ในตลาดเครื่องระดับ Middle ที่มีความต้องการโทรศัพท์แบบ 2 Sim นั้นยังคงมีการแข่งขันอยู่อย่างเงียบๆ
ทั้งจากค่าย Local และคู่ต่อสู้รายรายใหม่จากไต้หวัน
ค่ายที่เปิดเกมตลาดนี้อย่าง Samsung จึงต้องส่งรุ่นใหม่อย่าง Samsung Galaxy Win ลงสู้ศึกครั้งนี้
มาดูกันว่าจะพอยันตัวเองให้อยู่สู้กับค่ายอื่นไหวมั้ย
OS ที่ติดเครื่อง Samsung Galaxy Win มานั้นเป็น Android 4.1 Jellybean
ส่วนขุมพลังของ Samsung Galaxy Win เป็น Cortex A5 1.2GHz Quad Core
ซึ่งถูกเน้นเป็นจุดขายเลยทีเดียว
จอของ Samsung Galaxy Win เป็น TFT 4.7 นิ้ว ขนาดกำลังพอดีมือมาก
คือถ้าจะเอาใหญ่กว่านี้คงต้องไป ที่ Samsung Galaxy Grand แล้วล่ะ
ส่วนความละเอียดอยู่ที่ 480 x 800 (WVGA) ครับ
หน่วนความจำภายในเครื่องมีมาให้ 8GB ใส่ microSD เพิ่มได้สูงสุด 64 GB ซึ่งอันนี้เกิดคาดนิดหน่อย
และมี RAM 1GB ซึ่งอันนี้น้อยไปนิด
พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB 2.0 แบบ micro USB
กล้องที่ติดมากับ Samsung Galaxy Win ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อม LED Flash
มาลองแงะดูแบตเตอรี่กันนิดนึง ให้มาขนาดกลางๆครับอยู่ที่ 2000 mAh
พอสำหรับการใช้งานทั่วไปที่เน้นโทรออกรับสาย และเล่นอินเตอร์เน็ตบ้างนิดๆหน่อยๆ
แต่ถ้าหนักหนาไปกว่านั้นไปหาแบตเตอรี่สำรองมาเตรียมไว้ได้เลย
ปรกติแล้วเวลาทดสอบโทรศัพท์ที่เป็น 2 Sim สิ่งที่เรามักจะเจอคือ Sim Card จะแบบเก่าที่เป็นแผ่นใหญ่ๆ
แต่กับ Samsung Galaxy Win นั้นมาแปลกกว่าคนอื่นในตลาดนั่นคือการเป็น Micro Sim นั่นคือสิ่งที่เราชอบมาก
นอกจาการใช้ Micro Sim ที่ต่างจากคนอื่นแล้ว
การวางตำแหน่ของ Sim Card ก็ไม่ได้วางคู่กันเหมือนเครื่องยี่ห้ออื่นเค้าซะด้วย
สำหรับคนที่ใช้สมาร์ทโฟนมาแล้วระดับนึง
แล้วเขยิบมาใช้เครื่องนี้อย่างน้อยก็ไม่ต้องวิ่งไปหา Sim ใหญ่แบบย้อนยุค
เห็นเป็น 2 Sim อันนี้ต้องพูดเรื่องการรองรับเครือข่ายหน่อย
ฉะนั้น Sim แรกที่รองรับแบบแน่ๆเลย คือ AIS / TOT เพราะอยู่ที่ 900/2100 Mh

ส่วน Sim 2 จะเป็น EDGE / GPRS 850 / 900 / 1800 / 1900 MHZ ก็คงต้องเป็น Truemove-H กับ DTAC

ส่วนเรื่องของการตั้งค่า WCDMA กับ GSM จริงๆ มันปรับเปลี่ยนได้
แต่คำแนะนำของผม ปล่อยให้เป็นไปในโหมด GSM/WCDMA นั้นน่ะดีแล้วครับ

แวมาดูหน้าจอกันนิดนึง Samsung Galaxy Win นอกจากหน้าตาจะคงกลิ่นอายของตระกูล Samsung Galaxy ตระกูลก่อนหน้าแล้ว
ในส่วนของ UI ก็ถอดแบบจากรุ่นก่อนหน้ามาเป๊ะๆ

ในเรื่องของแอพลิเคชั่นที่ Samsung Galaxy Win ให้มาแล้วมีแตกต่างกับเครื่องรุ่นอื่นในตลาดนั้น
ก็น่าจะเป้น Samsung Apps ที่เป็น App Store ที่ Samsung เพิ่มขึ้นมาแยกต่างหาก
และแอพปฎิทินที่ดูใช้งานดีกว่าของ Android แบบเดิมๆนิดหน่อย

อ่อ.. อันนี้ลืมไม่ได้ ถือว่าเป็นมูลค่าเพิ่มเล็กๆน้อยๆใน Samsung Galaxy Win
ที่เครื่อง Middle End ไม่ค่อยใส่มมาคือยวัตกรรมและซอฟท์แวร์เฉพาะตัว All Share Play
ที่สามรถส่งรูป สภาพเคลื่อนไหวไปยังโทรทัศน์ รวมถึงการเล่นแบบกลุ่มกับโทรศํพท์ Samsung ที่รองรับคุณสมบัติแบบนี้เหมือนๆกัน

เรื่องของ Motion Sensorมีติดาให้นิดหน่แย เพราะคัวเครื่องมีเซนเซอร์แม่เหล็กและเซนเซอร์มาตรวัดระยะ

ในส่นของการส่งต่อไปเครื่องพิมพ์ อันนี้เกือบจะชอบแล้วล่ะ
ถ้าใน Samsung Galaxy Win ไม่บังคับให้ใช้กับเครื่องพิมพ์ของ Samsung ยี่ห้อเดียว

มาดูในเรื่องของกล้องของ Samsung Galaxy Winกันบ้าง
กล้องที่ให้มาความละเอียด 5 ล้านพิกเซลจะว่าไปก็ให้มาตามาตรฐานนั่นล่ะ
แต่อยากให้เขยิบไปซัก 8 ล้านมากกว่า แต่สิ่งที่ดูเข้าท่าที่สุดคือการมีคุณสมบัติการถ่ายภาพเนื่องแบบ Best Shot
ที่เหลือไม่ต่างจากรุ่นพี่เท่าไหร่

หน้าจอของกล้อง ก็ยกมาจากรุ่นก่อนหน้าเป๊ะ

การตั้งค้าให้มาตามพื้นฐานครับ
การปรับโฟกัสมีแบบอัตโนมัติและมาโคร และการเลือก White Balance ตามมาตรฐานแอนดรอยด์

และสามารถชดเชยแสงได้สองระดับ

ดูภาพถ่ายจาก Samsung Galaxy Win ได้ที่ trendy2mob fanpage ครับ
คลิ๊กที่นี่
มาถึงสิ่งสุดท้ายที่คนมองหาโทรศัพท์ 2 Sim อาจจะไม่ได้นึถึงกันเท่าไหร่
เพราะสาเหตุของการซื้อคือเน้นเอาคุ้ม นั่นคือเรื่องของพละกำลังของเครื่อง
พอดีเขาชูจุดขายของ Samsung Galaxy Win ว่าเป็น Quad Core 1.2 Ghz
คนทั่วไปคงไม่น่าจะนึกออกว่ามันจะออกมาหน้าตาประมาณไหน
เอาล่ะ..ลองวัด Benchmark ดูก็แล้วกัน

ถ้าดูาก Benchmark ของ Samsung Galaxy Win ที่เทียบเคียงได้ใกล้แบบเห็นภาพสุด
ก็เป็นสินค้าค่ายตัวเองนั่นล่ะ อย่าง Samsung Galaxy S2
ซึ่งไหนๆวัดกันมาได้ขนาดนี้แล้ว ลองวัดเป้นตัวเลขเทียบกับรุ่นพี่ที่ห่างกันอยู่ซักสองยุคก็แล้วกัน
โดยตัวผลคะแนนด้านล่างมันก็พอจะบอกอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว

คือถ้าดูตัวเลขแล้วนึกไม่ออกว่าเรากำลังพูดถึงอะไร ก็บอกแบบภาษาชาวบ้านว่า
ประสบการณ์การใช้งานต้องเผื่อใจนิดนึงว่ายังมีหนืดในบางจังหวะ คือคุณต้องใจเย็นหน่อยล่ะ
เพราะ Quad Core ไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่ง
สรุป.. Samsung Galaxy Win ถ้าเทียบเป็นคน
คงเป็นนักเรียน ม.ปลาย ผมสั้นถูกระเบียบ ใส่เสื้อในกางเกง ถูงเท้าตึงเป๊ะ ไว้ใจได้ ไม่ได้อะไรหวือหวามากนัก
แต่ชอบพยายามบอกคนอื่นว่า เฮ้ย..เราก็ซิ่งนะนาย เราก็ไม่ได้เชยอย่างพวกนายคิดนะ
โฆษณา Samsung ในไทย ชุดหลังๆจะออกแนวนี้เยอะนะ
ทำไมถึงเปรียบเทียบแบบนั้น
Samsung Galaxy Win เมื่อเทียบกับราคา 8,900 บาท
วางอยู่ในฐานะของโทรศัพท์ Middle End
สิ่งที่เราชอบคือ การใช้ Micro Sim นี่แหล่ะ อย่างน้อยก็ทำให้รู้สึก
ว่าไม่ได้จับโทรศัพท์ตกยุค ถ้าวันนึงมีเหตุจำเป็นต้องเปลี่ยน Sim
สามารถเดินไปซื้อแล้วเสียบเข้าเครื่องไปทันทีจบ
ครื่องในตลาด Middle End หลายยี่ห้อ ที่ราคาไล่เลี่ยกัน
ให้พละกำลังในการทำงานของเครื่องสูงกว่า Samsung คือลื่นกว่าแบบรู้สึกได้นิดๆ
แต่ก็ต้องชดเชยด้วยความเสี่ยงเรื่องศูนย์บริการ และความสวยงาม คุณภาพงานประกอบ
ที่น้อยกว่า Samsung แบบรู้สึกได้เหมือนกัน
ส่วนเรื่องการใช้ 3G ที่ถูกล็อคแค่ 21oo Mhz ทำให้จำเป็นต้องเลือกโอเปอเรเตอร์
หลักในการใช้ จะว่าไปอันนี้ก็คงไม่ใช่ความผิดของ Samsung เท่าไหร่นัก
เพราะความถี่ 2100 Mhz มันก็เป็นมาตรฐาน 3G ปรกติตามมาตรฐานอยู่แล้ว
ถ้าจะใช้ซิมค่ายสีแดงกับเครื่องนี้ก็คงหมดสิทธิ์คบหา 3G อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องเน้นย้ำกันเลยทีเดียว
การบ้านที่ Samsung ขบคิดต่อไปคือ
การที่ใช้กลยุทธ์ในการออกเครื่องครบทุกส่วนของความต้องการ โดยตัวเองเป็นคนเปิดเกมนั่นเป็นสิ่งที่ได้ผล
แต่ก็ไม่หมายความว่า คู่แข่งจะตามมาไม่ทัน
อย่างน้อยกลยุทธ์ในเรื่องของการอัดฮาร์ดแวร์ แล้วไปลดต้นทุนตรงอื่นของคู่แข่งก็ดูเหมือนว่าเริ่มจะได้ผล
นั่นคงเป็นการบ้านที่ Samsung ต้องทำต่อไปว่าจะแก้เกมยังไง แต่คนที่กำไรก็ผู้บริโภคนั่นแหล่ะ
ขอบคุณ : Samsung Thailand ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบครับ



