Review

รีวิว JBL Quantum 800 หูฟังเกมมิ่งตัวท๊อปรองรับ DTS

JBL  Quantum  800 หูฟังสายเกมมิ่งกับสโลแกน Sound IS Survival ถือว่าเป็นหูฟังรุ่นท็อปของค่ายนี้ ฃสิ่งที่น่าสนใจคือก็รองรับระบบเสียงแบบ Surround และ DTS โดยตัวหูฟังนั้นรองรับมาตรฐาน WiFi ที่ 2.4 Ghz รองรับการเชื่อมต่อแบบ Bluetooth 5.0 มี ANCC หรือ Active Noise Cancelling มีระบบการจัดการกับเสียงที่เรียกว่า Voice โฟกัส

หูฟัง JBL Quantum 800

การเสียบหูฟังใช้ครั้งแรกนัดต้องมีการอัพเดทเฟิร์มแวร์ก่อนนะคือว่าคือเราต้องเตรียมตัวในการแกะทั้งดองเกิลและสาย USB Type C โดยโปรแกรมจะขึ้นคำแนะนำให้กับเราเองว่าเราควรจะเสียบดองเกิลควรจะเปิดปุ่ม Wireless หรือว่ากลัวจะเสียบหูฟังเข้ากับสาย USB Type C เมื่อไหร่ต้องใช้ความรู้ในเรื่องของการติดตั้งอยู่บ้าง แต่ก็มีคำแนะนำตลอดขอเพียงแต่ว่าให้เราทำตามขั้นตอนให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง  โดยตัวแอพพลิเคชั่นนั้นจะมีคำถามเมนูเป็นภาษาอังกฤษ ยังไม่มีภาษาไทย

หูฟัง JBL Quantum 800

ถ้าเราทำการยกขึ้นมาจะเป็นการปิดเสียงไมโครโฟน  และอีกด้านของหูฟังก็จะเป็นการเปิดใช้งานบลูทูธและการเปิดใช้งาน power การเชื่อมต่อของหูฟังนั้น รองรับทั้งเสียบแจ็ค 3.5 และ Bluetooth  ก็สามารถทำได้ด้วยเช่นเดียวกันในการใช้งานตัวสายสัญญาณที่มีการเชื่อมต่อระหว่างหูฟังนั้นเป็นสายผ้า และที่ตัวสายแจ็คนั้นก็มีปุ่มปรับวอลลุ่มและปุ่มเปิดปิดไมค์ ก็ถือว่าสะดวกดีสำหรับคนที่ไม่ถนัดมีการใช้มือปรับที่หูฟัง  ในตัวกล่องนั้นยังมีของเล่นอีกชิ้นหนึ่งคือเป็น JBL Bluetooth Dongle สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อาจจะไม่ได้มี Bluetooth ในตัวก็ถือว่าให้มาพร้อมดี และมีสาย USB Type C ให้อีก 1 เส้น

หูฟัง JBL Quantum 800

สิ่งที่เราประทับใจในอีกเรื่องคือไมโครโฟน ซึ่่งสามารถใช้และปิดเสียงได้ง่ายมาก แค่ยกขึ้นลงแค่นั้น  ส่วนการควยคุมการสนทนานั้นใช้การควบคุมแบบวงล้อซึ่งเป็นแบบกลไกที่ช่วยให้ผู้ใช้หูฟังสามารถคุยกับเกมเมอร์คนอื่น ๆ 

ในส่วนของไมโครโฟนนั้นเราสามารถปรับแต่งความเบาดังเองได้โดยค่าหลักหลักก็จะมีอยู่ 2 ส่วนก็คือการปรับแบบแชท แล้วก็การปรับแบบที่ใช้ในเกมโดยทั่วไปแล้วจากที่เราทดสอบในการปรับค่าไมโดยการใช้ไมโครโฟนเพื่อบันทึกเพื่อ input เสียงเข้าคอมพิวเตอร์แบบปกติเราจะใช้แบบทำแบบการแชทมากกว่า เพราะว่าระบบเสียงที่เป็นการแชทจะเข้าไปสู่ระบบโดยตรงแล้วจะมีความแม่นยำของการจำแนกของเสียง

ซึ่งความดังเบาของเสียงไมโครโฟนนั้น เราสามารถปรับแต่งได้ที่ Application โดยจะมีการระดับความดังของเสียงที่มีการ input เข้ามา  แล้วก็ด้วยความที่ว่าหูฟังตัวนี้มีระบบ AC หรือว่า Active Noise Cancelling  คือทันทีที่เราใส่หูฟังนั้นทุกอย่างก็จะรอบข้างก็จะถูกดูดไปหมด แต่ถ้าเราต้องการได้ยินเสียงของรอบข้างบ้าน  ปรับเลือกไปที่ Side Tone จะมีให้เราเลือก 4  ระดับ

รวมถึงการปรับความดังเบาของเสียงก็ใช้การเลื่อนหมุนแบบกลไกเช่นเดียวกันกัน ซึ่งมันก็ปรับได้รวดเร็วดีเพียงใช้นิ้วโป้งหมุนส่วนการปิดเสียงไมโครโฟนนั้นก็จะมีปุ่มที่ด้านข้างซ้ายของหูฟัง ในส่วนของการเร่งความดังของเสียงหรือว่า Volume ยังคงเป็นแบบอนาล็อกอยู่ก็คือใช้การหมุนซึ่งเราลองทดสอบแล้วว่าคือการหมุนเพราะจะทำให้เกิดความแม่นยำ ในแง่การตอบสนองต่อความเร็ว  และตัวหูฟังนั้นการเชื่อมต่อพอร์ต USB Type C

หูฟัง JBL Quantum 800

การปรับแต่งด้วยซอฟทแวร์ JBL Quantum Engine

นอกจากเรื่องของการอัพเดทซอทฟ์แวร์ที่หูฟัง อ่านไม่ผิดหรอกครับ หูฟังเกมมิ่งนั่นก็มีการอัพเดทซอฟท์แวร์เช่นกัน แต่ด้วยตัวซอฟท์แวร์นั้นยังเป็นปรับแต่งความสามารถอื่นๆ จนถึงเรื่องของความสวยงามในการใช้

โดยสามารถดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งได้ ที่นี่ ซึ่งในกล่องก็มีสายมาให้แบบ USB ทั้งการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ซึ่งก็ไม่ยากเท่าไหร่ การสลับไปใช้เวลาที่ใช้แบบไร้สายก็เข้าไปที่ sound ของ Windows อันนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่เพราะมีการกำกับตามลำดับขั้นตอน 

โดยปกติเราอาจจะไม่ได้อยากติดตั้งซอฟท์แวร์เท่าไหร่ โดยสามารถดาวน์โหลดเพื่อติดตั้งได้ ที่นี่ ซึ่งในกล่องก็มีสายมาให้แบบ USB ทั้งการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth ซึ่งก็ไม่ยากเท่าไหร่ การสลับไปใช้เวลาที่ใช้แบบไร้สายก็เข้าไปที่ sound ของ Windows อันนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่เ้พราะมีการกำกับตามลำดับขั้นตอน แต่สิ่งที่วุ่นวายใช่เล่นคือตอนที่ติดตั้ง Firmware ของหูฟังนี่ล่ะ ต้องสลับไปมากับเรื่องการเชื่อมต่ออยู่ประมาณนึง การเชื่อมต่อไร้สายนั่นก็วุ่นวายอีกระดับ คือถ้าเป็นเกมเมอร์สาย PC อาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าเขยิยบมาจากสายเกดมมือถืออาจจะมีงงๆกันบ้าง

เมนูแรกอย่าง Equalizer ค่าโรงงานคือตั้วงค่ามาเป็น FLAT สำหรับการฟังเสียงแบบแบนราบ ไม่ได้เน้นที่ย่านใดเป็นพิเศษ โดยสามรถปรับได้ถึง 10 ย่านความถี่ ต่ำสุดที่ -12db และสูงสุด +12db

ก็อย่างคีย์บอร์ด หรือว่าเมาส์เกมมิ่ง ยังมีไฟ RGB ให้เล่นเป็นสีสันแล้วทำไม หูฟังเกมมิ่งจพมีแบบนั้นไม่ได้ โดยมีสีให้เลือกปรับแต่งถึง 16 ล้านสีการเปลี่ยนสี โดยสามารถปรับเรื่องของความเร็ว และเอฟเฟกต์แสงที่กำหนดเอง โดยสามารถปรับได้ทั้งที่โลโก้ และวงแหวนรอบข้าง และสามารถตั้งได้หลายแบบโดยเก็บไว้ใน User Profile ครับ

ในแง่ของการปรับแต่งเรื่องของสีนั้นก็ให้ความรู้สึกแบบเดียวกันกับเวลาที่คุณใช้คีย์บอร์ดที่เป็น RGB คือคุณสามารถผสมสีได้เองจากวงล้อสี หรือว่าจะกำหนดค่าสีแบบที่เป็น Code RGB

ตรงนี้อาจจะไม่ใช่สาระสำคัญเท่าไหร่สำหรับการใช้หูฟังแต่มันก็เป็นสีสันสำหรับคนที่ชอบปรับแต่งเพื่อที่จะมีความเป็นตัวของตัวเองหรือว่าอาจจะเป็นสีของทีมแข่ง

JBL Quantum Surround ระบบการจำลองเสียงรอบทิศทางแบบ 7.1 คือลำพังแค่การจำลองระบบเสียง 7.1 นั่นถือว่าดี แต่หลายเจ้านั้นก็มีเหมือนกัน แต่ที่ไปละเอียดขั้นกว่าคือ การลงรายละเอียดโดยวัดขนาดความกว้างของศรีษะ รวมถึงส่วนสูงของผู้ใช้ที่แตกต่างกัน
เพื่อที่จะคำนวณมิติของเสียงให้เหมาะสมกับผู้ใช้มากที่สุด

DTS Headphone:X version 2.0 มากับตัวซอฟท์แวร์สำหรับปรับแต่ง และเพิ่มขีดความสามรถของหูฟังด้วย DTS:X  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางแบบ “object-based sound technology” หรือเทคโนโลยีระบบเสียงแบบอ้างอิงตำแหน่งวัตถุ

โดยมาตรฐานที่เขาวางไว้คือ การมอบประสบการณ์ด้านเสียงที่สมจริงให้กับหูฟัง แบบที่เราต่างคุ้นเคยกับเสียงแบบนั้นจากประสบการณ์ในโรงภาพยนตร์ จากนั้นจึงพัฒนาเพื่อใช้กับเพลง และเล่นเกม   

จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ในโลกของเกมคือ การนำเสียงของเกมจากวัตถุ หรือการเคลื่อนไหวจากมุมต่างๆ แล้วนำมาสร้างขึ้นมาใหม่เป็นเสียง 3 มิติแบบที่จำลองวง่าเสียงนั้นอยู่รอบตัวผู้ใช้งาน ซึ่งจะแตกต่างเสียงสเตอริโอที่มีเพียงแค่เสียงจากด้านซ้าย และด้านขวา

เบื้องหลังการทำงานนั้นมาจาก AI ที่มีการคำนวณ 3D Audio Solution คือไม่ใช่แค่หูฟังเล่นเกมธรรมดาแต่ว่ามี AI ในการประมวลผลและมีในส่วนเรื่องของซอฟต์แวร์ที่ช่วยการทำงานทั้งการจัดการเรื่องของฟาเรเซอร์การจัดการเรื่องแสงระบบเสียง 3

รายชื่อเกมที่รองรับเทคโนโลยี DTS:X 

Gears 5 ,Assassin’s Creed Origins ,Final Fantasy XV ,Call of Duty : WARZONE ,Call of Duty : MODERN WARFARE , FORZA Horizon 4 , Resident Evil 2  ซึ่งมีส่วนรายชื่อเกมอื่นๆ นั้น สามkรถเข้าไปติดตามได้ที่ https://www.dolby.com/experience/games/

หูฟัง JBL Quantum 800

ซื้อดีมั้ย JBL Quantum 800

หูฟัง JBL Quantum 800

สมศักดิ์ศรีความเป็นหู฿ฟังตัวท๊อปของค่ายนี้มั้ย ในแง่วัสดุหรือความใส่สบาย รวมถึง package อันนี้ดีแบบไม่มีที่ติ

รองรับกับการเชื่อมต่อเครื่องเล่นเกมแบบครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มเท่าที่เราจะนึกออกทั้ง  PC ,Xbox ,Playstation ,Nintendo Switch ,เกมมือถือ หรือว่าแม้กระทั่ง VR 

การโฟกัสของเสียงโฟกัสไมค์นั้นจัดอยู่ในขั้นที่ดี ถึงดีมากสำหรับการสื่อสาร ถึงฟองน้ำปลายไมค์จะหลุดง่ายมากไปหน่อย
โดยไมโครโฟนแยกของผู้เล่นออกจากเสียงพื้นหลังได้อย่างมีความชัดเจน ซึ่งดีสำหรับการสื่อสารภายในเกม  ที่การเชื่อมต่อของหูฟังนั้นเป็นพอร์ตแบบ USB Type C ซึ่งเราคิดว่าภูเขาก็เลือกพอร์ตได้ตามยุคสมัยดี

เราลองทดสอบในการครอบหูฟังเราพบว่าน้ำหนักมันค่อนข้างจะเยอะ แต่ในทางกลับกัน เราแอบรู้สึกว่าสายของหูฟังเส้นมันค่อนข้างจะบางไปสักหน่อย บางทีเราก็รู้สึกว่าถ้าเขาทำได้เส้นหนากว่านี้น่าจะมีความคงทนมากกว่านี้

ในแง่การฟังเพลงนี่เป็นหูฟังสำหรับเล่นเกมที่รองรับการใช้งานกับ Hi-res Audio ด้วย เพียงแต่ว่าถ้าลองฟังแบบเดิมๆ ไม่ปรับอะไรอาจจะไม่ได้ยินเสียงในย่านต่ำเท่าไหร่

แต่สิ่งที่วุ่นวายใช่เล่นคือตอนที่ติดตั้ง Firmware ของหูฟังนี่ล่ะ ต้องสลับไปมากับเรื่องการเชื่อมต่ออยู่ประมาณนึง การเชื่อมต่อไร้สายนั่นก็วุ่นวายอีกระดับ คือถ้าเป็นเกมเมอร์สาย PC อาจจะไม่รู้สึกอะไรเท่าไหร่ แต่ถ้าเขยิยบมาจากสายเกมมือถืออาจจะมีงงๆ กันบ้างคุณ

แต่ในภาพรวมนั้นถ้าตัดความวุ่นวายออกไปบ้าง คงต้องบอกว่านี่คือหูฟังเกมมิ่งที่ JBL ใส่สิ่งที่สุดเท่าที่พวกเขาจะพอจะมีอยู่ในมือ

หูฟัง JBL Quantum 800 ราคา 8,590 บาท สั่งซื้อได้ที่ |  JD Central

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button