
Samsung แสดงออกถึงความตระหนักจากอุบัติเหตุที่เกิดกับ Galaxy Note7
ทางบริษัทได้แถลงข่าวถึงสาเหตุ และมาตรการที่ดำเนินต่อไปหลังจากเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ครับ
การค้นหาสาเหตุอุบัติเหตุของ Samsung Galaxy Note7
เพื่อหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ Galaxy Note
ซัมซุงตรวจสอบทุกแง่มุมของกาแล็กซี่ Note 7 ทั้งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์
และกระบวนการที่เกี่ยวข้องในช่วงเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา
โดยการสืบสวนของซัมซุงนั้นมีการตรวจสอบโดยสามองค์กรอุตสาหกรรมที่เป็นอิสระ
สรุปว่าแบตเตอรี่เป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ Galaxy Note7
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดเหตุการณนี้ การอธิบายต่อไปใน Infographic ด้านล่าง
ซัมซุงหวังว่ากรณีนี้จะทำหน้าที่เป็นโอกาสที่จะปรับปรุงความปลอดภัยของแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน
ไม่เพียงแต่สำหรับบริษัท แต่สำหรับอุตสาหกรรมทั้งหมด และจะแบ่งปันบทเรียนเรียนนี้
ที่จะนำไปสู่การปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัย

มาตรการความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นของ Samsung หลังอุบัติเหตุของ Galaxy Note7
การตรวจสอบดังกล่าวดำเนินไปภายในศูนย์ทดสอบขนาดใหญ่ โดยทีมนักวิจัยและวิศวกรของซัมซุงกว่า 700 คน
ได้จำลองสถานการณ์ขึ้นเพื่อทดสอบอุปกรณ์รุ่นนี้ในสภาพที่ประกอบเสร็จ
สมบูรณ์แล้วกว่า 200,000 เครื่องและแบตเตอรี่อีกกว่า 30,000 ก้อน
ซึ่งซัมซุงเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยหลายขั้น เพิ่มเข้มงวดในการประกอบของอุปกรณ์ของ
ทั้งการออกแบบโดยรวมและวัสดุที่ใช้ความแข็งแรงของอุปกรณ์ และความสามารถซอฟแวร์ที่ดีขึ้น
สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ที่ปลอดภัยอุณหภูมิปัจจุบันและทุกสภาพการใช้งาน
นอกจากการตรวจสอบเหตุการณ์นี้ด้วยตนเอ ซัมซุงยังได้ร้องขอให้องค์กรอิสระทั้งสามหน่วยงาน
เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุอย่างเป็นกลางและตรงไปตรงมา
การตรวจสอบของซัมซุงตลอดจนการตรวจสอบที่ดำเนินการโดยองค์กรอิสระใน
อุตสาหกรรมทั้งสามแห่งได้ข้อสรุปว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกาแลคซี่ โน้ต 7 สาเหตุมาจากแบตเตอรี่
เพื่อความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นทางซัมซุง เพิ่มการจุดตรวจเพื่อความปลอดภัย 8 จุด (8-Point Battery Safety Check)
เพื่อแบตเตอรี่มีความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการประกอบ การจัดส่งอุปกรณ์
รวถึงการตรวจสอบมีการปรับปรุงการทดสอบ อาทิ ทดสอบความคงทน
,การตรวจสอบภายนอก การ X-Ray ทดสอบจ่ายและการปล่อยประจุไฟ
และทดสอบการใช้งานแบบเร่งการใช้งาน
กระบวนการตรวจสอบความปลอดภัยของแบตเตอรี่ทั้ง 8 จุด (8-Point Battery Safety Check)
- Durability Test – เพิ่มระดับการทดสอบความทนทาน ไม่ว่าจะเป็น การประกอบแบตเตอรี่ ความอดทนต่อแรงกดดันในอุณหภูมิที่แตกต่าง การชาร์จอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน และอื่นๆ
- Visual Inspection – เป็นการตรวจสอบด้วยสายตาเพื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างของแบตเตอรี่ที่ได้รับ การยืนยันแล้วว่าถูกต้องสอดคล้องกับเกณฑ์ทั้งในด้านมาตรฐานและวัตถุประสงค์
- X-Ray Test – เป็นการเอ็กซ์เรย์เพื่อตรวจหาสิ่งใดๆ ก็ตามที่อาจเป็นปัญหาของแบตเตอรี่ อาทิ การบิดตัวของขั้วไฟฟ้า ซึ่งเราพบว่าเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของกรณีกาแลคซี่ โน้ต 7
- Disassembling Test – เป็นการถอดแยกส่วนประกอบของเซลล์แบตเตอรี่ออกเพื่อตรวจสอบคุณภาพโดยรวมอย่าง ละเอียด รวมถึงสภาพของการเชื่อมแถบขั้วไฟฟ้าและการบุเทปฉนวน
- TVOC Test – เป็นการทดสอบเพื่อตรวจจับว่ามีการรั่วไหลของกระแสไฟหรือไม่ แม้ว่าจะน้อยนิดที่สุดก็ตาม โดยตรวจหาในระดับของส่วนประกอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์ทั้งตัว
- ΔOCV Test – เป็นการตรวจสอบสภาพของแบตเตอรี่โดยการทดสอบความเปลี่ยนแปลงของกระแสไฟในสภาพอุณหภูมิปกติ
โดยในการแถลงข่าวของซัมซุงมีองค์กรอิสระชั้นนำในอุตสาหกรรม
เข้าร่วมแถลงผลการตรวจสอบที่แต่ละฝ่ายได้ดำเนินการเองตามคำร้องขอของซัมซุง ได้แก่
- Sajeev Jesudas, President, Consumer Business Unit, UL)
- (Kevin White, Ph.D, Principal Scientist, Exponent)
- Holger Kunz, Executive Vice President Products, TUV Rheinland AG)
นอกจากนี้ ซัมซุงยังได้จัดตั้งคณะที่ปรึกษาด้านแบตเตอรี่ ที่ได้รวมรวบทั้ง ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการและการค้นคว้า
โดยคณะที่ปรึกษา ได้แก่
- Clare Grey, Ph.D., Professor of Chemistry, University of Cambridge
- Gerbrand Ceder, Ph.D., Professor of Materials Science and Engineering, UC Berkeley
- Yi Cui, Ph.D., Professor of Materials Science and Engineering, Stanford University
- Toru Amazutsumi, Ph.D., CEO, Amaz Techno-consultant
เรามองว่าปีที่แล้วน่าจะเป็นปีทองของ Samsung อีกปีนึงถ้าไม่เกิดอุบัติสะดุดขาตัวเองล้มไปเสียก่อน
แต่ถ้ามองย้อนกลับไปในเหตุการณ์นี้ ก็เป็นเหตุการที่จุดพลุเรื่องการรักษาความปลอดภัยให้กับภาพรวมในอุตสาหกรรม
ในวันที่ต่างแข่งขันกันเรื่องขนาดแบตเตอรี่ แข่งขันกันเรื่องการชาร์จไฟได้ไว้กว่ากัน ใครมีแบตเตอรี่ที่บางกว่ากัน
จะได้หันมากวดขันกันเรื่องความปลอดภัยของใช้กันเพิ่มขึ้นบ้าง
อ้างอิงจาก : https://news.samsung.com/global/



