Review

รีวิว POCO X3 NFC สานต่อความคุ้มแบบแอนดรอยด์ตัวแรงในราคาต่ำหมื่น

POCO X3 NFC การมาของชื่อนี้ ที่แบกความคาดหวังหลังจากการสานต่อความสำเร็จจากรุ่นพี่ ที่เคยขึ้นแท่นของตัวแรงในราคาที่ไม่ต้องแพง แซงขึ้นมาในฐานโทรศัพท์สุดคุ้มรุ่นหนึ่งในช่วงราคาต่ำหมื่น การมารอบนี้เราคิดว่าพวกเขาทำการบ้านแก้ไขไปในจุดอ่อนที่เคยมี และชี้เป้าเอาจุดแข็งเข้ามาเสริมอยู่ครับ

สเปคพื้นฐานของตัวเครื่องนั้นมากับ  CPU Octa-Core 2.3GHz Ram 6 GB
ความจำในเครื่องมาที่ 64 GB ถ้าต้องให้จุใจมากกว่าสามารถไปซื้อ micro SD ใส่เพิ่มเอาเองได้  ในส่วนของ OS นั้นมากับ MIUI Version 12 ซึ่งไส้ในก็คือ Android 10 นั่นเอง
จากที่เราถือมาพักใหญ่การอัพเดท Patch เรื่องความปลอดภัย และตัว OS นี่ก็มีมาให้เป็นช่วงๆ นะครับ ที่เราได้อัพเดทล่าสุดคือต้นปี 2021 นั่นเอง

 

ส่วนเรื่องของซิมนั้นเครื่องเป็นโทรศัพท์แอนดรอยด์แบบ 2 ซิม แต่ตัวเครื่องยังรองรับอยู่ที่ 4G เท่านั้นนะครับ

การมีวิทยุให้มาด้วยลำหรับคนเมืองอาจจะไม่รู้สึกอะไร แต่สำหรับคนทีต้องเอามาใช้งานเครื่องในขณะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลแบบผมนี่ถือว่าจำเป็นมากโขอยู่  ส่วนหน้าจอนั้นเป็นแบบ IPS LCD 120Hz ความสว่างจัดว่าดี และที่สำคัญคือตัวเลข 120 Hz นี่ล่ะ คือในราคาเท่านี้คุณสามารถสัมผัสความเคลื่อนไหนนวลตาได้ แต่ก็แลกมาด้วยการกินแบตเตอรี่ที่มากขึ้นหน่อยนึง  หน้าจอขนาด 6.67 นิ้วสำหรับวันนี้คือขนาดนี่ไม่ได้เล็กไป แต่ก็ไม่ได้ใหญ่จนใส่กระเป๋าเอาตัวเข้าลำบาก

POCO X3 NFC กับ finger print scan
 

ระบบการรักษาความปลอดภัยนั้นต้องนั้นให้มาในระดับที่เราเรียกว่ามาครบครันสำหรับวันนี้ เพราะมีวิธีการรักษาความปลอดภัยตั้งแต่แบบกดรหัสผ่าน ,การสแกนลายนิ้วมือที่ด้านข้าง การวางตำแหน่งตรงตำแหน่งตรงนั้นกับการใ้ช้งานจริงก็ไม่ได้มีผลอะไรเสียอะไร คือพอจับเครื่องถือก็เข้ามือพอดีเป๊ะ รวมไปถึงการสแกนใบหน้าซึ่งทำงานได้ไวอยู่ รวมไปถึงการปลดล็อคด้วย Bluetooth ด้วย!

ฝาหลัง POCO X3 NFC

การเชื่อมต่อแบบไร้สายรองรับที่มาตรฐาน Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac  แบตเตอรี่ที่ใส่มาให้นั้นมากับความจุ อยู่ที่ 5160 mAh  จัดมาว่าใหญ๋สมตัว และที่ต้องใส่มาเป็นขุดขายสำหรับยุคนี้คือความสามารถการชาร์จไฟไวที่ต้องรวดเร็ว  กับคุณสมบัติ Fast charging  33W ที่สามารถชาร์จไฟได้ 62% ภายใน 30 นาที และชาร์จไฟเต็ม 100% ภายใน 65 นาที  เป็นหนึ่งในรุ่นโทรศัพท์ต่ำหมื่นที่มีคุณสมบัตินี้ใส่มาให้ ซึ่งเหมาะดีสำหรับคนที่ต้องใช้เครื่องเพื่อเดินทางไปไหนมาไหน  อ่อ..ถ้าเปลี่ยยนใจอยากให้แบตอึดขึ้นอีกก็มีโหมดของ Battery Saving นะครับ

และคำว่า NFC ที่มีมาแต่หลังเครื่องก็คือตามนั้น คือเขามีมาให้ใช้เผื่อใครที่ต้องหาโทรศัพท์ที่จำเป็นต้องมี NFC เอาไว้ใช้แตะเพื่อเชื่อมต่อ สื่อสาร เแกลเปลี่ยน  อันนี้คือเรื่องจริงของบางออฟฟิศที่ใช้โทรศัพท์แตะแทนบัตรพนักงาน หรือเอาไว้แตะส่งรูปกัน คือยังไงมีไว้ยังดีมีไว้ให้อุ่นใจกว่าตอนจะใช้แล้วไม่มี

ฝาหลัง POCO X3 NFC

POCO X3 NFC กับการเล่นเกม

เพราะ Gaming Phone ไม่จำเป็นที่ต้องมีการออกแบบที่ไปในอวกาศซะทั้งหมด สำหรับเกมเมอร์ที่ต้องการโทรศัพท์ที่ต้องการโทรศัพท์ที่ดูเรียบๆ ไม่หวือวานี่ก็ถือว่าอยู่ในตัวเลือก เพราะฝาหลังก็เน้นไปที่ลายเส้นของเครื่องที่เน้นให้เครี่องดูมีรายละเอียดของพื้นผิว เราลองเอาไปวางในบรรยากาศร้านคาเฟใต้แสงไฟก็ถือว่าดูดีอยู่

POCO X3 NFC กับการเล่นเกม
 

สัมผัสในตอนที่เล่นเกมนั้น กับเรื่องของการวางนิ้วเรายังต้องปรับตัวบ้างนิดหน่อย เพราะนิ้วชี้จะติดอยู่ที่ตำแหน่งตรงกล้องหลังเพราะเลนส์ที่ด้านหลังค่อนข้างจะนูนอยู่ แถมมากัน 4 เลนส์อีก แต่ถ้าลองปรับท่าจับนิดหน่อยก็พอปลดความไม่คุ้นชินทิ้งไปได้บ้าง หน้าจอเรื่องการตำแหน่งสัมผัสนั้นก็จัดว่าตอบสนองได้ดีในราคานี้  เราทดสอบกับเกมอย่าง LOL Wild Rift แล้วลองปรับกลางๆ ตามการตั้งค่าตั้งต้นก็สามารถเล่นได้ลื่นไหลดี

ตอนที่เราทำการทดสอบช่วงใหญ่ๆ นั้น เราทดสอบอยู่ในแถบชายแดนใต้ และบนรถตู้ เราก็พบว่าเราก็แน่ใจว่าการจับสัญญาณ Cell Site ระหว่างขณะรถวิ่งด้วยความเร็วสูงนั้นทำได้ดีสำหรับการวิ่งบนเครือข่าย 4G 

เราลองเล่นต่อเนื่อง 2-3 เกม แบตก็ไม่ลดลงไปเท่าไหร่ราวๆ 15% ในเงื่อนไขที่ว่าเราเปิดเครื่องทิ้งไว้แต่เช้า แล้วมาทดลองเล่นกันในตอนบ่ายต้นๆ
คงต้องขอบคุณแบตเตอรี่ที่ใส่มาระดับมหึมาที่ใส่มาให้   แต่ถ้าจะปรับให้เล่นในโหมดความละเอียดสูงก็สามารถทำได้ แต่แลกมาด้วยแบตเตอรี่ที่ลดไวลงไปอีก

การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการเล่นเกมนั้น มีสิ่งที่เรียกว่า Game Boost สำหรับเกมเมอร์ใครที่ผ่านโทรศัพท์แนวๆ นี้มาบ้างแล้ว คือเราสามารถเลือกเกมจาก list รายชื่อของแอพที่มีการติดตั้งเพื่อเข้าอยู่ในโหมดนี้ได้  เพื่อให้มีการประมวลผลจาก CPU เต็มที่มากขึ้น นอกจากนั้น ยังมี Performance mode สำหรับปรัับแต่งในเรื่องของการเชื่อมต่อ Wi-Fi และหน้าสัมผัสของตัวจอ 

แต่กับคำถามที่ว่าถ้าไม่ปรับมันจะมีผลอะไรมั้ย อันนี้ก้ขึ้นอยู่กับเกมครับ ว่ากินทรัพยากรแค่ไหน คือ ถ้าเล่นเกมแล้วเราปรับไปที่ Medium ก็ไม่ค่อยจำเป็นเท่าไหร่
เพราะการปรับ Optimize นั้นทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นแน่นอน

ทดสอบกล้องงกับ POCO X3 NFC

ถึงจะเป็นสมาร์ทโฟนสายเกมมิ่ง แต่เรื่องกล้องนั้นก็ทั้งผลักทั้งดันให้มาแบบเข้ายุคสมัยด้วยกล้องหลัง 4 เลนส์  ที่มีจุดขายเบาๆ อยู่ใต้เลนส์กล้องว่า  64 MP AI Super Camera

 

POCO X3 NFC กับ เมนูกล้อง

  • กล้องหน้าแบบเลนส์เดี่ยว ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้อง wide ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, f/1.9
  • กล้อง ultrawide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล , f/2.2
  • กล้อง macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, f/2.4
  • กล้อง depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล, f/2.4

POCO X3 NFC กับ เมนูกล้อง

สำหรับความสามารถของของตัวแอพกล้องนั้น ก็ถอดออกมาจากโทรศัพท์รุ่นใหญ่
อย่างการถ่ายรูปในโหมดต่างๆ อย่าง Panorama , Slow Motion , Long Exposure ,Short Video , Night , Front & Back รวมถึงการถ่ายภาพที่ความละเอียดสุงถึง 64 ล้านพิกเซล

ในส่วนของเลนส์กล้องนั้นสามารถถ่ายได้ใน 3 ระยะ คือ 0.6X  1X และ 2X
โดยเรานำภาพเปรียบ

ตัวอย่างภาพถ่ายที่ 0.6 X
ตัวอย่างภาพถ่ายที่ 1X
ตัวอย่างภาพถ่ายที่ 2X
ตัวอย่างภาพถ่ายในระยะใกล้
ตัวอย่างภาพถ่ายในสภาพแสงภายในที่ร่ม
ตัวอย่างภาพถ่ายในสภาพแสงน้อย

การที่มีกล้อง Depth Camaera ที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซลเพิ่มขึ้นมาอีกตัวนั้นดีอย่างไร และมีผลต่อการถ่ายภาพอย่างไรบ้าง  อันนี้คือการเปรียบเทียบกันระหว่างการถ่ายรูปในโหมดธรรมดา กับ Portrait Mode  ซึ่งถ้าเราสังเกตุดูก็จะเห็นว่า มีการละลายฉากหลังจนทำให้เห็นว่า ดวงไฟด้านหลังนั้นกลายเป็นวงกลมแบบที่เรียกว่าโบเก้    การถ่ายลักษณะนี้ให้ได้ผลดี ก็ต้องเว้นระยะจากแากหน้า และฉากหลังให้ห่างกันพอสมควรที่จะให้ AI และตัวกล้องได้ทำการคำนวณเพื่อหาผลลัพท์ที่เหมาะสมครับ

ซื้อดีมั้ย POCO X3 NFC

อย่างที่บอกไปในย่อหน้าข้างต้น ครั้งหนึ่งเราเคยบินไปดูร้านของ Xiaomi ที่ฮ่องกงตอนที่ โทรศัพท์ตระกูล Poco F1 รุ่นแรกนั้นวางตลาด ก็บินไปด้วยเงินตัวเองนะ!   เราก็เห็นภาพว่านี่เป็นโทรศัพทืที่ผู้คนให้ความสนใจล้นหลามมาก จนยากที่เบียดตัวเองเข้าไปลองสัมผัสได้นานๆ

พอครั้งนี้เขาส่งมาให้เราได้ลองสัมผัสและทดสอบแบบยาวๆ จนเราเองก้นึกเกรงใจพวกเขาเอามาก แต่ตคลอดเวลาที่เราได้ทดลองใช้ ได้สัมผัสเราก็พอจะเข้าใจในจุดของความคิดของเขาแล้วล่ะว่าเขาตั้งใจทำโทรศัพท์มาในแบบไหน

เรามองว่า POCO เขาวางตำแหน่งของตัวเครื่องในตำแหน่งของ Value Phone ไม่ใช่ Budget อย่างเราเคยแอบๆ นึกกัน คือใส่ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ในราคาขายเท่านี้ มีกล้องและโหมดการถ่ายภาพที่ดีสมตัว อาจจะไม่ได้ดีสุดแต่ก็ไม่ได้หยุดตรงที่คำว่าแย่ เล่นเกมทั่วไปได้ในระดับที่น่าพอใจ ปรับแต่งให้เล่นเกมได้ไหลลื่นขึ้นในระดับที่สายตาคนปกติกำลังมองแล้วเห็นว่ามันไม่หยาบ จุดการสัมผัสของหน้าจอที่เคยบ่นกันไว้ในรุ่นแรก จากรุ่นนี้ที่เราทดสอบมาพักใหญ่ก็ยังไม่พบเจอปัญหาอะไร  ขนาดหน้าจอที่ใหญ่มากพอ และขนาดที่ถือกำลังเข้ามือก็ ช่วยให้เราเอาไปทำงานจริงได้ในวันที่ต้องเอาไปใช้เปิด slide ในการนำเสนองาน เพราะในตัวเครื่องก้มีแอพลิเคชั่นสายออฟฟิซมาให้ด้วยซึ่งอันนี้ก็ถือว่าดีสำหรับคนทำงาน และแบตเตอรีที่อึดพอสมตัวทำให้เราไม่ต้องกังวลเท่าไหร่เวลาที่จำเป้นที่ต้องใช้งานในตลอดทั้งวัน   ถ้าชีวิตมีสองด้านคือทำงานด้วย เล่นเกมด้วยและต้องการตัวช่วยในราคาที่พอคบหา และ 5G ยังไม่ใช่เรื่องจำเป็นเท่าไหร่เพราะยังใช้ Wi-Fi มากกว่า เราอยากบอกว่ารุ่นนี้ก็ถือว่าคบหาได้อย่างไม่ลำบากใจครับ

ขอบคุณ XIAOMI Thailand ที่เอื้อเฟื้ออุปกรณ์ในการทดสอบครับ

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button