ถ้าภาพรวมการใช้ GenAI ในที่ทำงานของญี่ปุ่นยังดู “ค่อย ๆ ไป” แต่ฝั่งเด็ก ๆ กลับวิ่งเร็วแบบน่าตกใจ—เพราะผลสำรวจล่าสุดของ こども家庭庁 (Children and Families Agency) เผยว่า เกือบครึ่งของนักเรียนมัธยมปลายญี่ปุ่นเคยใช้ Generative AI แล้ว
รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจประจำปี “青少年のインターネット利用環境実態調査” ที่ทำต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2009 และ “ปีนี้เป็นครั้งแรก” ที่มีคำถามเรื่อง Generative AI โดยตรง ทำให้เห็นภาพการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมดิจิทัลเด็กญี่ปุ่นแบบชัด ๆ
-
เด็กญี่ปุ่นที่ใช้อินเทอร์เน็ต “เคยใช้ GenAI” 29.5%
-
ม.ปลายพุ่ง 46.2% (เกือบครึ่ง)
-
แนวโน้มนี้อาจเป็นตัวเร่ง adoption ตอนเด็กกลายเป็น workforc
ไฮไลต์จากแบบสำรวจ (สำรวจ พ.ย.–ธ.ค. 2025)
กลุ่มตัวอย่าง: เด็กอายุ 10–17 ปี และผู้ปกครอง รวมกลุ่มตัวอย่างระดับ “หลายพันคน” (รายงานระบุ 10–17 ปีและผู้ปกครองอย่างละ 5,000)
1) เด็กที่ใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว “เคยใช้ GenAI” กี่เปอร์เซ็นต์?
-
เด็กอายุ 10–17 ปี (เฉพาะกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ต) ที่ เคยใช้ GenAI: 29.5%
2) แยกตามช่วงวัย: ม.ปลายพุ่งที่สุด
-
มัธยมปลาย (高校生): 46.2%
-
มัธยมต้น (中学生): 30.8%
-
ประถม (10+ ปี): 8.6%
ตัวเลขนี้แปลตรง ๆ ได้เลยว่า GenAI กลายเป็น “เครื่องมือจริง” ของเด็กม.ปลายญี่ปุ่นไปแล้ว ไม่ใช่แค่ของเล่นทดลอง
3) เวลาที่อยู่กับอินเทอร์เน็ต (วันธรรมดา) ก็สูงมาก
-
ม.ปลาย: 6 ชม. 44 นาที (เพิ่มขึ้นจากปีก่อน)
-
ม.ต้น: 5 ชม. 24 นาที
-
ประถม (10+): 3 ชม. 54 นาที
4) กิจกรรมหลักบนเน็ตของเด็กญี่ปุ่น
รายงานสรุปแนวโน้มว่าเด็ก ๆ ใช้อินเทอร์เน็ตหนักในกิจกรรม “วิดีโอ/สื่อ/สื่อสาร/ค้นหา/เกม” และ GenAI กำลังไต่ขึ้นมาเป็นอีกหมวดที่เริ่มชัด โดยเฉพาะในวัยมัธยมปลาย
ทำไมผ้ใช้ Ai “ม.ปลาย” ในญี่ปุ่นถึงพุ่งแรงขนาดนี้?
อ่านเกมแบบสายเทค จะเห็น 3 เหตุผลใหญ่ ๆ
-
แรงกดดันด้านการเรียน: วัยม.ปลายใกล้สอบ/ทำรายงาน/การบ้านหนัก → GenAI ช่วย “สรุป–แปล–brainstorm–ร่างดราฟต์” ได้ทันที
-
มีสมาร์ทโฟนส่วนตัวเกือบทั้งหมด: รายงานชี้ว่าการใช้สมาร์ทโฟนแบบ “เครื่องของตัวเอง” ในกลุ่มที่ใช้อินเทอร์เน็ต สูงมาก โดยเฉพาะม.ปลาย
-
การใช้เพื่อ ‘เรียน’ และ ‘คุยเล่น’ อยู่พร้อมกัน: ข่าวสรุปจากผลสำรวจสะท้อนว่าเด็กจำนวนไม่น้อยใช้ GenAI ทั้งเพื่อการเรียนและใช้เป็นคู่สนทนา/ความบันเทิง
ฝั่งรัฐบาล “ห่วง” อะไรบ้าง?
รายงานและข่าวที่ตามมามีโทนเตือนให้ใช้อย่างเหมาะสม โดยประเด็นที่ถูกย้ำบ่อยคือ
-
การลอกงาน (plagiarism)
-
ข้อมูลผิดเพี้ยน/หลอน (hallucination)
-
พึ่งพามากไปจนไม่คิดเอง
แต่ในอีกมุม รัฐก็เห็นโอกาสว่า ถ้าวางกรอบและสอนวิธีใช้ให้ดี GenAI อาจช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ได้จริง
สรุปสั้น
จุดที่น่าสนใจมากคือ “เส้นทาง adoption” ของญี่ปุ่นอาจเริ่มจากเด็กก่อนผู้ใหญ่:
เด็กม.ปลาย 46.2% เคยใช้ GenAI แล้ว
ในขณะที่การใช้ GenAI ในที่ทำงาน (ภาพรวมแรงงาน) ยังถูกชี้ว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าอย่างมีนัย
ถ้าคนรุ่นนี้โตเป็น workforce ในอีก 5–10 ปีข้างหน้า ญี่ปุ่นอาจเปลี่ยนผ่านจาก “รู้จัก AI แต่ไม่ค่อยใช้” ไปสู่ “ใช้ AI เป็นเรื่องปกติ” ได้ไวขึ้นมาก—เพราะฐานผู้ใช้ “พร้อมใช้งาน” ถูกปั้นมาตั้งแต่ในห้องเรียนแล้วนั่นเอง




