“คุณไม่มีทางสู้กับ AI ได้หรอก สิ่งที่ต้องทำคือพยายามเก่งที่สุดในการใช้มันให้ได้ในตอนนี้ ไม่งั้นคุณก็แค่เสียเวลาเปล่า”
ปรับตัว หรือ ยอมแพ้?
Diplo โปรดิวเซอร์ชื่อดังออกมาเตือนเหล่านักดนตรีและโปรดิวเซอร์ให้รีบนำ Generative AI มาใช้ในกระบวนการสร้างสรรค์ โดยเขาโพสต์ข้อความผ่าน X (Twitter) จนเป็นกระแสไวรัลว่า เหล่าคนทำงานสร้างสรรค์ “จำเป็นต้องปรับตัว หรือไม่ก็ยอมแพ้แล้วไปขับ Uber แทนซะ”
คำกล่าวสุดเผ็ดร้อนนี้มาพร้อมกับคลิปสัมภาษณ์ล่าสุดในพอดแคสต์ Behind The Wall ของ Daniel Wall โดยทั้งคู่สนทนาเกี่ยวกับมุมมองของ Diplo ต่อ Generative AI และวิธีที่เครื่องมือเหล่านี้กลายมาเป็นหัวใจสำคัญในการทำเพลงของเขา
Diplo เชื่อว่าคนที่ต่อต้าน AI กำลังสู้ในศึกที่ไม่มีวันชนะ และนักดนตรีควรจะกระโจนเข้าหาเทคโนโลยีนี้ ดีกว่าเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนไปใช้มันอย่างแพร่หลาย
if you are a creative you need to adapt or just like give up and become an uber driver until everyone has a waymo. I know it’s not cool or classy to speak like this but i’m not gonna candy coat the future – it is what it is . sorry for bad new’s my purist . there will always need… https://t.co/SXswII51wv
— diplo (@diplo) April 14, 2026
“เทคโนโลยีชนะเสมอ”
“คุณไม่มีทางชนะหรอก” Diplo บอกกับผู้ฟัง “ไม่มีประโยชน์ที่จะสู้กับ AI คุณต้องพยายามเป็นคนที่ใช้มันได้เก่งที่สุดในตอนนี้ คุณกำลังเสียเวลาเป็นปีๆ มัวแต่มานั่งบ่นว่า ‘อ๊ากก ไม่เอา’ ในขณะที่คนอื่นเขาจะใช้มันโดยไม่สนหรอกว่าคุณจะคิดยังไง”
Diplo และ Daniel Wall ยังได้เปรียบเทียบข้อพิพาทเรื่อง AI กับเหตุการณ์ในอดีตตอนที่โปรดิวเซอร์เริ่มหันมาใช้ Splice loops (เสียงตัวอย่างสำเร็จรูป) ในสตูดิโอ
-
มุมมองของ Diplo: “ตอนนั้นคนก็โมโหกันแทบตาย แต่ดูสิ เพลงอย่าง Espresso ของ Sabrina Carpenter ก็สร้างมาจาก Splice loops แค่สองอันเอง มันพิสูจน์ให้เห็นทุกครั้งว่า เทคโนโลยีคือผู้ชนะ ทัศนคติและการต่อต้านของผู้คนจะดูล้าหลังไปเองตามกาลเวลา”
เขายังเสริมอีกว่าผู้บริโภคเน้นที่ความเข้าถึงง่าย: “99% ของคนฟังอยากได้สินค้าที่ดีที่สุด ที่ทำได้เร็วที่สุดและถูกที่สุด นั่นแหละคือระบบเศรษฐกิจแบบอเมริกัน เราบอกว่าอยากกินอาหารสุขภาพ แต่จริงๆ เราต้องการของถูกและเร็ว เพลงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน”
จุดสิ้นสุดของนักร้องอาชีพ?
ประเด็นที่ช็อกที่สุดคือ Diplo เผยว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำงานร่วมกับนักร้องที่เป็นมนุษย์อีกต่อไป เพราะเขาสามารถสร้างเสียงร้องที่ยอดเยี่ยมกว่าได้ด้วยเครื่องมือ AI อย่าง Suno หรือ Udio
“ผมไม่ต้องการเสียง (คน) อีกแล้ว ผมหาเสียงที่ดีที่สุดได้จาก AI ผมไม่ต้องการใครมาร้องเพลงให้อีก”
เขายังเล่าต่อว่า “ผมเคยลองสร้างเสียงด้วย AI แล้วแบบ… เฮ้ย ขนาดนักร้องที่เก่งที่สุดผมยังเค้นอารมณ์แบบนี้ออกมาไม่ได้เลย ถ้าเป็น 3 เดือนก่อนผมคงไม่พูดแบบนี้นะ แต่ความก้าวหน้าของฝั่งดนตรีในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามันน่าทึ่งมาก! ”
เบื้องหลังเทคโนโลยี และสมรภูมิทางกฎหมาย
ปัจจุบัน Suno แพลตฟอร์มสร้างเพลงด้วย AI เติบโตอย่างก้าวกระโดด มีสมาชิกแบบชำระเงินกว่า 2 ล้านคน และเพิ่งเปิดตัว Suno Studio (Generative Audio Workstation) ไปในปี 2025 รวมถึงฟีเจอร์ Voices เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่ยอมให้ผู้ใช้สร้างโมเดลเสียงของตัวเองขึ้นมาใช้ในเพลงได้
อุปสรรคใหญ่ของ Suno:
-
คดีความ: Suno กำลังติดพันคดีกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่ฟ้องว่า Suno นำเพลงมีลิขสิทธิ์ไปเทรน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต (แม้ว่าจะตกลงกับ Warner Music Group ได้แล้วเมื่อปลายปี 2025 แต่ยังต้องลุ้นกับ UMG และ Sony ต่อไป)
-
เสียงค้านจากศิลปิน: แคมเปญ “Say No to Suno” ได้ออกจดหมายเปิดผนึกโจมตีว่า Suno เป็นแพลตฟอร์มที่ “ปล้นผลงาน” และทำให้ค่าลิขสิทธิ์ของศิลปินตัวจริงลดน้อยลง รวมถึงเป็นการสร้าง “ขยะ AI” ออกมาเกลื่อนตลาด




