รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาเตรียมออก “คำสั่งฝ่ายบริหาร” (Executive Order) เพื่อตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะเลย ซึ่งเป้าหมายหลักก็คือการเข้าไปจัดระเบียบและกำกับดูแลวงการ AI ให้เข้มงวดมากขึ้นนั่นเอง
ทาง NYT อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐและแหล่งข่าววงในว่า รัฐบาลมีแผนที่จะนำ “กระบวนการตรวจสอบโดยรัฐ” มาใช้กับโมเดล AI ตัวใหม่ๆ ก่อนที่จะปล่อยออกมาให้ใช้กันด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเพิ่งจะเรียกผู้บริหารระดับท็อปจากค่าย AI ยักษ์ใหญ่ ทั้ง Anthropic, Google (บริษัทในเครือ Alphabet) และ OpenAI เข้าไปพบเพื่อบรีฟแผนการบางส่วนที่กำลังศึกษากันอยู่ให้ฟังด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวท่านนึง (ที่ขอไม่ประสงค์ออกนาม) ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ถ้าจะมีการประกาศนโยบายอะไรออกมาจริงๆ ตัวประธานาธิบดีจะเป็นคนออกมาแถลงด้วยตัวเอง พร้อมกับมองว่า เรื่องที่ถกเถียงกันว่าจะออกคำสั่งฝ่ายบริหารตอนนี้ ยังเป็นแค่ “การคาดเดา” ทิศทางกันไปเองเท่านั้น
ถึงอย่างนั้น ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็ถือว่าน่าจับตามากๆ เพราะมันอาจจะแปลได้ว่า ทรัมป์กำลัง “เปลี่ยนท่าที” หรือจุดยืนที่มีต่อเรื่อง AI เพราะถ้าดูจากที่ผ่านมา เขาถือว่าเป็นสายผลักดัน AI สุดตัว อย่างเช่นการช่วยปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ เพื่อให้สร้าง Data Center รองรับ AI ได้ง่ายและเยอะขึ้นนั่นเอง
ความเห็นของเรา : ปกติฝั่งทรัมป์หรือแนวคิดรีพับลิกันจะเน้นเรื่อง Deregulation (การลดกฎระเบียบ) เพื่อให้ธุรกิจโตไวที่สุด การที่ข่าวออกมาว่าเขากำลังพิจารณาเรื่องการตรวจสอบก่อนเผยแพร่ (Pre-release inspection) มันคือการหักมุมพอสมควรเลย
คืออาจะแสดงว่า AI เก่งจนคนคุมเริ่ม “ระแวง” แล้วจริงๆ ว่าถ้าหลุดไปในทางที่ผิด (เช่น สร้าง Malware ตัวใหม่ที่แกะรอยไม่ได้) มันจะกระทบความมั่นคงของชาติเกินกว่าที่เศรษฐกิจจะรับไหว
แต่ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐที่อาจจะไม่ได้ตามเทคโนโลยีทันตลอดเวลา เป็นคนมาถือเช็คลิสต์ตรวจสอบ มันอาจจะกลายเป็นคอขวดที่ทำให้การนวัตกรรมล่าช้าลงไปอีก และอาจจะกลายเป็นว่าบริษัทใหญ่ที่มีเงินจ่ายค่าธรรมเนียมตรวจ หรือมีทีมกฎหมายพร้อม จะกลายเป็นผู้เล่นที่ผูกขาดตลาดไปโดยปริยาย




