Miyamoto Shigeru ผู้สร้างตัวละครมาริโอและตำนานของนินเทนโด ซึ่งกำลังจะรับรางวัล Order of Culture จากจักรพรรดิญี่ปุ่นในวันวัฒนธรรม ได้แสดงความเห็นต่อเทคโนโลยี Generative AI ในงานแถลงข่าวเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
มิยาโมโตะกล่าวว่า เมื่อ AI สามารถรับงานบางส่วนในการพัฒนาเกมไปได้มากขึ้น มันจะ “สร้างโอกาสให้ทุกคนได้คิดจริงจังว่าการสร้างสรรค์ที่แท้จริงคืออะไร”
เขาเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับยุคที่คอมพิวเตอร์เข้ามาแทนที่เครื่องพิมพ์ดีดและเวิร์ดโปรเซสเซอร์ โดยระบุว่าในอดีต คนที่วาดตัวอักษรสวยงามบนโปสเตอร์ได้ ก็ถูกเรียกว่าดีไซน์เนอร์แล้ว แต่เมื่อเครื่องมือพัฒนาขึ้น ความสามารถส่วนตัวจริง ๆ เช่น sense of layout และเจตนาของบุคคล จึงเริ่มเด่นชัดขึ้น Generative AI ก็เป็นปรากฏการณ์ในลักษณะเดียวกัน
แยก “การสร้าง” กับ “งาน”
มิยาโมโตะแยกชัดเจนระหว่างสองสิ่ง:
- การสร้างสรรค์ (Creating) คือการกำหนดโครงใหญ่ ทิศทาง และใส่เจตนาของตัวเอง
- งาน (Labour) คือการเติมช่องว่าง ขัดเกลา และทำรายละเอียดให้เสร็จสมบูรณ์
เขาพูดถึงอันตรายของการเข้าใจผิดว่า
“งานเองก็สนุกนะ แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ เราอาจพอใจกับงานนั้น แล้วเข้าใจผิดว่าตัวเองได้สร้างของดี ๆ ขึ้นมาแล้ว”
ยิ่ง AI รับงานเหล่านี้ไปมากเท่าไหร่ มันยิ่งเป็นโอกาสให้คนกลับมาคิดถึงสิ่งที่สำคัญจริง ๆ ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นเรื่องดี
งานที่ไม่มีเจตนาไม่คงทน
มิยาโมโตะยังกล่าวถึงผลงานในอดีตที่เกิดจากการคัดลอกและวาง (copy & paste) ว่ามีมาแล้ว แต่สิ่งเหล่านั้นมักไม่คงทน เพราะขาดเจตนาของบุคคล
“กระบวนการต้องอาศัยเจตนาของคน ส่วนคอมพิวเตอร์หรือ AI เป็นเพียงผู้ช่วยงาน
แม้ AI จะพัฒนาไปไกลจนรับทุกอย่างได้ในวันหนึ่ง ก็ยังมีบทบาทที่เหลือให้เราทำอยู่เสมอ”
เขาสรุปอย่างอบอุ่นและมั่นใจว่า ปัจจุบันยังมีสิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้อีกมาก แม้ยังไม่รู้ว่า AI จะพัฒนาไปถึงจุดไหนในอนาคต
Key takeaway: มิยาโมโตะไม่ได้มอง AI เป็นภัยคุกคาม แต่เห็นว่ามันเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนกลับมาโฟกัสที่ “เจตนา” และ “แก่น” ของการสร้างสรรค์มากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผลงานคงทนและมีความหมาย
(อ้างอิงจากงานแถลงข่าวของมิยาโมโตะ วันที่ 22-23 ตุลาคม 2026 ก่อนรับรางวัล Order of Culture และรายงานจาก Nikkei Asia, VGC และสื่อเกมอื่น ๆ)




