าคุณอยากได้เสียงอ้วนๆ มีเนื้อมีหนัง ฟังลูกคอชัดๆ
ไม่แหลมพุ่งมาก
เราลองเขยิบมาอีกนิดกับ Nora Jones กับเพลง ‘Day Breaks’
โอย..ฟังแล้วอยากบิดขีเกียจ แล้วซุกตัวซ่อนผ้าห่มมาก เสียงเปียโนลอยล่องมาด้านขวา
เบสมาพอท้วมๆ เพลงนี้ผมปรับ EQ ไปที่ Acoutic ร้องลอยชัดอยู่ตรงกลาง
แหม่..ปลุกปล้ำกันจนกว่าจะเข้าใจกันกับหู่คู่นี้
ลองกลับมาเพลงที่เบสเดินเยอะๆ ‘ดอกไม้แดงปกซ้าย’ ของ เจ้าพระยา ทันยุค
เบสเดินกีนหนุบหนับ คือมันไม่ได้บวม ร้องโปร่งดีมาก เสียงออกมาอิ่ม พอกับที่ได้ยินราย
ละเอียดกีตอดเล็กตอดน้อยของกีตาร์ห้อยอยู่ข้างหลัง
เรายังพยายามลองอีกรอบกับเพลงที่รายละเอียดเยอะๆ พุ่งๆ อย่างานของ Moby & The Void Pacific Choir
กับเพลง ‘Are you lost in the world like me?’ คือ ทุกอย่างมันกอง และไม่รู้สึกพุ่งอย่างควรจะเป็นเท่าไหร่
เว้นแต่คุณจะ ไปดัน EQ เพือดันบางย่านไป
ซื้อดีมั้ย
หูฟังรุ่นนี้สโลแกนเขามี For music and call ก็คือตามนั้น ประกันอยู่ที่ 1 ปี
สิ่งที่บวกเพิ่มขึ้นมาจากรุ่นธรรมดา คือ การรับสายด้วยรีโมท
หูฟังตัวนี้มันฟังเพลินดีสำหรับวันขี้เกียจเบียดกับชาวบ้าน เอาเดินฟัง Jazz ฟัง ฑีอพเบาๆ ตอนหน้าหนาว
หรือนั่งเครื่องบินไปยาวได้อารมณ์ซุกใต้ผ้าห่มดีมาก แต่กับเพลงที่ต้องการความกระฉับกระเฉงบรรเลงจัดแบบจัดหนัก
คงไม่ใช่คำตอบ เก็บมันไว้ใช้ในวันพักผ่อนเถอะ แต่จะว่าไปของแถมที่ให้มาทำให้เราใจอ่อนอยู่นิดนึง
ขอบคุณ Mahajaklife ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์การทดสอบครับ




