Japan Tech!

OECD ชี้ ญี่ปุ่นใช้ Generative AI แค่ 6.4% ทั้งที่เดิมพันอนาคตไว้กับ AI

ญี่ปุ่นกำลัง “ทุ่มสุดตัว” กับ AI เพื่อรับมือปัญหาแรงงานขาดแคลนและดัน productivity ของประเทศ แต่เมื่อมองไปที่การใช้งานจริงในที่ทำงาน กลับยังอยู่ในระดับต่ำกว่าที่หลายคนคาดไว้ — ช่องว่างระหว่าง “นโยบายระดับชาติ” กับ “การใช้งานระดับคนทำงาน” ยังห่างกันพอสมควร

  • ญี่ปุ่นทุ่มนโยบาย/งบ AI ระดับชาติ เพื่อแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนและดัน productivity

  • แต่ OECD ชี้ว่า พนักงานญี่ปุ่นใช้ AI ในที่ทำงานยังราว 8.4% และใช้ Generative AI 6.4%

  • คอขวดคือ ทักษะ+การฝึกอบรม, ความกังวลด้านข้อมูล, วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนช้า, และ ROI ยังไม่ชัด

1) รัฐบาลทุ่มงบแค่ไหน?

ภาพใหญ่ของญี่ปุ่นชัดมาก: ใช้ AI เป็นเครื่องมือชดเชยแรงงานที่ลดลง และเพิ่มประสิทธิภาพเชิงระบบ โดยมีหมุดหมายสำคัญ 3 จุด

  • งบอุดหนุนด้าน Digital Transformation/AI: รัฐบาลกันงบ ¥340 พันล้าน เพื่อช่วยหนุนการทำ DX และการนำ AI ไปใช้ โดยเน้นช่วยภาคธุรกิจ/SMEs ให้ “เริ่มใช้ได้จริง” มากขึ้น

  • ภาครัฐจับมือ OpenAI พัฒนา “Gennai (源内)”: Digital Agency ร่วมกับ OpenAI สร้างเครื่องมือ generative AI สำหรับ “พนักงานรัฐ” โดยออกแบบให้ใช้งานแบบปลอดภัยและควบคุมการเข้าถึงข้อมูลได้

  • แผนสนับสนุน AI ภายในประเทศระดับใหญ่ (ถึง ~¥1 ล้านล้าน): ญี่ปุ่นมีแนวทางผลักดันการพัฒนา AI ในประเทศ/โครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศ โดยมีข่าวเรื่องการสนับสนุนวงเงินระดับ ประมาณ 1 ล้านล้านเยนในหลายปี เพื่อขับเคลื่อนโปรเจกต์ AI ภายในประเทศด้วย

พูดง่าย ๆ คือ “ตั้งใจจริงระดับชาติ” และเดินหมากทั้งฝั่งรัฐ-เอกชนพร้อมกัน

2) แต่ทำไมการใช้ AI ในที่ทำงานยังต่ำ?

OECD ชี้ว่าเมื่อดู “การใช้งานจริงของพนักงาน” ตัวเลขยังค่อนข้างน้อย:

  • พนักงานญี่ปุ่นที่ใช้ AI ในที่ทำงาน (รวม AI ทั่วไป+GenAI): 8.4%

  • ใช้ Generative AI โดยเฉพาะ: 6.4%

ภาพ “ต่างอุตสาหกรรม” ก็ชัด: ภาค ICT สูงกว่ากลุ่มอื่นมาก ขณะที่งานบริการบางส่วนต่ำกว่า (เช่น โรงแรม/ร้านอาหาร)

เหตุผลหลักที่ทำให้ adoption ช้า (สรุปเป็นภาษาคนทำงาน):

  1. ทักษะ/การฝึกอบรมยังไม่พอ → รู้จักแต่ “ใช้ไม่คล่อง”

  2. กังวลข้อมูลรั่ว/ความเสี่ยง → โดยเฉพาะองค์กรที่มีข้อมูลอ่อนไหว

  3. วัฒนธรรมองค์กรเปลี่ยนช้า → ระบบอนุมัติหลายชั้น, ทำตามคู่มือเดิม

  4. ROI ไม่ชัด + ต้นทุนแฝง → เครื่องมือมี แต่ “ใครรับผิดชอบผลลัพธ์” ยังไม่ชัด

แม้รัฐจะมีตัวอย่างอย่าง Gennai ที่ผลักดันในภาครัฐ แต่การขยายผลไปทั้งระบบเศรษฐกิจยังต้องใช้เวลา (และต้องมี “คนกลาง” ช่วยแปลง AI ให้เป็นงานจริงของแต่ละอาชีพ) จ๊ะ

3) ทำไมญี่ปุ่นดู “รู้ตัวช้า” ทั้งที่เก่งหุ่นยนต์มาก?

จุดนี้น่าสนใจสุด ๆ: ญี่ปุ่นแข็งแรงเรื่อง robotics/automation มานาน แต่ Generative AI เป็นเกมคนละแบบ เพราะ “ไม่ได้ติดตั้งแล้วจบ” — แต่ต้องอาศัยพฤติกรรมใหม่ของคนทำงาน

  • โครงสร้างประชากรในองค์กรมีผู้สูงอายุเยอะ → ความกลัวการเปลี่ยนแปลง + ไม่คุ้น workflow ใหม่

  • SMEs คือกระดูกสันหลังเศรษฐกิจ แต่ขาดทั้งคนไอที เวลา และงบสำหรับลองผิดลองถูก

  • Awareness สูง แต่ practical use ต่ำ → หลายคนรู้จัก ChatGPT/GenAI แต่ยังไม่กล้าเอาไปใช้กับงานจริง เพราะไม่มีกรอบ/มาตรฐาน/คนรับรองผล

สรุปแบบสั้น: ญี่ปุ่นมีนโยบายและงบระดับชาติที่ชัดมาก (เรียกได้ว่า AI-friendly สุด ๆ) แต่คอขวดอยู่ที่ การทำให้คนใช้เป็นในชีวิตการทำงานจริง — โดยเฉพาะในองค์กรดั้งเดิมและ SMEs

ถ้าญี่ปุ่นเร่ง 3 เรื่องนี้ได้พร้อมกัน
(1) training ที่จับงานจริง, (2) ความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย, (3) เครื่องมือที่ใช้ง่าย+วัดผลได้
โอกาสที่ AI จะช่วย “พลิก productivity” ในอีก 5–10 ปีข้างหน้าก็มีลุ้นมากขึ้นจริง

jetboat

Jetboat is a Bangkok-based tech blogger and has more than ten years of blogger sence in Thailand Specializes in mobile application , tech industries , security ,gadget, mobile marketing ,social network.

Related Articles

Back to top button