Gear

อยากเปลี่ยนใจมาใช้ iPhone และเรื่องดี-ด้อย ของ iOS

ในโลกของสมาร์ตโฟนนั้นก็มีเล่นหลักอยู่ 2 ระบบ คือ  iOS และ Android  แต่ก็มีอยู่หลายคนที่สนใจอยากลองมาใช้ในค่ายผลไม้ และพยายามหาเหตุผลดีๆ ที่จะลองเปลี่ยนใจมาใช้ iPhone ดูบ้าง .. เราก็เลยนับนิ้วบอกเล่าเรื่องดี และเรื่องด้อยก่อนที่คุณจะสอยโทรศัพท์เครื่องใหม่กัน

โทรศัพท์แอนดรอยด์

ข้อดีของ iPhone

สะดวกต่อการใช้แม้จะเป็นมือใหม่

iPhone นั้นถูกพัฒนามาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้ได้ไว สามารถใช้งานได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน แต่ถึงกระนั้นก็เถอะ ก็ยังมีหลายคนก็แอบบ่นๆ อยู่ว่า

โห .. iPhone ปรับแต่งนู่นนี่นั่นไม่ได้

แต่นั่นล่ะ คือก็ต้องกลับไปมองที่เหตุผลอันเป็นปรัชญาการออกแบบกันก่อน เพราะว่าความเรียบง่ายคือเรื่องพื้นฐานของ iPhone คือออกแบบมาเพื่อคนทุกเพศทุกวัย คือตั้งแต่เด็กน้อยจนถึงผู้สูงวัยก็สามารถใช้งานได้ โดยที่รู้สึกถึงความเป็นมิตร ไม่มีอะไรที่้องไปกลัว และภายใต้ความเรียบง่ายนี้ iOS จึงเป็นหนึ่งระบบปฏิบัติการบนสมาร์ตโฟนที่ทรงพลังที่สุดในโลก

การออกแบบที่สวยงาม กับความพรีเมียม

โทรศัพท์ iPhone

iPhone คือหนึ่งในผู้นำในการออกแบบสมาร์ตโฟน ซึ่งก็มีผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายรายที่ได้รับอิทธิพลในแนวทางการออกแบบ

Apple ได้คิดค้นสมาร์ตโฟนหน้าจอสัมผัสแบบของพวกเขาเองจนเป็นที่ชื่นชอบก็จริง แต่ครั้งแรกที่ iPhone ออกสู่ตลาดก็มีเสียงบ่นงึมงัม เมื่อเวลาผ่านไปไม่นานก็มีอีกหลายแบรนด์ที่หยิบยืมความเป็น iPhone ไปใช้ในแง่ของการได้รับแรงบันดาลใจ

แล้วพอ iPhone ยังถอดรูหูฟังออกเป็นเจ้าแรก ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องชวนให้ตกใจในช่วงเวลานั้น แต่สุดท้ายก็มีผู้เล่นรายอื่นในตลาดที่เริ่มทำตามๆ กันมา

ความพรีเมียมของการเลือกใช้วัสดุ

วัสดุที่นำมาประกอบเป็น iPhone ทุกรุ่น และทุกเครื่องนั้นจัดว่ายอดเยี่ยม และมีความเรียบหรูดูแพง
ดีไซน์แบบกระจก และโลหะทำให้ทุกคนเห็นว่า iPhone ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบ และวางตัววางตำแหน่งของตัวเองในตลาด รวมถึงกลายเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงรสนิยม

และนั่นก็ทำมีผู้ผลิตสมาร์ตโฟนหลายราย ที่พยายามเปลี่ยนแปลงเพื่อขึ้นมาให้อยู่ในะระดับเดียวกัน

ความเป็นธรรมชาติของกล้อง

กล้อง iPhone

Apple มอบกล้องที่ใส่เทคโนโลยี และคุณภาพดีที่สุดใน iPhone เสมอ หลายคนบอกว่ากล้องหน้าเมื่อภาพเซลฟี่อาจจะดูธรรมชาติไปบ้าง แต่เชื่อเถอะว่ามันง่ายต่อการนำไปแต่งภาพด้วยแอพลิเคชั่นแน่นอน

ความปลอดภัยขั้นสูงสุด

ความปลอดภัยของ iPhone ได้รับการยอมรับว่ามีปลอดภัยสูงสุด และให้ความสำคัญกับการป้องกันข้อมูลส่วนตัวมากกว่าสมาร์ตโฟน Android .. ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น

หลายคนอาจจะเคยได้ยินข่าวว่ามีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย เคยได้มีปัญหาในการปลดล็อก iPhone ของอาชญากรเพื่อสืบหาเบาะแส นั่นเพราะว่า iPhone คือหนึ่งในสมาร์ตโฟนที่ปลอดภัยที่สุดในโลก

ประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมของระบบปฎิบัติการณ์

ประสิทธิภาพของ iOS ใน iPhone คงจะหาระบบปฏิบัติการมือถืออื่นๆ ที่มาต่อกรได้ยากอยู่ ตัวอย่างเช่น iPhone รุ่นก่อนหน้า เช่น iPhone 11 สามารถทำคะแนนในการวัดประสิทธิภาพดีกว่าสมาร์ตโฟน Android รุ่นใหม่หลายรุ่น รวมถึงความลื่นไหล แม้จะใช้เป็นเวลานาน และระยะเวลาในการการอัพเดท

การสลับไปมาระหว่างแอปพลิเคชัน

การเปิดและปิดแอปพลิเคชัน การเลื่อนฟีดไทม์ไลน์บน iPhone มีความเร็ว และเสถียรมาก
อุปกรณ์ Android ส่วนใหญ่จะทำงานได้อย่างราบรื่นเมื่อซื้อมาแรก ๆ แต่เมื่อใช้งานนานไปจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในการเปิด การสลับระหว่างแอปพลิเคชันจะใช้เวลานานขึ้น ปัญหาอื่น ๆ ที่อาจจะตามมา หลายครั้งต้องแก้ปัญหาด้วยการ Factory Reset
ในขณะที่ iPhone รุ่นเก่า เช่น iPhone X แทบจะไม่มีปัญหาเหล่านี้

ได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ

iPhone รุ่นก่อนหน้านั้นมีการอัพเดทระบบปฎิบัติการที่ต่อเนื่อง และอัพเดทความปลอดภัยที่ยาวนาน แม้ว่าจะเป็น iPhone ที่มีอายุการใช้งานหลายปีแล้วก็ตาม

ปัญหาแอปพลิเคชันขัดข้องน้อยกว่า

โทรศัพท์ iPhone

น้อยครั้งที่จะได้ยินว่ามีแอปพลิเคชันใน iPhone ขัดข้อง ทำให้การทำงานของโทรศัพท์ช้าลง หรือส่งผลทำให้แอปพลิเคชันอื่นๆ หยุดทำงานด้วย

เคยมีแอปพลิเคชันที่ถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้าในสมาร์ตโฟน Android บางรุ่น ทำให้เกิดปัญหาความขัดข้อง แต่นั่นไม่ใช่แอปพลิเคชันใน iPhone และระบบจัดการหน่วยความจำบน iPhone อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

ปราศจาก Malware

iPhone ไม่มี Malware เพราะ Apple มีมาตรการควบคุมแอปพลิเคชันที่ขึ้นไปอยู่บน App Store อย่างเข้มงวด และจะคัดกรองก่อนก่อนที่จะอนุญาตให้ลงในนั้น มีการป้องกันช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่เกิดจากบุคคลที่สาม

ไม่มี Bloatware

Apple ไม่รบกวนผู้ใช้ด้วย Bloatware ที่ผู้ใช่ไม่สามารถถอนการติดตั้งได้
iPhone ทุกเครื่องมาพร้อมกับปฏิทิน อีเมล แผนที่ และแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์อื่น ๆ

หากคุณไม่ชอบแอปพลิเคชันที่ติดตั้งไว้ล่วงหน้า คุณสามารถถอนการติดตั้งและนำหน่วยความจำคืนกลับได้อย่างง่ายดาย ในทางกลับกันโทรศัพท์ Android บางรุ่น อาจจะมามาพร้อมกับแอปพลิเคชันที่ทำหน้าทีซ้ำซ้อนกัน

การจัดการพลังงานของแบตเตอรี่

iPhones มีระบบจัดการจัดการพลังงานจากแบตเตอรี่ที่ฉลาด ขณะที่สมาร์ตโฟน Android เมื่อเปิด GPS แล้วปิดหน้าจอ GPS ก็ยังคงทำงานอยู่ซึ่งจะทำให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น
แม้ว่าจะไม่ได้เปิดแอปพลิเคชันอื่น ๆ เลยก็ตาม

ในทางกลับกันบน iPhone จะจัดการเรื่องนี้ให้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าคุณจะเปิดหรือปิด GPS ซึ่งจะช่วยเพิ่มเวลาในการใช้ iPhone ให้ยาวนานมากขึ้น

ราคาขายต่อที่ดีกว่า

โทรศัพท์ iPhone

มูลค่าการขายต่อของ iPhone นั้นสูงกว่าโทรศัพท์เรือธงของ Android ในรุ่นที่เทียบเคียงได้
เพราะ Android ระดับเรือธง หลายครั้งมีการลดราคาหลังจากออกมาในช่วง 3 เดือนแรก ซึ่งส่งผลกับราคาขายต่อในตลาดมือสอง ขณะที่ iPhone นั้นแม้จะใช้ไปครบขวบปี ราคารับซื้อยังได้มูลค่าสูงสุดถึง 50% ของราคาเต็ม (ในกรณีที่เครื่องสภาพสมบูรณ์ และอุปกรณ์ครบ)

ระบบนิเวศที่เชื่อมถึงกันหมด

โทรศัพท์ iPhone ,Macbook และ iPad

Eco System ของ iPhone ประกอบด้วย Apple MacBooks, Airpods, Apple TV, iMacs
ซึ่งทุกชิ้นสามารถทำงานระหว่างกันผ่าน iPhone และ Mac ผ่าน Mail, ปฏิทิน, รายชื่อติดต่อ, Facetime, Airdrops กันได้อย่างราบรื่น

ในทางกลับกัน การโยนข้อมูล และการแชร์ไฟล์ระหว่างอุปกรณ์ Android ต่าง ๆ จะมี Eco System ที่ค่อนข้างจะมีการแบ่งค่ายมากกว่า หรือไม่ก็ต้องพึ่งพา 3rd Party

แอปพลิเคชันดีๆ ที่ไว้ใจได้

แอปพลิเคชันส่วนใหญ่ที่มีให้สำหรับ iPhone บน Apple AppStore นั้นมีจะมีความปลอดภัยกว่าแอปพลิเคชันที่มีใน Google PlayStore เราไม่ค่อยเจอปัญหาเรื่องการรักษาความปลอดภัย เจอการขโมยข้อมูลผู้ใช้ และ Developper มักเลือกที่ให้แอปของพวกเขาขึ้นมาอยู่บน iPhone ก่อน
แต่แอปพลิเคชันที่ดีหลายๆตัว มักจะต้องต้องเสียเงินซื้อในราคาที่สูง

ข้อเสียของ iPhone

ราคาจำหน่ายของเครื่องที่สูง

iPhone มีราคาที่ออกจะสูงอยู่สักหน่อย แม้แต่ iPhone ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ก็ยังมีราคาแพงกว่าสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธง Android ระดับไฮเอนด์หลายรุ่นด้วยซ้ำ

นี่ก็เป็นอุปสรรคหนึ่งในการเลือกซื้อสำหรับใครหลาย ๆ คนที่ยังมีงบยังไม่เพียงพอ
แต่ในทางกลับกัน ราคารับซื้อหรือราคาขายต่อเมื่อต้องการเปลี่ยนเครื่องก็ได้ราคาที่ดีกว่า

ไม่มีรูเสียบหูฟังขนาด 3.5

โทรศัพท์ iPhone และ Air Pod
iPhone มาพร้อมกับ Lightning Port เพียงพอร์ตเดียว ทำให้ไม่สามารถชาร์จ iPhone หรือฟังเพลงพร้อมกันได้ ยกเว้นเสียแต่จะมี AirPods มีหูฟังไร้สายแบบ Bluetooth หรือใช้หัวต่อ lightning แบบแยกที่เป็นอุปกรณ์เสริม

อุปกรณ์เสริมมีราคาราคาแพง

อุปกรณ์เสริมของ iPhone นั้นมีราคาค่อนข้างจะสูง เช่น Airpods, เคสโทรศัพท์, Apple Pencil, Lightning Cable คืออุปกรณ์เสริมทุกสิ่งที่ Apple นั้นผลิตมีราคาสูง แต่ในความพรีเมียมนั้น หลายชิ้นก็สามารถใช้ได้นาน มีความง่ายดายในการเชื่อมต่อ และมีเงื่อนไขการรับประกันที่ดี

ไม่สามารถติดตั้งแอปพลิเคชันนอกเหนือ App Store

คุณจะต้องติดตั้งทุกแอปพลิเคชันจาก App Store ของ Apple เท่านั้น
ด้วยเหตุผลเรื่องของความปลอดภัย แต่ถ้าเป็น Android นอกจากดาวน์โหลดผ่าน Google Play Store แล้ว คุณยังสามารถดาวน์โหลด APK จากแหล่งที่เชื่อถือได้ และติดตั้ง รวมถึงยังติดตั้งแอปพลิเคชันของบริษัทอื่นได้ เช่น Amazon AppStore แต่คุณก็ต้องแน่ใจว่าไฟล์นั้นมีความปลอดภัย

ไม่มีที่จัดเก็บข้อมูลภายนอก

บน iPhone คุณไม่สามารถใช้ SD card เพราะ iPhone ไม่มีช่องเสียบการ์ด SD card
แต่ก็มีทางออกฉลาดๆ ด้วยการใช้ iCloud หรือการใช้อุปกรณ์สำรองข้อมูลอื่นๆ

ค่าซ่อมที่แพง

เมื่อเครื่องได้รับ เสียหายiPhone จัดว่าแพงเอาเรื่องอยู่ เพราะแทบไม่มีคำว่าซ่อม
การเปลี่ยนหน้าจอมีค่าเปลี่ยนหลายพันจนถึงหลักหมื่น
นั่นอาจจะทำให้หลายคนทนที่จะใช้หน้าจอแตก ๆ ไปก่อนจะกว่าจะซื้อเครื่องใหม่

แต่ถ้าให้เราแนะนำ คือถ้าคุณคิดจะใช้เครื่องไปยาวๆ หรือต้องการหลักประกันที่ทำให้มั่นใจในการใช้เครื่อง
การซื้อประกันเครื่องอย่าง Apple Care ติดไว้ก็เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่าเตรียมเงินเพื่อจ่ายค่าซ่อม
ทั้งก่อน และหลังหมดระยะประกัน

จะเห็นได้ว่า iPhone มีทั้งข้อดีและข้อเสียเหมือนๆกับโทรศัพท์ทั่วไป
แต่ข้อดีของ iPhone นั้นเราว่าดูจะมีมากกว่าข้อเสีย

นอกจากนี้ iPhone ยังมอบประสบการณ์การใช้แบบที่ไม่มีใครเหมือน นั่นเป็นเหตุผลที่ iPhone เป็นสมาร์ตโฟนที่ดีที่แยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน

เป็นยังไงกันบ้างกับข้อดีและข้อเสียของ iPhone ที่เรานำมาฝากในวันนี้ น่าจะทำให้ใครหลาย ๆ คนตัดสินใจว่าจะลองใช้ดีหรือไม่


พลาดไม่ได้กับ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale! พบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมายจาก Shopee โปร 8.8 นี้มาพร้อมกองทัพสินค้า Flash Deals ลดสูงสุดถึง 88% ช้อปเพลินไปกับโค้ดส่วนลดสูงสุด 888.- ให้การช้อปของคุณคุ้มค่ายิ่งกว่าเดิม
และช้อปออนไลน์อยู่ที่บ้านกันได้แบบชิล ๆ เพราะ Shopee 8.8 มาพร้อมโค้ดส่งฟรี ขั้นต่ำ 0.- ทุกวัน เริ่มช้อปพร้อมกันได้แล้วที่ Shopee 8.8 Crazy Flash Sale ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. – 8 ส.ค.นี้!

trendy2mobi

Digital trendy and Mobility lifestyle

Related Articles

Back to top button