Instagram เปิดตัวป้ายกำกับบัญชี (Account label) แบบใหม่ สำหรับครีเอเตอร์ที่ใช้เครื่องมือ AI เป็นประจำในการสร้างสรรค์โพสต์ เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและรองรับการขยายตัวของการใช้ AI ในเนื้อหาคอนเทนต์ ขณะนี้ครีเอเตอร์สามารถเลือกเปิด (Toggle) แท็ก “AI creator” ภายในหน้าโปรไฟล์ Instagram เพื่อเพิ่มป้ายกำกับนี้ลงในหน้าแสดงผลโปรไฟล์และทุกเนื้อหาที่โพสต์
ป้ายกำกับดังกล่าวจะระบุข้อมูลเพิ่มเติมบนโปรไฟล์ว่า บัญชีนี้มีการใช้เครื่องมือสร้างสรรค์ด้วย AI เป็นประจำ ซึ่งจะช่วยลดความสับสนและข้อมูลที่ผิดพลาดเกี่ยวกับเนื้อหาที่สร้างโดย AI ภายในแอปพลิเคชัน
Instagram อธิบายว่า:
“ป้ายกำกับใหม่นี้ต่อยอดมาจากป้าย ‘AI info’ เดิมที่เรามีอยู่ ซึ่งคุณสามารถเลือกติดเองได้เมื่อโพสต์เนื้อหา AI และเราจะเพิ่มให้โดยอัตโนมัติเมื่อระบบตรวจพบว่ามีการใช้เครื่องมือ AI ในกระบวนการสร้าง… ในกรณีที่เนื้อหาถูกระบุว่าเป็น ‘AI info’ และโพสต์โดยครีเอเตอร์ที่ติดป้าย ‘AI creator’ ป้าย ‘AI info’ จะปรากฏบนเนื้อหาแทนที่ป้าย ‘AI creator'”
การอัปเดตนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างความชัดเจนว่าสิ่งใดคือของจริงและสิ่งใดไม่ใช่ และเมื่อพิจารณาถึงการใช้เครื่องมือ AI ที่เพิ่มขึ้นในการสร้างคอนเทนต์ ป้ายนี้จะทำหน้าที่สำคัญในการระบุภาพที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ชมจะไม่ถูกทำให้เข้าใจผิด
Instagram ได้เตรียมพร้อมรับมือกับการหลั่งไหลของคอนเทนต์จาก AI มาสักพักแล้ว โดย Adam Mosseri ประธานของ Instagram ได้เตือนไว้เมื่อเดือนมกราคมว่า เครื่องมือ AI จะสามารถเลียนแบบผลงานของครีเอเตอร์คนไหนก็ได้ในเร็วๆ นี้ และจะไม่สามารถแยกความแตกต่างจากเนื้อหาที่มนุษย์สร้างขึ้นได้เลย
ในบางแง่ สิ่งนี้อาจขัดแย้งกับความพยายามของ Instagram ที่จะสนับสนุนให้ครีเอเตอร์สร้าง “ผลงานต้นฉบับ” (Original content) ต่อไปในแอป ดังนั้นการเพิ่มป้ายกำกับอาจเป็นอีกวิธีในการจัดการเรื่องนี้ เพื่อให้มั่นใจว่างานที่มนุษย์สร้างกับงานที่เครื่องจักรสร้างถูกแยกประเภทอย่างชัดเจนในหน้าฟีด
แม้ว่า Instagram อาจต้องการลดแรงจูงใจในการใช้ AI เพื่อป้องกันไม่ให้ “AI ของปลอม” (AI fakes) ได้รับความนิยม แต่สิ่งนั้นอาจขัดต่อทิศทางหลักของ Meta ที่มุ่งเน้นไปที่ Generative AI ซึ่งบริษัทได้ทุ่มงบมหาศาลหลายแสนล้านดอลลาร์ในโปรเจกต์ AI และทำให้มันกลายเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจในปัจจุบัน
ความเห็นของเรา : ตอนนี้บริษัทแม่อย่าง Meta กำลังเจอทางแยกแห่งความย้อนแย้งเล็กๆ คือในแง่หนึ่งพวกเขาทุ่มเงินเป็นแสนล้านแล้วพุ่งเต็มที่ไปกับ Generative AI แต่อีกขานึงใจพวกเขาก็ยังอยากรักษากลุ่มผู้ใช้ที่เป็น “มนุษย์” ที่สร้างผลงานจริงๆ แบบ Original Content เอาไว้ด้วย




