หูฟัง Bluetooth ส่วนมากในตลก จะถูกทำมาเพื่อใช้สือสารเพียงอย่างเดียว
โดยที่ไม่ได้มีตัวเลือกสำหรับคนที่ใช้โทรศัพท์เพื่อการฟังเพลงมากนัก
ค่าย Bluetrek เขาก็เลย ออกผลิตภํณฑ์หูฟังสำหรับฟังเพลงบนโทรศัพท์ขึ้นมา
นั่นคือ Bluetrek Musicall ซึ่งเราจะมาแกะกล่องไป รีวิวไปครับ
คุณสมบัติเฉพาะ
– เวลาสทนาสูงสุด : 6 ชั่วโมง
– เวลาสแตนบายสูงสุด : 10 วัน
– สตรีมเพลงสูงสุด 6 ชั่วโมง
– น้ำหนัก : 15 กรัม / 0.5 ออนซ์ (ไม่มีชุดหูฟัง)
– น้ำหนัก : 26 กรัม / 0.9 ออนซ์ (มีชุดหูฟัง)
– ขนาด (ยาว) x (กว้าง) x (สูง) : (มม.): 43 x 34 x1 4 /
– ขนาด (ยาว) x (กว้าง) x (สูง) : (นิ้ว): 1.7. x 1.3 x 0.6
– บลูทูธ Ver. 2.1
– สนับสนุนโปรไฟล์แบบ A2DP
– สนับสนุนโปรไฟล์ ควบคุมเสียง / วิดีโอระยะไกล (Audio/Video Remote Control Profile – AVRCP)
– ไม่ต้องใช้รหัส PIN ในการเชื่อมต่อ
– ไฟแสดงสถานะมีสองสีคือแดงและน้ำเงิน
– จับคู่การโทรออก
ดูสเปคไปแล้ว ลองมาแกะกล่องลองดูชัดๆ
ตัว Bluetreck เป็นหูฟัง Bluetoothe แบบที่มีพร้อมกับหูฟังแบบ stereo แบบ inear
– ในชุดจะพบจุกยางสของหูฟัง in ear ไว้เปลี่ยนตามขนาดหูของผู้ใช้อย่างละชุด
ในเรื่องกของการชาร์จไฟเข้า Bluetrek Musicall ก็ใช้ช่องเดียวกับเสียบหูฟังครับ
คือเป็นสาย USB แบบที่ต่อเข้าคอมพิวเตอร์ แล้วปลายอีกข้างเสียบเข้ารูที่เสียบหูหัง
Bluetreck Musicall ที่มาพร้อมกับรีโมทควบคุม
ซึ่งชุดรีโมทนี้สามารถใช้ร่วมกับหูฟังขนาด 3.5 นิ้ว ยี่ห้ออื่นก็ได้

การยึดตึดตัว Bluetrek Musicall ก็จะเป้นแบบหนีบ แล้วมีเขี้ยวแบบนี้ล่ะครับ
เมื่อดูตัวรีโมทแบบชัดๆ และลองใช้จริง
ก็ถือว่าวัสดุทำมาได้ เรียบร้อยและแข็งแรงดี
ดีไซน์ในการควบคุม ตรงกลางที่เป็นเบ้าเข้ากับนิ้วโป้งมากและด้วยการที่ออกแบบมาเป็นชั้นๆ
เวลาใช้จริงแทบไม่ต้องมองแป้นเลยยังได้เพราะใช้นิ้วไล่สัมผัสเอา
การทดสอบในการกดครั้งแรก อาจจะกดยากหน่อยเพราะมันแข็งเอาเรื่องอยู่
แต่พอกดไปซักพักก็เริ่มจะรู้ทางกัน ทีนี้ล่ะกดกันไหลปรื้ดเลยทีเดียว
ปุ่มที่เห็นว่าเป็นการบังคับ เดินหน้า ถอยหลัง หยุด หรือว่าเร่งและลดเสียงนั้น
สามรถควบคุมการทำงานอื่น ของโทรศัพท์ในระยะไกลก็ได้ด้วยครับ
เช่น การโอนสาย โทรออกหมายเลขล่าสุด วางสาย หรือว่าปฎิเสธการรับสาย
แต่คงจะต้องท่องจำวิธีการกด ซึ่งอ่านเอาจากคู่มือได้
ดูตัวหู Bluetrek Musical ชัดๆ มันเป็น in ear ที่ใส่สบายดีเลยล่ะ
แต่การเหน็บกับพวกเสื้อยืดนี่ต้องระวังหล่นหน่อย
เพราะตัวรีโมทก็มีนำหนักประมาณนึง และตัวหนีบก็ไม่ได้หนีบแน่นมาก
แต่กับพวกเสื้อเชื้ตนี่หนีบได้สบายๆ
การ Pair ตัว Bluetrek Musicallเข้ากับโทรศํพท์ครั้งแรกนั้น
เท่าที่นับเวลาในใจใช้เวลาจับคู่กับ iPhone ผมไม่เกิน 5 วินาที
ผมลองเดินห่างจากเครื่องไปซัก 10 เมตรหรืออยู่ที่ไกล
ที่มีสิ่งกีดขวางจนมันรับสัญญาณไม่ได้
รับการเชื่อมต่อก็จะตัดไป และทำการต่อใหม่ให้อัตโนมัติเมื่ออยู่ในระยะ
จากการที่ออกไปใช้งานนอกสถานที่นั้น
ตัว Bluetrek Musicall มีเทคโนโลยีที่เรียกว่า Noice Lock สำหรับการตัดเสียงรบกวน
โดยมีไว้ตัดเสียงลม เสียงที่สะท้อนที่คอยกวน
เวลาเราใช้โทรศัพท์มือถือในที่สาธารณะ
จากการที่ลองไปทดสอบในการยนคุยข้างถนนตอนเที่ยง
ในวันที่รถวิ่งเยอะ ปลายสายแจ้งมาว่า ได้ยินเสียงชัดเจ สนทนารู้เรื่อง
สำหรับผมถือว่าสอบผ่านนะ
ด้วยความที่เป็นหูฟังบูลทูธสำหรับฟังเพลง ถ้าไม่พูดถึงการฟังเพลงก็จะกะไรอยู่ อุปกรณ์ที่ผมใช้ฟังเพลงก็ iPhone นี่ล่ะครับ โดยตั้ง EQ ไปที่ Flat
- เพลงแรกที่ทดสอบ คือ เพลง Rock แบบ Hair Band อย่าง Hi-Rock ที่มีการ Mix Down แบบยุค 90 เลย เสียงกีตาร์สาดๆ มี Picking มีการโหน และเสียงกลองแบบ Reverb ผลจากการลองอารมณ์กระแทกกระทั้นไม่ถึงกับมาก แต่แหลมนี่ออกชัด เสียงรายละเอียด ในไลน์กีตาร์ริทึ่มนี่เก็บรายละเอียดได้ดี และ Reverb ที่ลอยฟุ้ง
- เพลงที่สองที่ลองฟังกับ Bluetrek Musicall ผมใช้ เพลงเกาหลีที่เสีงสังเคราะห์อย่าง 4MINUTE ขอบอกว่ามันเป็นมวยมวยถูกคู่ Bluetrek Musicall มาก ทุกอย่าง มันตึ้บ ตึ้บ และตึ้บ สะท้อนเสียงสังเคราะห์ และการ Mix แบบสมัยใหม่ได้ชัดเจน
– เพลงที่สามลองฟัง Bluetrek Musicall กับ Cressendo
คือวง Cressendo เป็นวงที่ให้ความใส่ใจในการเก็บบรรยากาศพวกอคูสติค ในการบันทึกเสียงที่ชัดเจนมาก
ซึ่ง Bluetrek Musicall เจอมวยถูกคู่อีกแล้ว
ส่วนระยะเวลาในการใช้ Bluetrek Musicall
ฟังเพลงงานซัก 6 ชั่วโมงก็แบตอ่อนพอดี
สรุป..เท่าที่ลองใช้ชีวิตกับ Bluetrek Mucaicall
ก็เหมือนชื่อที่ใช้ล้อกับคุณสมบัติของอุปกรณ์
จะใช้คุยก็ให้เสียงที่น่าพอใจ เสียงดัง ฟังชัด แม้ในที่เสียงดัง
ส่วนเรื่องฟังเพลงนั้น ก็ทำได้พอประมาณในฐานะของการเป็นหูฟัง
Bluetooth ถ้าต้องการเสียงที่ถูกจริตก็เปลี่ยนหูฟังเอาตามใจดูนะครับ
ขอบคุณ บริษัท บริษัท เอสไอเอส ดิสทริบิวชั่น และ บริษัท บลูเทรค เทคโนโลยี
ที่เื้อเฟื้ออุปกรณ์สำหรับการทเสอบครับ












“หูฟัง Bluetooth ส่วนมากในตลก” ขึ้นมาก็เอาฮาเลยนะท่าน