AIS ร่วมกับ บางกอกแลนด์ ประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ยกระดับพื้นที่เมืองทองธานีกว่า 4,000 ไร่ สู่เมืองอัจฉริยะต้นแบบ ภายใต้แนวคิด “Muang Thong NEXT: The Smart & Connected City” โดยนำเครือข่าย 5G, 5G-Advanced, เน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และโซลูชันดิจิทัลเพื่อองค์กร เข้ามาเชื่อมโยงระบบนิเวศของเมืองให้พร้อมรองรับการใช้ชีวิต ธุรกิจ การจัดงาน ความบันเทิง การศึกษา และโอกาสทางเศรษฐกิจในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายในการพัฒนาเมืองทองธานี จากศูนย์กลางการจัดงานและอีเวนต์ระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City ที่เชื่อมต่อทุกมิติของเมืองเข้าด้วยกัน ทั้งการอยู่อาศัย การทำงาน การเดินทาง ความปลอดภัย การเรียนรู้ และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ
ปูพรม 5G-Advanced รองรับการใช้งานหนาแน่นทั่วเมืองทองธานี

AIS จะนำศักยภาพด้านเครือข่าย เทคโนโลยี และแพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาเสริมความพร้อมของเมืองทองธานีอย่างครบวงจร โดยเริ่มจากการปูพรมโครงข่ายมือถืออัจฉริยะ 5G ทั่วพื้นที่ พร้อมยกระดับสู่ 5G-Advanced ด้วยเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ เพื่อเพิ่มความเร็ว ลดความหน่วง และรองรับการใช้งานพร้อมกันจำนวนมาก
โครงข่ายดังกล่าวจะช่วยเสริมประสบการณ์ในพื้นที่ศูนย์จัดงานและคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ โดยเฉพาะงานที่มีผู้ร่วมงานหลักหมื่นคน ให้รองรับการใช้งานดิจิทัลแบบเรียลไทม์ เช่น ไลฟ์สตรีม Immersive Experience, Extended Reality, Hologram และการถ่ายทอดสดคุณภาพสูง
ยกระดับ Smart Living ด้วย AIS 3BB Fibre3 และ WiFi 7
ในด้านที่อยู่อาศัย AIS จะนำบริการเน็ตบ้าน AIS 3BB Fibre3 และมาตรฐานอินเทอร์เน็ตไร้สาย WiFi 7 เข้ามายกระดับบ้าน คอนโดมิเนียม และชุมชนในเมืองทองธานี ให้เชื่อมต่อได้รวดเร็ว เสถียร และพร้อมรองรับบริการอัจฉริยะในอนาคต
โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจะสนับสนุนการใช้งาน Smart Home, Work from Home, Telemedicine และระบบติดตามสุขภาพจากระยะไกล ช่วยให้การใช้ชีวิตในเมืองทองธานีสอดรับกับวิถีดิจิทัลมากยิ่งขึ้น

เสริมธุรกิจยุค AI ด้วย Cloud, Data Center และ AI Solutions
สำหรับภาคธุรกิจ AIS จะนำโซลูชัน Hyper Connectivity, Sovereign Cloud, Data Center และ AI Solutions เข้ามาสนับสนุนอาคารสำนักงานและผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อช่วยขับเคลื่อน Digital Transformation ได้รวดเร็วขึ้น
โซลูชันเหล่านี้จะช่วยรองรับการเชื่อมต่อกับ Cloud ระดับโลก การวิเคราะห์ข้อมูล และบริการ Managed Service โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ธุรกิจสามารถพัฒนาบริการใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และต่อยอดโอกาสทางเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลได้มากขึ้น
ยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ใน IMPACT
AIS ยังเตรียมยกระดับประสบการณ์คอนเสิร์ตและอีเวนต์ของ IMPACT ด้วยเครือข่าย WiFi และระบบเชื่อมต่อที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ร่วมงานจำนวนมาก ช่วยให้การสื่อสาร ธุรกรรม และ Digital Engagement ระหว่างผู้จัดงาน Exhibitor และผู้เข้าร่วมงานดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังมีการต่อยอดบริการ 5G VIP Ultra และ Boost Mode บนเครือข่าย 5G SA เพื่อสร้างประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและเสถียรยิ่งขึ้นสำหรับผู้ร่วมงานในพื้นที่
วางรากฐาน Smart City Data Platform และ Digital Twin

โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พัฒนาขึ้นจะต่อยอดสู่การบริหารเมืองอัจฉริยะในอนาคต ครอบคลุมเทคโนโลยีสำคัญ เช่น AI CCTV, Smart Access, Digital Signage, Smart Meter, IoT, ระบบชำระเงินดิจิทัล, Data Analytics, Digital Library, Virtual Classroom และ Cyber Security
ระบบเหล่านี้จะเชื่อมข้อมูลจากศูนย์ประชุม พื้นที่ธุรกิจ ที่พักอาศัย ค้าปลีก สถานศึกษา หน่วยงานด้านความมั่นคง และพื้นที่สาธารณะ เข้าสู่ Smart City Data Platform และ Digital Twin เพื่อให้ผู้บริหารเมืองเห็นภาพรวมแบบเรียลไทม์ สามารถวางแผนด้านการจราจร พลังงาน การใช้พื้นที่ และความปลอดภัยได้แม่นยำยิ่งขึ้น
นาย พอลล์ กาญจนพาสน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า
“สำหรับเมืองทองธานี Smart & Connected City ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำเทคโนโลยีเข้ามาบริหารจัดการเมือง แต่คือการทำให้ทั้งเมืองทำงานได้ฉลาดขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อยกระดับประสบการณ์และคุณภาพชีวิตของทุกคนในพื้นที่”
นาย พอลล์ ระบุว่า
“ดิจิทัลและเทคโนโลยีจะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้แนวคิด Live–Work–Play–Learn เกิดขึ้นได้จริง โดยเชื่อมโยงการอยู่อาศัย การทำงาน ความบันเทิง และการเรียนรู้ให้ต่อเนื่องกัน พร้อมช่วยให้ภาคธุรกิจนำดิจิทัลไปต่อยอดบริการ เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสใหม่ ขณะที่ระบบอย่าง Smart AI CCTV, Smart Traffic Management System และระบบข้อมูล จะช่วยให้เมืองทองธานีปลอดภัย คล่องตัว และรองรับผู้คนจำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ”
ด้าน นาย ปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอส กล่าวว่า ”ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดบทบาทของ AIS ในฐานะ National Intelligent Infrastructure จากผู้ให้บริการเครือข่าย สู่การเป็นส่วนหนึ่งในการวางรากฐานให้เมือง ธุรกิจ และผู้คนเติบโตไปพร้อมกันบนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่พร้อม เชื่อถือได้ และปลอดภัย“
นาย ปรัธนา กล่าวว่า ”หัวใจสำคัญของ Muang Thong NEXT คือการทำให้เทคโนโลยีอยู่เบื้องหลังทุกประสบการณ์ของเมืองอย่างเป็นธรรมชาติ ตั้งแต่การรองรับผู้ชมหลักหมื่นในคอนเสิร์ตและอีเวนต์ การใช้ Cloud และ AI ในภาคธุรกิจ ไปจนถึง Smart Living, Telemedicine, Smart Parking, Virtual Classroom และ Cyber Security โดย AIS มองว่าความสำเร็จของเมืองอัจฉริยะต้องวัดจากประโยชน์ที่ผู้คนสัมผัสได้จริง ไม่ใช่เพียงจำนวนเทคโนโลยีที่นำมาใช้“
การยกระดับเมืองทองธานีครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการพัฒนาเทคโนโลยี แต่คือการออกแบบระบบนิเวศเมืองรูปแบบใหม่ ที่เชื่อมโยงผู้คน ธุรกิจ การศึกษา การใช้ชีวิต และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมผลักดันเมืองทองธานีจากศูนย์กลางการจัดงานระดับประเทศ สู่ Hub Connectivity City และพื้นที่เศรษฐกิจอัจฉริยะแห่งอนาคตที่สร้างคุณค่าให้กับเมือง ชุมชน จังหวัดนนทบุรี และประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม




