
เปิดตัว YouTube Music บริการสตรีมเพลงที่พัฒนาโดย YouTube มุ่งเน้นการที่ให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูเพลงและมิวสิควิดีโอผ่าน YouTube ตามประเภทรายการที่เล่นและคำแนะนำ นอกจากนี้ยังมีบริการระดับพรีเมียมที่ช่วยให้สามารถเล่นเพลงได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องเล่นในแบบ background mode รวมถึงสามารถดาวน์โหลดเพลงลงมาเล่นแบบออฟไลน์ และที่สำคัญคือไม่มีโฆษณาคั่น
การสมัครใช้บริการ YouTube Music
การสมัครใช้ยริการเราสามารถสั่งบนเว็บได้ครับ โดยไปที่ https://www.youtube.com/musicpremium
แต่ถ้าเรา อยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์อยู่แล้วสมัครผ่านแอพไปเลยก็จะสะดวกกว่า แต่จากที่หลายคนทดลองแล้ว
สมัครผ่านเว็บ จะได้โปรโมชั่นที่ดีกว่า

1. เข้าไปดาวน์โหลดแอพ Youtube Music ที่ App Store สำหรับผู้ใช้ iOS หรือ Play Store สำหรับผู้ใช้ Android
2. ถามต้องการสมัครให้สามรถใช้งานได้เต็มรูปแบบให้ไปที่หน้า Account แล้วกดที่คำว่า Get Music Premium
3. แอพจะแสดงราคา และสิทธิ์ในการทดลองใช้ฟรีขึ้นมาครับ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรที่ตายตัวเลยว่า
คุณจะได้ค่าบริการรายเดือนที่เท่าไหร่ เพราะสมัครบนแอนดรอยด์ หรือเว็บจะได้ถูกกว่า คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนแบ่งที่ต้องจ่ายให้กับเจ้าของแพลตฟอร์ม อย่างของผมสมัครบน iOS ได้สิทธิ์ฟรี 1 เดือน แล้วเดือนต่อไปอยู่ที่ 169 บาท ซึ่งสามารถยกเลิกได้ตลอดเวลาได้เช่นเดียวกัน

มีอะไรใน Youtube Music
1. Tell us which artist you like
แปลไทยซื่อๆ คือ บอกเราหน่อยว่าศิลปินที่คุณชอบมีใครบ้าง เราลองกดที่ Let’s Go แล้วก็มีรายชื่อศิลปินปรากฎ
ขึ้นมาจำนวนหนึ่งซึ่งเราลองไล่ดูก็น่าจะดึงมาจากคลิปที่เราเคยดูหรือว่าเปิดทิ้งไว้ รวมไปถึงดึงจากแนวเพลงที่เราฟังบ่อยๆ บางคนหรือบางวง ที่ปรากฎนั้น เราเองยังไม่เคยฟังเสียด้วยซ้ำ ขณะที่คนที่เราฟังบ่อยๆ นั้นไม่ขึ้นชื่อมาให้เห็นเลยก็มี
ขณะที่ Apple Music จะดูง่ายกว่า
2. Today’s Hits

การจัด Playlist คือสิ่งที่คนไทยชอบครับ คือไม่ต้องเสียเวลาหาเพลง ก็กดเข้าไปแบบที่เขาแนะนำ คือเอาชัดๆ ไปเลย ว่าแนวนี้ตอนนี้เพลงไหนมา เท่าที่เราดูคร่าวๆ ตอนนี้จะมี รวมเพลงฮิตวันนี้ Thai Pop Hotlist ,Bollywood Hotlist ,K-Pop Hotlist Thai Hip-Hop Hotlist และยังมีอีกนิดหน่อย ถ้าใครหวัง Playlist เยอะแบบตู้มต้าม อาจจะต้องตามหาจากที่อื่น
เพราะดูเหมือนว่า การจัดรายชื่อเพลง ยังมีน้อยถึงน้อยมาก คือ Spoity ยังให้ได้เยอะกว่า
ถ้าเราเลื่อนลงมา ก็จะอย่างการแยกตามแนวเพลง Pop Playlist ,Party music ,Working Out ซึ่งก็จะมีซอยย่อยลงไปอีก 10 ลิสต์ย่อย
3. Your Favorite
อันนี้คือดี ถ้าเรามีวงที่เราดู MV บ่อยๆ แล้วเคย Subscribe อยู่แล้ว ก็จะถูกดึงขึ้นมาแสดงในหน้านี้เลย เพราะการเข้าค้นใน Youtube พอใช้สักพักเราจะขี้เกียจไปเองเพราะมันคุ้ยยาก

4. Live Performance
อันนี้คือดี เป็นการดึงส่วนของการแสดงสดขึ้นมา เพียงแต่ช่วงแรกที่เราลองปาดดูยังมีน้อยมากกว่าที่คาดไว้ เพราะเพราะแอพอื่นก็มีที่เป็น Exclusive Content หรือ Concert ของตัวเองเลย
5. Recomended music videos
อันนี้เราดูแล้วว่าจะดึงข้อมูลจากที่เราเคยดูแล้วมาให้เราดูอีกครั้งหนึ่ง และดึงข้อมูลมาเพื่อแนะนำเพลงที่ใกล้เคียงกัน
ซึ่งของผู้ใช้แต่ละคน ไม่น่าจะซ้ำกัน
มาดูในส่วนเมนูการควบคุมเพลงกันบ้าง ในหน้าของการฟังเพลงนั้นคล้ายกับแอพฟังเพลงทั่วไป แต่อาจจะไม่ได้ละเอียดเท่า คือมีการเลือกโหมดว่า จะดู MV หรือฟังแค่เพลง สามารถกดลูกศรเพื่อการดาวน์โหลดสำหรับฟังออฟไลน์
ส่วนเรื่องเมนูย่อยอย่าง Shuffle Play การใส่ลำดับคิวใน Add to queue การ Share เพื่อส่งต่อ
หรือการใส่ Playlist นั้นมีมาแบบทั่วไป แต่สำหรับการแชร์ไปยังจออื่นภายนอกนั้น แน่นอนว่าบน iOS ไม่รองรับ Chromcast เช่นเคย ต้องส่งผ่าน Air Play เท่านั้น แต่จุดสังเกตุคือไม่มี lyric หรือเนื้อเพลง

การยกเลิกสมาชิก / เปลี่ยนแพคเกจ Youtube Music บน iOS
1. คลิ๊กขวาบน ที่ Profile > เลือก Paid Memberships
2. เลือกไปที่ Memberships ซึ่งจะบอกรายละเอียดของ รายละเอียดการสมัคร และราคาต่อเดือน กดเข้าไปอีกครั้ง
3. เข้าไปหัวข้อ Music เลือก Manage Apple subscriptions
4. ในหน้า Subscriptions เลือก Youtube Music ในหน้านี้จะมีให้เราเลือกแพคเกจใหม่ที่ต้องการ
5 ถ้าเราต้องการยดเลิกให้กด Cancel subscriptions ครับ
แต่เราคิดว่าการยกเลิกบนเว็บนั้นง่ายที่สุดแล้ว คือเข้าไปที่ https://www.youtube.com/paid_memberships
จากนั้นกดที่ Manage membership แล้วกดลูกศรลงมาจะพบเมนู จากนั้นกดไปที่ Cancel เพื่อยกเลิก
สมัครดีมั้ย Youtube Music
อย่างในไทยนี่ถือว่าเปิดตามหลังญี่ปุ่นมาเกือบปี เอาจริงคือถ้าวัดกันที่คถณภาพเสียง แอพนี้จะอยู่ที่ 256 kbit/s ก็อยู่ในเกณฑ์ของสตรีมมิ่งทั่วไป ถ้าเพิ่มเงินอีกนิดก็ได้ Youtube Premium แต่ถ้าไม่คิดจะสมัครต่อ ก็ยังใช้ฟรีได้ แต่จะมีโฆษณา และตัด Background playback ออกไป
และความละเอียดเพลงเหลือ 128 kbit/s รวมถึง Offline Mode ก็ตัดไปด้วย
คือถ้าคุณเป็นคนที่ชอบดู MV แบบจริงจัง แต่ก็ชอบนั่งฟังเพลงแต่อันนี้เป้นเรื่องรองลงมาด้วย แล้วไม่อยากเปลือง data นี่ยังเป็นตัวเลือกที่ดี
แต่ถ้าชอบระบบที่คิดแทน มีเพลงให้เลือกเยอะมากมายแบบตายจากชาตินี้ไปฟังต่อชาติหน้ายังไม่มีทีท่าว่าจะหมด
ก็พอถูไถไปได้ แต่ถ้าต้องการตัวเลือกด้านการแนะนำเพลงขั้นเทพ อยากได้คาราโอเกะ อยากได้เนื้อร้องแบบร้องตาม หรือต้องการความหลากหลาย เช่น Podcast ในตัว แบบแอพเล่นเพลงสายตรงทั้งหลาย บอกเลยว่ายังไม่มีให้ในตอนนี้ และแอพเล่นเพลงอย่างเดียวราคารายเดือนนั้นถูกกว่า




